Levi Strauss &Co. ยกระดับการแข่งขัน เปิดตัว 'NextGen' Store Format ใหม่ในเกียวโต ญี่ปุ่น เน้นบริการแบบ Customization ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ การออกแบบใช้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง พร้อมใช้แนวคิดใหม่เปิด 400 สาขาทั่วโลก ตั้งเป้ารายได้ 9,000-10,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2027
หลายปีที่ผ่านมา Levi's ซึ่งเปิดสาขาขายเฉพาะแบรนด์ของตัวเอง มีกางเกงยีนส์ผ้าเดนิมเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าผู้ชาย ขาดความหลากหลาย เผชิญการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคู่แข่ง Fast Fashion เช่น UNIQLO ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขายเสื้อผ้าหลากหลายกว่า จัดเรียงตามหมวดหมู่ มีทั้งของผู้ชายผู้หญิงและเด็ก ร้านขนาดใหญ่กว่า ออกแบบเหมือนห้างสรรพสินค้า
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Levi's Next Gen กับ Fast Fashion Store ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การช้อปปิ้ง โดย Levi's เสนอสินค้าที่เป็นตำนาน เสนอประสบการณ์ที่มีความเป็นพิเศษเฉพาะไม่เหมือนใครแก่ลูกค้า ส่วน Fast Fashion Store เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา มีให้เลือกหลากหลาย
Levi's นํา NextGen Store Format ใหม่สู่ตลาดสหรัฐนานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้ในญี่ปุ่น เป้าหมายหลัก เพื่อยกระดับ Customer Experience รักษาความสามารถในการแข่งขันสาขารูปแบบใหม่ผสมผสานพื้นที่ดิจิทัลและพื้นที่ขายแบบดั้งเดิม เน้นการ Connect ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวราบรื่นในทุกช่องทาง โดยใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึก
Levi's NextGen อยู่ใน Teramachi Kyogoku ย่านช้อปปิ้ง ที่เกียวโต เป็นตึก 4 ชั้น พื้นที่ 6,135 ตารางฟุต จุดเด่น คือ Levi’s Tailor Shop ชั้น 1 มีผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงรับคำสั่งซื้อแบบ Customization สามารถออกแบบ ซ่อม ปรับแต่งสินค้าทุกตัวให้ตรงความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
คอนเซ็ปต์หลักสำหรับการให้บริการของ 'NextGen' เน้น 3 เรื่อง คือ Customization Fit- พอดีตัว และ Style Guidance- คําแนะนําเรื่องสไตล์ ในร้านมีจอแสดงผลดิจิทัลช่วยให้ลูกค้าเรียกดูผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบสไตล์และวัสดุที่มีให้เลือกมากมายหลากหลาย
ความแตกต่างสำคัญ คือการช็อปปิ้งสมจริง เป็นส่วนตัวมากขึ้น ไฮไลท์คือการสร้างห้องลองเสื้อผ้าใหม่ เพื่อประสบการณ์ที่ทั้งเปิดกว้าง มีประโยชน์มากขึ้น โดยลูกค้าสามารถลองผลิตภัณฑ์ ผ่านแนวคิดโชว์รูม "เส้นทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด-Endless Aisle" เป็นแบบ Interactive สามารถลองสินค้าเสมือนจริง (Virtual Try-Ons) ได้รับคําแนะนําการจัดแต่งทรงผม ยิ่งกว่านั้นร้านยังเน้นสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยบริการซื้อสินค้าออนไลน์ บริการ Click & Collect และ Loyalty Program เพิ่มการมีส่วนร่วมและความพึงพอใจ เป็นการยกระดับ Journey ของลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับแบรนด์
David Hamaty ผู้จัดการทั่วไปประจําเอเชียเหนือของ Levi Strauss &Co. กล่าวว่า กับร้านค้าในเกียวโต บริษัทใช้การตบแต่งเน้น Theme การเป็นตัวแทนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมือง ส่วนบริการนําเสนอทางเลือกแบบ Customization และ Exclusive ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อปรับแต่งเครื่องแต่งกายของ Levi’s ให้เข้ากับรสนิยม และ Character ของพวกเขา
ในร้านลูกค้าจะสามารถเลือกวัสดุ มีทางเลือกการแต่งกายหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผ้าหายากจาก Chingireya ร้านขายสิ่งทอโบราณ รวมถึงแพทช์ที่ออกแบบโดย Hideto Honda นักวาดภาพประกอบชื่อดังของท้องถิ่น
ช่วงเปิดตัว Levi's จะวางจําหน่ายผลิตภัณฑ์ Limited Edition ที่มีเฉพาะในร้านเกียวโต ไฮไลท์คือกางเกงยีนส์ 501 ผลงานของ Akio Hasegawa สไตลิสต์ และ Fashion Director ชื่อดัง และเสื้อยืดที่มีลายพิมพ์คัดลายมือมีตัวเลข 501 สกรีนผ้าไหม วาดโดยศิลปิน Ryusuke Arise
กับการขยายสาขาคอนเซ็ปต์ใหม่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโต Levi's มีแผนเพิ่มร้านใหม่ทั่วโลก 400 แห่ง อยู่ในเอเชีย 100 แห่ง สหรัฐ 100 แห่ง ตั้งเป้าเพิ่มการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็น 3 เท่า เพิ่มรายได้ธุรกิจ DTC (Direct-To-Consumer) เป็น 55% ของรายได้ทั้งหมด เพิ่มธุรกิจสินค้าสําหรับผู้หญิงโตจากเดิม 2 เท่า