ปี 2024 การตลาดแบบ Influencer Marketing จะได้รับความนิยมสูงขึ้น กลายเป็นแกนหลักในการดำเนินกลยุทธ์ของนักการตลาด นักการตลาด 67% บอกว่าจะเพิ่มงบการตลาดให้กับกลยุทธ์แบบ Influencer Marketing ในปีนี้
สื่อ MARKETING- INTERACTIVE ได้รายงานข่าวดังกล่าว โดยอ้างอิงผลการศึกษาของ Partipost แพลตฟอร์มการตลาด Influencer Marketing ในรายงานฉบับใหม่ที่ชื่อว่า "2024 Influencer Marketing Insights: Key Metrics and Industry Trends"
รายงานยังระบุว่า 23% ของนักการตลาดที่จะเพิ่มงบในกลยุทธ์ Influencer Marketing ดังกล่าวนั้น จะจัดสรรงบประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณการตลาดทั้งหมด ให้กับการตลาดแบบ Influencer Marketing อีกด้วย
การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ มีสาเหตุจากภูมิทัศน์ของผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคในปัจจุบันโหยหาความเป็นของแท้ (Authenticity), การตอบสนองที่เฉพาะตัว (Personalization) และเนื้อหาที่สอดคล้องกับประสบการณ์และแรงบันดาลใจเฉพาะของพวกเขา
ในปี 2024 Partipost คาดการณ์ว่า กลุ่ม Influencer ประเภท Nano Influencers ซึ่งมีผู้ติดตามตั้งแต่ 200 ถึง 5,000 คน จะยังคงเป็นอาวุธที่ทรงพลังต่อไปในการตลาดแบบ Influencer Marketing เพราะ Influencer ประเภทนี้ แม้จะมีผู้ติดตามน้อย แต่ก็มีอัตราการมีส่วนร่วมที่สูง สร้างความรู้สึกการเป็นชุมชนใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากผู้ชมอย่างมาก
ซึ่งความรู้สึกว่าเป็นของแท้ (Authenticity) นี้ ทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพในการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-mouth marketing) และมีอิทธิพลที่เหนียวแน่นต่อการตัดสินใจซื้อภายในชุมชนของเขา
สำหรับ Influencer ประเภท Micro Influencers ซึ่งมีผู้ติดตามตั้งแต่ 5,000 - 30,000 คน ที่นำเสนอการผสมผสานระหว่างความสัมพันธ์และความมีอำนาจจูงใจนั้น เหมาะสำหรับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายชัดเจน
ส่วน Influencer ประเภท Macro Influencers ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 30,000 คน เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างความตื่นเต้นและการรับรู้ถึงแบรนด์ (Brand awareness) ในวงกว้าง
รายงานของ Partipost ยังได้แยกความแตกต่างระหว่าง Influencer และ Creator ในสื่อโซเชียล โดยบอกว่า Influencer "ผู้มีอิทธิพล" คือ ผู้มีความสามารถจูงใจการตัดสินใจของผู้บริโภคเป็นหลัก และมักถูกมองว่าเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์และผู้นำเทรนด์
ส่วน Creator "ผู้สร้าง" จะเป็นผู้ที่เน้นเนื้อหาเป็นหลัก มุ่งเน้นที่การผลิตเนื้อหาที่เป็นนวัตกรรม และเป็นเนื้อที่สร้างสรรค์ใหม่ไม่เหมือนกับของคนอื่น โดยมักจะเน้นเฉพาะกลุ่ม หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พวกเขามักจะถูกมองว่าเป็นของแท้และเป็นตัวจริงมากกว่า
ซึ่งความแตกต่างจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับวางกลยุทธ์การตลาด Influencer Marketing ในปี 2024
อย่างไรก็ตามจากการศึกษา Partipost พบแนวโน้มว่า กระแสการลงทุนของนักการตลาดดังกล่าว กำลังเอนเอียงไปทาง Creator "ผู้สร้าง" เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ กำลังเพิ่มความสนใจที่จะงานร่วมกับบุคคลที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหา ที่โดนใจผู้รับสื่อที่เป็นผู้บริโภคเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง แทนที่จะโปรโมตผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
สำหรับวิธีการวัดความสำเร็จของการตลาด แบบ Influencer Marketing ในปี 2024 Partipost ได้เปลี่ยนไปใช้เมตริกที่เหมาะสมและครอบคลุมมากขึ้น ในกรณีที่การมีส่วนร่วม การเข้าถึง และยอด View ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ มีการเน้นมากขึ้นเกี่ยวกับ Conversion Rate (อัตราส่วนการเปลี่ยนให้เป็นยอดขาย) ความเชื่อมั่นของผู้ชม และคุณภาพของการโต้ตอบ เพื่อวัดผลกระทบที่แท้จริงของ Influencer
ผลการศึกษาเกี่ยวกับ Influencer Marketing ของ Partipost ได้รับการสนับสนุนจาก impact.com แพลตฟอร์มการจัดการ Influencer และพันธมิตรในเครือ, และ Cube Asia's บริษัทข่าวกรองด้านตลาดอีคอมเมิร์ซ (eCommerce market intelligence company) ซึ่งได้ออกรายงานล่าสุด เกี่ยวกับแนวโน้มการตลาดแบบ Influencer Marketing ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตามรายงานของ impact.com และ Cube Asia ซึ่งได้ศึกษาผู้เข้าร่วมการสำรวจชาวสิงคโปร์ และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ชาวสิงคโปร์ประมาณ 70% และผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 82% ต่างก็ยอมรับว่า ได้รับอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้า จากคำแนะนำของบรรดา Influencer หรือ ผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม (Celebrities)
ในขณะที่การตลาดแบบ Influencer Matketing เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยังมีรายงานเสริมจาก Munch ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับสื่อโซเชียล ที่พบว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันดูวิดีโอมากขึ้น และความต้องการเนื้อหาวิดีโอแบบสั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า 66% ระบุว่าประเภทของเนื้อหามีส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาติดตามมากที่สุด
สำหรับนักการตลาด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้วิดีโอแบบสั้นกลายมาเป็นอาวุธแถวหน้าของการสร้างสรรค์เนื้อหา เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดความสนใจของผู้ชมที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และกระตุ้นการมีส่วนร่วม
รายงานยังระบุว่า ปัจจุบันเนื้อหาวิดีโอแบบสั้นไม่ใช่ทางเลือกสำหรับการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจและแบรนด์ ที่ต้องการมุ่งสู่ความสำเร็จ โดยธุรกิจ 42% เลือกใช้ Instagram และ 26% ต้องการโพสต์วิดีโอดังกล่าวบน Facebook แต่ TikTok ผู้นำตลาดวิดีโอแบบสั้น ไม่ได้อยู่ในตัวเลือกแพลตฟอร์ม 3 อันดับแรกสำหรับนักการตลาด
Cr : MARKETING-INTERACTIVE
Source