แมคโดนัลด์ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน หรือ QSR จากความสามารถในการครองส่วนแบ่งทางการตลาดเบอร์เกอร์มาเป็นอันดับ 1 โดยมีสัดส่วนยอดขายจากสินค้าเรือธงอย่างเบอร์เกอร์ 52.6% และไก่ทอด 18.4% ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากร้านอาหาร 60%, ดิลิเวอรี่ 30% และ ไดรฟ์ทรู 10% โดยตัวเลขทั้งหมดนี้นับตั้งแต่มกราคม - ตุลาคม 2566
ปัจจุบันตลาดเบอร์เกอร์เติบโตเยอะมาก สังเกตได้จากการเข้ามาของเชนร้านเบอร์เกอร์ต่างๆ ที่รุกตลาดเข้ามาเปิดสาขาในไทย อีกทั้งยังมีในส่วนของร้านคราฟต์เบอร์เกอร์ที่ถือกำเนิดขึ้นมากมาย เนื่องจากเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น จึงนำมาซึ่งพฤติกรรมที่คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าราคา
เมื่อเห็นดังนั้น เบอร์ 1 เรื่องเบอร์เกอร์อย่างแมคโดนัลด์ จึงออกมาตอกย้ำความเป็นตัวจริงผ่านแคมเปญ Next Gen Burger เพื่อส่งมอบประสบการณ์เบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดจากแมคโดนัลด์ ที่เกิดจากความใส่ใจปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สร้างความต่างให้เบอร์เกอร์ทุกชิ้นอร่อยกว่าที่เคย -Hotter, Juicier, Tastier
คุณพัชนีวรรณ ตันประวัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “การทำความเข้าใจลูกค้าในทุก Generation ที่มีความแตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการตลอดเวลา ถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการพัฒนาเมนูและกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูงมากยิ่งขึ้นของตลาดเบอร์เกอร์ในประเทศไทย เราจึงเปิดตัวแคมเปญ ‘Next Gen Burger’ ประสบการณ์เบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดจากแมคโดนัลด์ เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์เบอร์เกอร์อันดับ 1 ในใจลูกค้าตลอดมา”

เมื่อเห็นโอกาสจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตัวจริงเรื่องเบอร์เกอร์ จึงดึงแคมเปญ "
Next Gen Burger" เข้ามาปรับให้สอดรับกับพฤติกรรมทันที ซึ่งแคมเปญดังกล่าวนี้เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วในประเทศอเมริกา แล้วค่อยๆ ขยายไปยังออสเตรเลีย แคนาดา และส่วนอื่นๆ ในยุโรป ก่อนที่จะค่อยทยอยรุกตลาดเอเชีย ประเทศแรกที่เกาหลีใต้เมื่อปี 2020 และมาสู่โซน South East Asia ครั้งแรกเมื่อปี 2023 ในประเทศต่างๆ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมไปถึงประเทศไทย
“การปรับเปลี่ยนส่วนนี้เราดูความพร้อมของ Supplier แต่ละพื้นที่ร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยพร้อมแล้ว บวกกับช่วงเวลาปลายปีที่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนทยอยออกมาเฉลิมฉลอง เมื่อ 2 สิ่งนี้มาบรรจบกัน จึงเล็งเห็นถึงจังหวะที่ดีในการสร้างการรับรู้ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาพร้อมแนวคิด "
Many small changes make one big difference" โดยมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดใน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- Softer Glazed Bun
ปรับขนมปังใหม่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้งกว่าเดิม เคลือบด้านบนจนมันวาว มีสีสวยงาม Golden-Brown น่าทานยิ่งขึ้น เสิร์ฟร้อนๆ เพื่อประสบการณ์ความอร่อยที่ดีที่สุดของเบอร์เกอร์

- Grilled Master
เนื้อ 100% นำเข้าจากออสเตรเลีย ชุ่มฉ่ำขึ้นด้วยวิธีย่างแบบใหม่ ด้วยการกริลล์เนื้อพร้อมกับหัวหอม เพิ่มความชุ่มฉ่ำ ล็อกรสชาติความอร่อยเต็มรสให้กับเนื้อทุกชิ้น
- Cheese Tempering
เชดด้าชีส นำเข้าจากนิวซีแลนด์ เปลี่ยนวิธีเตรียมชีสด้วยการนำมาพักไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 16 –19 องศา เพื่อให้ชีสละลายในระดับที่เหมาะสม ให้มั่นใจว่าเบอร์เกอร์จะมีชีสเยิ้มๆ ละลายเข้าเนื้ออย่างลงตัว
- Fresh Vegetable
ผักใหม่สดกรอบ จากการเปลี่ยนขั้นตอนเตรียมผัก โดยลดระยะเวลาการเก็บผักให้สั้นลงถึง 60% เพื่อให้ผักยังคงความสดใหม่และมีเนื้อสัมผัสที่กรอบฉ่ำทุกคำ
- Sauce
เพิ่มปริมาณซอสบิ๊กแมคสูตรเฉพาะของแมคโดนัลด์ขึ้นถึง 50% เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยกลมกล่อมของซอสในทุกคำ
ดีเทลเหล่านี้ไม่ได้ปรับแค่ในส่วนของเบอร์เกอร์เนื้อเท่านั้น แต่ยังดำเนินการในเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ทุกตัว เพื่อให้เบอร์เกอร์ทุกชิ้นมีความ Hotter, Juicier, Tastier ซึ่งจากการปรับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้นับเป็นอีกหนึ่ง Movement ที่แมคโดนัลด์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าสังเกตจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น บวกกับงบการทำแคมเปญอีกกว่า 20 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันแมคโดนัลด์เปิดตัวแคมเปญพร้อมกับโปรโมชั่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่ต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนได้มาลองประสบการณ์ที่ดีที่สุด
โดยมีการลดราคาทั้งแบบเดี่ยวและแบบชุดกับเบอร์เกอร์เนื้อ 3 ตัว ได้แก่ บิ๊กแมค, ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ และควอเตอร์ พาวน์เดอร์วิทชีส ที่เริ่มต้นชิ้นละ 99 บาท ซึ่งราคาพิเศษนี้เริ่มต้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 9 มกราคม 2567 เฉพาะช่องทางทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และไดรฟ์ทรู

“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีผลต่อคุณภาพและรสชาติเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ทุกเมนู และคาดหวังว่าหลังจากปล่อยแคมเปญนี้ไปจะทำให้ยอดขายเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์โตขึ้น 20%” คุณพัชนีวรรณ กล่าวเสริม
สุดท้ายนี้ ในปีหน้าแมคโดนัลด์ยังมีแผนขยายสาขาอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา และจะมีการลงทุนสำหรับการรีโนเวทหรือเปิดร้านใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานเพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 เรื่องเบอร์เกอร์จากแมคโดนัลด์ แม้จะต้องเผชิญในสนามธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ที่มีสภาวะการแข่งขันค่อนข้างสูงอย่างในปัจจุบัน แต่ยังคงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและเสิร์ฟประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคอีกด้วย