บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท ซีพีเอ็น โกบอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นรวม 100% ได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศเวียดนาม
บริษัทใหม่นี้จะอยู่ภายใต้ชื่อบริษัท ซีพีเอ็น โกบอล เวียดนาม จำกัด (ซีพีเอ็น โกบอล เวียดนาม) ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเวียดนาม สำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคตของบริษัท
บริษัทแห่งใหม่นี้ มีทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านเวียดนามดอง โดยซีพีเอ็น โกบอล เวียดนาม เป็นบริษัทจำกัดที่มีผู้ถือหุ้นรายเดียวจึงไม่ต้องออกหุ้นสามัญ โดยโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท ซีพีเอ็น โกบอล จำกัด ถือหุ้น 100% สำหรับแหล่งทุนที่ใช้ในครั้งนี้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท มีชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล ดำรงตำแหน่งกรรมการ
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีที่ทางเซ็นทรัลพัฒนาเคยออกมาพูดไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนาจะขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ “Retail-Led Mixed-Use Development” ที่ไม่เพียงแค่เป็นผู้พัฒนาศูนย์การค้า แต่จะเป็นผู้พัฒนาโครงการที่เป็นมิกซ์ยูส

ภายใต้แนวทางดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนาจะมีธุรกิจใน 4 Pillars สำคัญ คือธุรกิจค้าปลีก ที่จะประกอบไปด้วย ศูนย์ การค้าขนาดใหญ่และศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ธุรกิจที่อยู่อาศัย ธุรกิจโรงแรม และสุดท้าย ธุรกิจออฟฟิศให้เช่า ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่กันและกัน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับตัวเองอีกด้วย
ตามแผนการลงทุนที่ประกาศไว้ในยุทธศาสตร์ 5 ปีของบริษัทนั้น จะมีการใช้งบลงทุนประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยจะมีการเพิ่มศูนย์การค้าเป็น 50 แห่ง ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยจะเพิ่มจาก 23 เป็น 68 แห่ง ออฟฟิศจาก 10 เป็น 13 แห่ง และโรงแรมจาก 2 เป็น 37 แห่ง
เซ็นทรัลพัฒนา เพิ่งเปิดตัวศูนย์การค้าลำดับที่ 41 คือเซ็นทรัล นครสวรรค์ ส่วนศูนย์การค้าลำดับที่ 42 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมที่จะถึงนี้ คือเซ็นทรัล นครปฐม หลังจากนั้น จะตามมาด้วยเซ็นทรัล กระบี่ และเซ็นทรัล พาร์ค โครงการเมกะมิกซ์ยูสที่ร่วมกับกลุ่มโรงแรมดุสิตธานี
การเปิดตัวบริษัทใหม่ที่เวียดนามจึงเป็นไปได้สูงมากที่จะมีเรื่องของการประกาศการลงทุนทำศูนย์การค้าที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนาเองจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับ Business Direction ในเดือนมีนาคมนี้ คาดว่าน่าจะมีการพูดถึงแผนลงทุนดังกล่าวนี้ด้วย
ตลาดค้าปลีกเวียดนาม เป็นที่สนใจของกลุ่มเซ็นทรัลและกลุ่มเซ็นทรัลภายใต้บริษัทในเครืออย่างเซ็นทรัล รีเทลเองก็มีการเข้าไปลงทุนขยายสาขาของค้าปลีกในเครืออย่างต่อเนื่องภายใต้การบริหารของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม โดยมี แบรนด์ค้าปลีกอย่าง GO ที่มีทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์การค้า รวมถึงแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างท็อปส์ และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์เพาเวอร์บาย ที่เข้าไปร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่นของเวียดนามคือเหงียนคิม
เซ็นทรัล รีเทลเข้าไปทำตลาดในประเทศเวียดนามมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขสาขาในปี 2566 นั้น มีGO Mall จำนวน 39 สาขา GO! ไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 38 สาขา Tops Market ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 10 สาขา Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 3 สาขา Lanchi Mart ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 24 สาขา และ Nguyen Kim ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 59 สาขา

การเข้าไปลงทุนสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่น่าจะออกมาในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสที่มีมากกว่าแค่การทำศูนย์การค้า จึงน่าจะเป็นตัวช่วยเติมเต็มในการรุกเข้าไปทำตลาดที่จะช่วยพาค้าปลีกในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลแบรนด์อื่นๆ เข้าไปในยังเวียดนาม เป็นอีกการสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
ทำไมถึงต้องเป็นช่วงเวลานี้
คำตอบก็คือเวียดนามเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบน่าจับตามองมาตลอด แม้ในช่วง 1 – 2 ปีหลัง การขยายตัวของจีดีพี อาจจะออกมาไม่สูงมากนักเหมือนช่วงก่อนหน้า ขณะที่ถ้าในแง่ของกำลังซื้อแล้ว ประชากรเวียดนามขนาด 100 ล้านคนครึ่งหนึ่งจะกลายมาเป็น “คนเมือง” โดยคาดการณ์ปี 2572 ประชาชนเวียดนาม 50% จะมาอาศัยในเขตเมือง ส่งให้มีความต้องการจับจ่ายในโมเดิร์นเทรด
ทำให้มีพื้นที่ให้โมเดิร์นเทรดเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันค้าปลีกประเภทโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนเพียง 11% ของค้าปลีกทั้งหมด คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 13% ภายในปี 2570 ซึ่งก็ยังถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก
เช่นเดียวกับเวียดนาม ที่ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศท่องเที่ยวแห่งใหม่ จะทำให้มีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวเข้ามาเสริมด้วย ซึ่งแน่นอนว่า จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนาได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดน่าจะถูกเผยออกมาไม่เกินเดือนมีนาคมนี้....