หากมองเข้ามาที่ตลาดสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่ แบรนด์ ในบ้านเราแล้วจะพบว่า ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างดี โดยการเติบโตของตลาดนี้ต้องมองย้อนหลังไปที่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด – 19 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่นักช้อปชาวไทยไม่ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวและช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่ในต่างประเทศได้ ทำให้นักช้อปกระเป๋าหนักทั้งหลายต่างหันมาช้อป สินค้าลักชัวรี่ แบรนด์ในประเทศแทน ทำให้ในช่วงเวลานั้นสัดส่วนของลูกค้าที่ช้อปสินค้ากลุ่มนี้เกือบ 100% เต็มเป็นคนไทย
สิ่งที่น่าสนใจก็คือหลังจากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ สัดส่วนของยอดขายสินค้าในกลุ่มนี้ หลักๆ ยังคงมาจาก นักช้อปชาวไทยที่ผู้บริหารศูนย์การค้าหลายรายออกมาให้ตัวเลขใกล้เคียงกันว่า น่าจะมีสัดส่วนถึง 60 - 70% การเติบโตของ ตลาด ซึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงก็คือกลุ่ม Affluent ทั้งหลาย และกลุ่ม High Net Worth Individuals ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในบ้านเรา จนกลายมาเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้ตลาดสินค้าลักชัวรี่ในเมืองไทยมีการเติบโตที่ดีอย่าง ต่อเนื่อง
ส่วนอีกปัจจัยที่สำคัญจะมาจากการทำตลาดของทั้งลักชัวรี่ แบรนด์ และเจ้าของศูนย์การค้า หันมาทำลอยัลตี้ โปรแกรม เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มมีการช้อปอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอเบเนฟิตทั้งในเรื่องของการบริการ การให้สิทธิ พิเศษ รวมถึงการทำการตลาดผ่านอีเวนท์ในรูปแบบต่างๆ และการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตลาดน่าจะมี การเติบโตในตัวเลขที่มากกว่า 5% ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตสูงกว่าเทรนด์การเติบโตในระดับโกลบอลที่มีอยู่ประมาณ 3 – 4%

ที่น่าจับตามองก็คือการเติบโตของตลาดสินค้าลักชัวรี่ที่ขยายออกไปยังเมืองท่องเที่ยว อย่างกรณีของภูเก็ตที่ถือเป็น เดสทิเนชั่นด้านการท่องเที่ยวสำคัญของบ้านเรา การเติมเต็มด้วยสถานที่ช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่ของเซ็นทรัลพัฒนาผ่านศูนย์ การค้าในเครือคือเซ็นทรัล ภูเก็ต จึงถือเป็นการเข้าไปรองรับกับเทรนด์การเติบโตของตลาดได้เป็นอย่างดี
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บอกว่า เซ็นทรัล ภูเก็ต คือเดสทิเนชั่นสำคัญที่แบรนด์ระดับโลกเลือกปักหมุดรองจากกรุงเทพฯ ด้วยศักยภาพของจังหวัด ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและเป็นจังหวัดที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวได้กว่า 360,000 ล้าน บาทต่อปี (ตั้งแต่ 1 ม.ค.–10 มี.ค. 67) ดึงดูดทั้งคนไทย-ต่างชาติ
ประกอบกับ Strategic Location ของเซ็นทรัล ภูเก็ต ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นแลนด์มาร์กของคน Local-International มาโดยตลอด ส่งผลให้ Traffic Recovery ปี’66 โตขึ้นจากปี 2562 ถึง 120% และหากนับจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงสุด 5 ประเทศ ได้แก่ จีน, รัสเซีย, เกาหลีใต้, ฮ่องกง และอเมริกา โดยปี 2566 ประเทศไทยได้ ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคน
“จากข้อมูลพบว่า สินค้าหรูหราในไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 แสนล้านบาท คาดว่าจะขยายตัวด้วย อัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 5.62% จนถึงปี 2571 ใกล้เคียงกับตลาดสินค้าหรูหราในสิงคโปร์ ที่ตอนนี้มีมูลค่า ราว 1.4 แสนล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg) โดยเซ็นทรัล ภูเก็ต Luxury Shopping Destination ที่แรก ที่เดียวนอกกรุงเทพฯ ที่ได้รวบรวมแบรนด์หรูระดับโลกไว้อย่างครบครัน ได้แก่ BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BURBERRY, CHRISTIAN LOUBOUTIN, DIOR, GUCCI, HERMÈS, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, SAINT LAURENT, VERSACE, ZEGNA รวมถึงแบรนด์หรูที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ในปี 2567 เช่น PRADA และอื่นๆ อีกมากมาย”

นอกจากการเติมเต็มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาไว้ในศูนย์การค้าแล้ว เซ็นทรัลพัฒนายังมีการจับมือกับแบรนด์ดัง เพื่อทำ กิจกรรมการตลาดร่วมกัน อย่างการสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกใน Southeast Asia กับ CHRISTIAN LOUBOUTIN เปิดตัว "Loubi’s on the beach" Pop-up Store รังสรรค์พื้นที่ให้เป็น Tropical Paradise สวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในแฟชั่น ผสมผสานความหรูหราในสไตล์บีช
พร้อมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สุดประทับใจไม่รู้ลืม ด้วยป๊อปอัพโทนสีแดงและ สีขาวอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าพื้นแดงทรงพลังของ CHRISTIAN LOUBOUTIN ให้ทุกคนเลือกช้อปคอลเลคชั่น รองเท้าไอคอนิคไปจนถึงแอคเซสเซอรี่พิเศษ พบกับไอเทมลิมิเต็ดในคอลเลคชั่นฤดูร้อน CHRISTIAN LOUBOUTIN 2024 โดยจะวางจำหน่ายเฉพาะที่เซ็นทรัล ภูเก็ตที่เดียวในโลกเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ยังจับมือกับ GUCCI ขยายพื้นที่ปรับโฉมต้อนรับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เนรมิตบูติกผ่านนิยามใหม่ ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต นำเสนอซีเลคชั่นอันหลากหลายสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, ไฟน์จิวเวลรี่ และ แอคเซสเซอรี่ รวมไปถึงของแต่งบ้าน Gucci Décor และไอเทมชิ้นพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งได้ถูกรวบรวมไว้ ณ บูติกแห่งนี้

และที่เคยจัดผ่านไปแล้วก็คือการจับมือร่วมกันกับ LOUIS VUITTON เปิดตัว Pop-up Store สุดพิเศษ ต้อนรับ คอลเลคชั่น Men’s Spring-Summer 2024 จาก Pharrell Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คอลเลคชั่นบุรุษคนใหม่ ของแบรนด์ พร้อมรังสรรค์พื้นที่ด้วยลวดลาย Damier อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งร้านนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ 50 Pop-up Store ทั่วโลก ที่เกิดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้อีกด้วย
นอกจากเซ็นทรัล ภูเก็ตแล้ว เซ็นทรัลพัฒนา ยังน่าจะมองถึงการขยายการทำตลาดสินค้ากลุ่มลักชัวรี่ออกไปยังเมือง ท่องเที่ยวที่เป็นเดสทิเนชั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบในเรื่องของการช้อปปิ้ง โดยการออกมา ประกาศแผนการรีโนเวทสาขาเดิมที่มีเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา รวมอยู่ในแผนด้วยนั้น จะมีการปรับรูปแบบด้วยการเติมแบรนด์ ช็อปเข้าไปที่คาดว่าน่าจะมีสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่รวมอยู่ด้วย เนื่องจากพัทยามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีค่อนข้างมาก และยัง ขาดแหล่งช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์
ถือเป็นอีกการขยับตัวที่น่าจะตอบรับกับเทรนด์การเติบโตของสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์ได้อย่างลงตัว...