เชื่อหรือไม่ว่าปี 2024 จะกลายเป็นปีของ AI ที่ไม่ใช่แค่กระแส เพราะ AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายองค์กรที่พร้อมอ้าแขนรับสิ่งเหล่านี้ AI จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงขอบเขตของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อีกต่อไป
ภายในงาน Intel AI Summit ซึ่งเป็นงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ด้าน AI ของ intel ที่จัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่างๆ มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบันและศักยภาพการเติบโตในอนาคต
IDC ผู้ให้บริการด้านการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านไอทีชั้นนำระดับโลก และเป็นหนึ่งในวิทยากรในงานเสวนาครั้งนี้ ได้คาดการณ์ว่าตลาดซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม AI ของประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 43.1% ในช่วงปี 2566 ถึง 2570 โดยในปี 2570 คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 141.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

หากดูสัดส่วนการลงทุนในซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม AI ของแต่ละอุตสาหกรรมเป็นดังนี้
บริการทางการเงิน (Financial Services) 27.1%
อุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing & Resources) 19.7%
สาธารณูปโภคและพลังงาน (Infrastructure & Energy) 18.6%
ค้าปลีก (Retail & Services) 14.9%
หน่วยงานภาครัฐ (Public Sector) 14.7%
สุขภาพ (Healthcare) 4.9%
กลุ่มธนาคารและบริการทางการเงิน ถือเป็นกลุ่มที่มีการประยุกต์ใช้ AI อย่างรวดเร็ว และแสวงหาโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้แชทบ็อต การแนะนำผลิตภัณฑ์ และการตรวจจับการโกง
ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิต ใช้ Al สำหรับการบำรุงรักษา การควบคุมคุณภาพ และตรวจจับข้อบกพร่องและลดคาร์บอนฟรุตปริ้นในโรงงาน
ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ จะใช้ AI ในการส่งเสริมการใช้บริการสาธารณะ เช่น e-government การคมนาคม และการท่องเที่ยว เป็นต้น
โรเจอร์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม AI ในไทยเติบโตมีหลายส่วน เช่น ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติ (พ.ศ. 2565-2570) ที่มีเป้าหมายฝึกอบรมความรู้ด้าน AI แก่บุคลากรกว่า 80,000 คน การจัดสรรงบประมาณ 1.29 พันล้านบาท เพื่อการวิจัยและพัฒนา AI และการดำเนินงานตามนโยบาย Cloud First เป็นต้น
“แม้ว่าไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแรง และช่วยส่งเสริมการใช้งาน AI ในประเทศ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายบางประการ เช่น การใช้งานเทคโนโลยียังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน การขาดแคลนทักษะทางดิจิทัล และปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เป็นต้น”

เจน เบล รองประธาน ฝ่ายการขายและการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวซีแลนด์ อินเทล กล่าวว่า
“อินเทลเล็งเห็นถึงความสำคัญของ AI ซึ่งเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนหลักของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ที่คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 เชื่อว่า AI จะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนประเทศ ขณะเดียวกันช่วยแก้ปัญหาของโลก รวมถึงสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ”
สร้างอนาคต ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ปัจจุบัน อินเทลมีพอร์ตโฟลิโอ AI ที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงโซลูชัน AI ที่ขอบเครือข่าย โซลูชันแบบเปิดที่สามารถปรับขยายได้ และพอร์ตโฟลิโอซอฟต์แวร์ AI โดยมีการนำเสนอโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra และ Intel® Gaudi® 3 AI Accelerator
โปรเซสเซอร์โมบายล์ Intel® Core™ Ultra เป็นโปรเซสเซอร์ตัวแรกที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีการประมวลผล Intel 4 และยังเป็นโปรเซสเซอร์ตัวแรกที่ได้ใช้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงแบบ 3 มิติ ซึ่งมีความสามารถในการเร่งการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ เข้ากับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และหน่วยประมวลผลข่ายประสาท (NPU) Intel® Core Tu Uitra นับเป็นโปรเซสเซอร์ที่รองรับความสามารถในการประมวลผลของ AI และช่วยประหยัดพลังงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอินเทล
ขณะที่ ตัวเร่งความเร็ว AI Intel® Gaudi® 3 มีความสามารถในการคำนวณ AI มากถึง 4 เท่า พร้อมแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า และมีความกว้างของเครือข่ายเพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเทคโนโลยีการฝึกปัญญาประดิษฐ์และระบบการวิเคราะห์โมเคลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และโมเดลแบบผสมผสาน (Mutimodal Mode) โดยตัวเร่งความเร็ว AI Intel® Gaudi@ 3 ได้พัฒนาต่อยอดจาก Intel® Gaudi@ 2 ซึ่งเป็นตัวเร่งความเร็ว AI เพียงตัวเดียวในตลาดที่ได้รับการพิสูจน์สมรรถณะและผ่านมาตรฐาน MLPerf
เรียกได้ว่า นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเทคโนโลยีการฝึก AI และระบบการวิเคราะห์โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) รวมไปถึงโมเดลแบบผสมผสาน (Multimodal Model) ซึ่งแน่นอนว่าการบูรณาการ AI เข้ากับทักษะการทำงานนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่ทุกอาชีพที่จะนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ได้ทันที ทว่าการเข้าใจเพื่อเตรียมพร้อมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ต้องผสมเทคนิคการใช้ AI ให้มาเป็นเครื่องมือผู้ช่วยของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น