การออกมาประกาศทุ่มงบ 121,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี (2567-2571) เพื่อเดินหน้าลงทุนโครงการมิกซ์ยูสใหม่ๆ ของเซ็นทรัลพัฒนานั้น ไฮไลท์ที่น่าสนใจนอกจากการเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการระดับเมกะมิกซ์ยูสที่เซ็นทรัลพัฒนาโครงการ “The World’s New Magnitude” 5 โครงการที่มีพื้นที่ขายรวมกันกว่า 2.2 ล้านตารางเมตร นำร่องด้วยโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่จะเปิดปีหน้าแล้ว ยังมีการเดินหน้าเปิดโครงการมิกซ์ยูสใหม่ๆ ที่จะมีการเพิ่มจาก 20 แห่ง เป็น 25 แห่ง ภายในปี 2568
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจก็คือการทุ่มงบถึง 23,000 ล้านบาท รีโนเวทศูนย์การค้าในเครือ ที่มีอยู่ในลิสต์แล้วคือ โครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล มารีนา พัทยา ซึ่งเป็นการทำเมเจอร์รีโนเวท หรือการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี
โดยเฉพาะกับ 3 ศูนย์การค้าใหญ่อย่างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล บางนา เป็นการปรับเปลี่ยนตาม Catchment Area ที่เปลี่ยนไปของโลเคชั่นดังกล่าว ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพความเจริญของเมืองที่ขยายตัวเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งหากมองเข้ามาที่ในรายละเอียดแล้วจะพบว่าศูนย์การค้าหลายๆ ศูนย์ของเซ็นทรัลพัฒนาส่วนใหญ่ จะอยู่ในตลาดมานาน เมื่อโลเคชั่นของเมืองเปลี่ยนไปจึงต้องมีการปรับตาม โดยเฉพาะกับการเข้ามาเปลี่ยนแลนด์สเคปของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในโครงการต่างๆ

ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา บอกว่า โดยปกติ ศูนย์การค้าในเครือของเซ็นทรัลก็มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความต้องการของลูกค้าหรือนักช้อปเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากในปัจจุบัน โดยพวกเขาต้องการอะไรใหม่ๆ หรือประสบการณ์ในการใช้บริการที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ระยะเวลาในการ รีโนเวทหรือการปรับโฉมใหญ่สั้นลง
ชนวัฒน์ บอกอีกว่า เซ็นทรัลใช้งบเฉพาะที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าถึง 1,800 ล้านบาท ทยอยปรับโฉมใหม่ ขณะที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และรัตนาธิเบศร์ ก็เป็นการปรับใหญ่เช่นกัน โดยเฉพาะสาขารัตนาธิเบศร์ที่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่จะมีการปรับรูปแบบเป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่จะมีการเพิ่มเติมส่วนอื่นๆ เข้าไปเพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
“ในปีนี้เรามีแผนที่จะปรับศูนย์การค้าแบบ Turnaround ทั้งหมด 6 ศูนย์การค้า ปักหมุดรอบทิศกรุงเทพฯ-ปริมณฑล คือเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เติมเต็มไลฟสไตล์โซนปิ่นเกล้า รองรับกำลังซื้อที่สูงขึ้น, เซ็นทรัล บางนา เป็นDistrict Transformation จับกลุ่มลูกค้า Top Tier ย่านบางนา, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ สร้าง Concept Mall ใหม่ตอบโจทย์ Eco Art Lifestyle และเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ จะเป็นการ Build New Lifestyle Landmark ยิ่งใหญ่ ครบครันที่สุดในย่านสำหรับเมื่องท่องเที่ยวใหญ่ เช่นเดียวกับการเตรียมปรับโฉม เซ็นทรัล พัทยา รองรับกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเซ็นทรัล มารีน่าปรับเป็น Outlet Format เพราะมองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมการช้อปของนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง”

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการรีโนเวทใหญ่ครั้งนี้ นอกจากแลนด์สเคปใหม่ของเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แรงผลักดันสำคัญอีกอย่างจะมาจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการเกิดขึ้นของงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ที่เรียกร้องการช้อปปิ้งที่ไม่แตกต่างหรือมีแบรนด์สินค้าและบริการในระดับที่ใกล้เคียงกับศูนย์การค้าใหญ่ในเมือง ซึ่งศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา หลายศูนย์มีการเปิดให้บริการมานาน บางศูนย์อย่างปิ่นเกล้าและบางนา เปิดให้บริการมาครบ 20 ปีพอดี จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องมีการปรับโฉมครั้งใหญ่นั่นเอง
ขณะที่การเกิดขึ้นของศูนย์การค้าใหม่ๆ ในโลเคชั่นที่ใกล้เคียงกันก็กลายเป็นอีกแรงผลักดันให้เซ็นทรัลพัฒนา ต้องเร่งปรับโฉมศูนย์การค้าของตัวเอง อย่างย่านบางนา ที่จะมีศูนย์การค้าระดับเมกะมอลล์เกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั่นคือ ศูนย์การค้า Bangkok Mall ของกลุ่มเดอะมอลล์ ที่น่าจะเป็นอีกตัวกระตุ้นให้ต้องเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่

ส่วนการปรับโฉม เซ็นทรัล มารีน่า พัทยา ที่ปรับเป็น Outlet Format นั้นน่าจะเป็นการเติมเต็มสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่ แบรนด์เข้าไป เพื่อรับกับเทรนด์การเติบโตของสินค้ากลุ่มนี้ ที่เริ่มขยายออกไปในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเป็นการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่สินค้ากลุ่มนี้กำลังเติบโตได้ดีในต่างจังหวัดจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเซ็นทรัลพัฒนาเองก็ประสบความสำเร็จมาแล้วจากการเปิดช้อปของลักชัวรี่แบรนด์ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ที่แบรนด์ดังแต่ละแบรนด์มีตัวเลขการเติบโตค่อนข้างดี
ถือเป็นอีกการขยับตัวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....