BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,133
VIEWS

ไขความกระจ่าง ทำไม Collaboration Marketing ถึงยังเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม

มิ.ย. 20, 2567 R.Somboon
ว่ากันว่า กลยุทธ์ Collaboration Marketing แม้จะเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกพูดถึงมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่กลยุทธ์นี้ก็มีแนวโน้มที่ถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน           
 
การ Collaboration ไม่ว่าเป็นการ Collab ของธุรกิจประเภทเดียวกันหรือข้ามประเภทธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่หัวใจทั้งหมดของการใช้กลยุทธ์นี้ก็คือจะส่งมอบ Experience หรือประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งบางคนอาจไม่เคยซื้อสินค้าและบริการของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เมื่อมีการ Collaboration แล้วก็อาจสร้างให้เกิดโมเม้นต์กระตุ้นให้เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ให้อยากซื้อและใช้สินค้าและบริการเมื่อมีการผนึกกำลังกันแล้วก็ได้
 
หากมองเข้ามาที่การทำ Collaboration Marketing แล้ว จะมีลำดับขั้นตั้งแต่ 
 
1.การ Co – Branding คือการจับมือของ 2 แบรนด์ เพื่อร่วมกันทำตลาด ซึ่งการ Co-Brand อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการตลาด เพราะมี Co-Brand ให้เห็นมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ยังคงเห็นการทำตลาดในรูปแบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ น่าจะเป็นการจับมือร่วมกันของ GoPro และ Red Bull ที่ในอดีต เคยทำแคมเปญร่วมกันคือ “Stratos Campaign” ซึ่งเป็นการทำโฆษณาสั้นๆ ที่ให้เฟลิกซ์ เบาม์การ์ตเนอร์ (Felix Baumgartner) นักกระโดดร่มเสี่ยงตายต้องกระโดดลงมาจากอวกาศหรือนอกโลกเพื่อกลับเข้ามาในโลกด้วยความสูงประมาณ 39 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ซึ่งเป็นความสูงที่สุดที่เฟลิกซ์เคยกระโดด แถมคลิปนั้นยังถูกบันทึกด้วยกล้อง GoPro HERO2 ที่ทางแบรนด์นำมาโปรโมทสินค้าไปด้วยในตัว
 
การจับมือร่วมกันของทั้ง 2 แบรนด์ ถือเป็นการร่วมมือกันของแบรนด์ที่มีแนวคิดเหมือนกันในเรื่องความแอ็กทีฟ กล้าหาญ และเอ็กซ์ตรีม จึงเป็นการทำแคมเปญที่ถูกพูดถึงมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา


ส่วนเหตุผลสำคัญของการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด Co-Brand เกิดขึ้นจากหลากหลายความต้องการ คือ
ประการแรก เพื่อนำสินค้าและบริการของบริษัทหนึ่งให้แก่ฐานลูกค้าหลักของอีกบริษัทหนึ่ง      
ประการที่ 2 เพื่อให้สินค้าและบริการได้ประโยชน์จากความมีชื่อเสียง ความเชื่อถือที่มีในแบรนด์อีกแบรนด์หนึ่ง     
ประการที่ 3 เพื่อการประหยัดต้นทุนของการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่ลดลงจากการ Co-Brand เทียบกับที่แต่ละแบรนด์ดำเนินการกันเอง
 
2.Co – Marketing เป็นกลยุทธ์ประสานความร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นภาพที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้น ในยุคแห่งการร่วมมือทางการตลาดเหมือนอย่างปัจจุบันนี้
 
3.Co – Technology จะเป็นอีกแนวทางที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดย Co – Technology ถือเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพของความเป็นแบรนด์หรือองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของทั้งคู่ออกมาอย่างโดดเด่น
 
4.Co - Creation ตัวอย่างของเรื่องนี้ก็คือครั้งหนึ่ง 2 แบรนด์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลและไนกี้ เคยจับมือร่วมกันทำในเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ไอโฟนเป็นตัวหลักพร้อมกับเอาเซ็นเซอร์ไปใส่ไว้ที่รองเท้าและมีเซ็นเซอร์ที่มือถือ ถือเป็นการพัฒนาร่วมกัน เป็นการ Extended ความสามารถของแอปเปิ้ล ในขณะที่ไนกี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็เอา Resource จาก 2 บริษัทมาร่วมกันทำให้ต้นทุนต่ำลง และทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถขยายฐานลูกค้าได้

บาร์บีคิวพลาซ่า
กับกรณีศึกษาของการทำ Collab ที่ทรงพลัง
 
บาร์บีคิวพลาซ่า ถือเป็นแบรนด์ที่มีสีสันด้านการตลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของผู้เล่นรายนี้ก็คือการทำ Collaboration Marketing ที่แต่ละแคมเปญที่ยิงออกมา ถือว่าสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย
 
อย่างล่าสุดที่ Collab กับแบรนด์เบอร์ 1 ในตลาดมันฝรั่งทอดกรอบอย่างเลย์นั้น เป็นการทำ Collaboration ที่มุ่งการสร้างความโดดเด่นให้กับตัวน้ำจิ้มของบาร์บีคิวพลาซ่า ที่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญอย่างหนึ่งของร้านปิ้งย่างแบรนด์นี้
 
การจับมือกับเลย์นั้น นอกจากการออกเมนู และทำโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการแล้ว ในฟากของเลย์ยังมีการออกสินค้าใหม่ 2 รสชาติคือเลย์รสน้ำจิ้มบาร์บีคิวพลาซ่า และบาร์บีกอนพ่นไฟ ซึ่งเป็นการช่วยให้เกิดภาพจำในจุดเด่นดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในมุมของการขยายพื้นที่เข้าไปสู่เชลฟ์ในร้านค้าปลีกที่เลย์ในฐานะเบอร์ 1 ถือครองพื้นที่บนลฟ์ได้ค่อนข้างมาก


รัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวถึงการสร้างสรรค์มันฝรั่งทอดทั้ง 2 รสชาติจากเลย์ว่า “สำหรับการทำ Collaboration Marketing ครั้งนี้ โจทย์แรกของเราคือทำอย่างไรให้ไม่เหมือนที่ผ่านมา และทำยังไงให้แบรนด์เข้าใกล้ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น เพราะผลประโยชน์จากการทำร่วมกันครั้งนี้เป็นของผู้บริโภค การที่มีเลย์เป็นพาร์ทเนอร์แน่นอนว่าทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วยช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแรงของทางเลย์ และยังเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าบาร์บีคิวพลาซ่าได้ลองชิมน้ำจิ้มของบาร์บีคิวพลาซ่าในรูปแบบมันฝรั่งที่ต่างออกไปจากที่เคย
 
“ที่สำคัญยังช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันผ่านทางพันธมิตรอย่างเลย์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดปาร์ตี้หรือชมซีรีส์ที่บ้านก็เหมือนได้ทานบาร์บีคิวพลาซ่าไปด้วย นอกจากนี้เรายังสร้างแลนด์มาร์คใหม่ให้กับทางเลย์ ด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์การกินในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าสาขาสยามสแควร์วัน ให้กลายเป็นร้าน Store Model for Collaboration เพื่อทำให้คอนเซ็ปต์ของการ Co-Branding แข็งแรงมากยิ่งขึ้น”
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการดำเนินกลยุทธ์นี้ของบาร์บีคิวพลาซ่า ก่อนหน้านั้นก็เคยมีการทำมาตลอด โดยเฉพาะกับในช่วงกว่า 2 ปีที่แล้ว ที่มีการจับมือกับพันธมิตรที่เป็นสินค้าในกลุ่มปัจจัย 4 ไล่ตั้งแต่การจับมือกับแบรนด์แสนสิริ ทำแคมเปญ “แสนสิริ x บาร์บีคิวพลาซ่า กระจายความสุข”
 
รวมถึงการทำกับกลุ่มสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ด้วยการผนึกกำลังกับแบรนด์เสื้อยืดไทย “ห่านคู่” ทำ Product Collaboration เป็นเสื้อยืด “GON X ห่านคู่” ผลิตเสื้อห่านคู่ Plus+ โอเวอร์ไซส์ 3 ลายห่านคู่ Gon ที่เป็นการทำ Product Collaboration เพื่อต่อยอดไปสู่การเข้าถึงกลุ่มที่เป็น GON LOVER ซึ่งเป็นแนวทางของการทำ Licensing Partnership ที่ต้องการความครอบคลุมอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัย 4 ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
 
ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงปลายปี 2560 ยังมีการจับมือกับ Grab ร่วมกันทำตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์  “ Gon กลับ Grab” ให้เพื่อนบาร์บีกอนได้ใช้บริการ Grab กลับบ้านอย่างสนุกและสุขใจ ด้วยการนำรถ Grab  5 คัน มาตกแต่งเป็นบาร์บีก้อนฟลีต ติดสติกเกอร์รอบคันด้วยลายบาร์บีก้อน เสริมด้วยพร็อบด้านในรถด้วยของสะสมจากบาร์บีก้อนให้ผู้โดยสารได้เซลฟี่แบบจัดเต็ม พร้อมไฮไลท์ใช้บริการนั่ง Grab ฟรี สำหรับสมาชิกบัตรบาร์บีก้อนคลับ และส่วนลดสุดพิเศษ 70 บาท ทั้งสำหรับลูกค้าสมาชิกบาร์บีก้อนแและผู้ใช้บริการ Grab  แคมเปญดังกล่าวนี้ทำไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. –    31 ธ.ค.60


ในครั้งนั้น ยังเป็นการเข้ามาช่วยเติมเต็มกลยุทธ์ Character Marketing ในการสร้างแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจคน โดยมีบาร์บีก้อนเป็นสื่อกลางสำคัญในการเชื่อมโยงแบรนด์ไปสู่ลูกค้า เรียกได้ว่า เป็นการนำพี่ก้อนเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของการเดินทาง ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการทำ Collaborationของบาร์บีคิวพลาซ่า
 
ในปี 2560 เช่นเดียวกันยังมีจับมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างแอนิเทค ให้ไลเซ่น (License) บาร์บีก้อน ไปจัดทำเป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านลายบาร์บีกอนสุดน่ารัก น่าสะสม ให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ทั้งกาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องปั่นสมูทตี้ และเตาอบความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้เจ้ามังกรตัวเขียวบาร์บีก้อนสามารถผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ในครัวของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง
 
ส่วนในปี 2562 มีการจับมือร่วมกับมาชิตะ สาหร่ายทอดกรอบของค่ายสิงห์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี โดยภายใต้การทำแคมเปญร่วมกันดังกล่าว นอกจากจะมีการออกเมนูใหม่แล้ว ยังมีการนำเมนูของบาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกมาชิตะรสชาติใหม่นั่นคือ รสเบคอนย่างซอสบาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งเป็นการผลักดันให้แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปอยู่ในช่องทางร้านค้าปลีก
 
ส่วนในเดือน มีนาคม 2562 จับมือกับพิซซ่าฮัท เปิดตัวแคมเปญ “ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เชนร้านอาหารที่อยู่ในระนาบเดียวกันมีการจับมือร่วมกันทำตลาด
 
การจับมือกับพิซซ่าฮัท เป็นอีกความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในการจับมือกับร้านอาหารด้วยกันเอง โดยมีการร่วมกันในการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาเมนูไฮไลท์ ซึ่งเป็นส่วนผสมของวัตถุดิบสำคัญหรือ Signature ของทั้ง 2 แบรนด์ เป้าหมายสำคัญของการจับมือร่วมกันในครั้งนี้จะอยู่ที่การสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหาร
 
ถือเป็นการฉีกกฎการตลาดในการ Collaborate กันของ 2 แบรนด์ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่จะได้รับไม่ใช่เพียงแค่ยอดขาย แต่เราเชื่อว่าแคมเปญนี้จะกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้กับตลาด และสะท้อนจุดยืนของทั้งบาร์บีคิวพลาซ่าและพิซซ่าฮัท ในการคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เป็นไปได้เพื่อสร้างความแปลกใหม่และประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า รวมถึงการ Cross Target ของทั้งสองแบรนด์ที่เชื่อว่าจะขยายฐานลูกค้าของแต่ละแบรนด์ได้ในอนาคต
 
เป็นอีกแนวทางที่สามารถสร้างสีสันให้กับแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าได้ไม่น้อย...


บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง

จาก "วงจรแห่งความสุข" สู่ "สเปรย์ซ่อน GON" เบื้องหลังไอเทมที่ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนเตา

"ฉีกตำรา” แก้ Pain Point! บาร์บีคิวพลาซ่าใช้ “สเปรย์ซ่อน GON” สร้าง Emotional Engagement

2 เม.ย.นี้ พี่ GON ชวนแต่งแล้วอิ่ม “แค่ 1 บาท NET/คน” เมื่อแต่งชุดชนเผ่ากิน GON BUFFET โค้งสุดท้าย ที่ บาร์บีคิวพลาซ่า สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 วันเดียว

เพราะความสุขไม่ได้มีไว้รอโอกาสพิเศษ ถอดรหัส ROE ที่ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ใช้เปลี่ยนปิ้งย่าง ให้กลายเป็นพลังบวกในทุกวัน

ชวนถอดมุมมองการสื่อสารของบาร์บีคิวพลาซ่า เมื่อแบรนด์ใช้โต๊ะอาหารเป็นพื้นที่กลางของคุณค่าร่วมในสังคม

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact