ท่ามกลางผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่มีอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก แต่เชื่อไหมว่าส่วนใหญ่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน และแก้ Pain Point ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะปัญหารั่วซึมซึ่งเป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านเจอมากถึง 70% ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงวัสดุก่อสร้างมานานกว่าสิบปี “OJO” จึงอาศัยช่องว่างดังกล่าวเป็นตัวแทนนำเคมีภัณฑ์ก่อสร้างแบรนด์สากลระดับโลกมาตรฐานสูงจากเยอรมันและสหรัฐอเมริกาเข้ามาทำตลาดจนได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกนำเข้าเคมีภัณฑ์ก่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาในตลาดก่อนอยู่เสมอ


คุณพุทธิพร เหล่าตระกูล CEO and Founder บริษัท โอโจ โกลบอล เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ปัญหารั่วซึมจัดเป็นปัญหาใหญ่ในบ้านเรา เกิดจากหลายปัจจัย หลักๆ มาจากสภาพภูมิประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้น แดดแรง ปริมาณฝนเยอะ ความแตกต่างของอุณหภูมิจากร้อนจัดจนถึงฝนตกและการทรุดตัวของชั้นดิน แต่อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ถูกประเภทและพื้นผิว และวิธีใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหารั่วซึมได้ในระยะยาว OJO จึงเริ่มนำเข้าเคมีภัณฑ์ก่อสร้างภายใต้แบรนด์ Sista, Pattex, Tangit จากเยอรมัน และ T-Rex จากสหรัฐอเมริกา เข้ามาปิดช่องว่างในตลาด โดยปัจจุบันจำหน่ายเคมีภัณฑ์ก่อสร้างในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนว ผลิตภัณฑ์ประเภทกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม ผลิตภัณฑ์ดี.ไอ.วาย. ผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมพื้นผิวและอุปกรณ์ อาทิ ชุดตกแต่งยาแนว และปืนยิงยาแนว เป็นต้น จำหน่ายผ่านทั้งร้านค้าวัสดุก่อสร้างดั้งเดิม โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องเขียน และช่องทางออนไลน์

ในช่วงแรกของการทำตลาดนั้น OJO เจาะตลาดกลุ่มช่างเพื่อปูพรมให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในระดับผู้ใช้งานก่อน แต่จากเทรนด์ดี.ไอ.วาย. ของ Consumer ที่ต้องการซ่อมแซมตกแต่งบ้านด้วยตัวเองเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์เฉพาะทางหรือใช้ง่ายไม่ยุ่งยากเข้ามาตอบโจทย์ OJO จึงขยายฐานลูกค้ามายังกลุ่มเจ้าของบ้านตั้งแต่ปี 2019 ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ก่อสร้างคุณภาพสูงเข้ามารองรับความต้องการกลุ่มนี้ ที่สำคัญยังเป็นผู้บุกเบิกเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

จึงไม่แปลกใจว่า ทำไม OJO เป็นที่รู้จักกันในหมวดเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ที่มักจะนำนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอยู่สม่ำเสมอ เพราะวางตำแหน่งตัวเองในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยกับผู้ใช้งาน ทุกครั้งที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา OJO จะเริ่มจากการหาอินไซต์ของลูกค้าผ่านช่องทางพนักงานขายหน้าร้านและคู่ค้าว่าลูกค้ามองหาผลิตภัณฑ์แบบไหนและยังมีอะไรที่ยังไม่ตอบโจทย์ จากนั้นจึงไปหาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด หรือ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีในตลาดอย่างชัดเจนแล้วทดสอบคุณภาพการใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจคุณภาพก่อนนำมาจัดจำหน่าย
“Criteria ในการเลือกนำเข้าผลิตภัณฑ์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เราจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใครขายมาก่อน แก้ไข Pain Point ลูกค้าได้ นี่จะเป็น Priority แรกๆ ที่เราจะนำเข้ามาทำตลาด หรือหากมีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ของเราจะต้องมีข้อแตกต่างที่ดีกว่า เรามองว่าการขายสินค้า Me Too อาจจะง่าย แต่สุดท้ายอาจจะเกิดสงครามราคา เราต้องการแข่งกันที่คุณภาพเพื่อพัฒนาตลาดไปด้วย ดังนั้นผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของเราจึงมีความโดดเด่น ลูกค้าให้การยอมรับและมั่นใจในคุณภาพ”

ยกตัวอย่าง Sista โพลิเมอร์ยาแนว และ Sista อัลตร้าเคลียร์ 2 ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่ OJO นำเข้ามาบุกเบิกเป็นเจ้าแรกของตลาด โดย Sista โพลิเมอร์ยาแนว เป็นยาแนวที่ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก เหมาะกับทุกวัสดุแม้บนวัสดุเปียกชื้น อย่างเช่นหากขอบประตู/หน้าต่างรั่วสามารถยาแนวหยุดการรั่วซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้วงกบแห้ง ทั้งยังยืดหยุ่น 1000% รองรับการยืดและหดตัวของวัสดุได้ดี เป็นยาแนวที่มีคุณภาพสูงสุดในตลาด ปิดข้อด้อยของยาแนวประเภทอื่นๆ ได้ใบรับรอง LEED V4 and V4.1 BETA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่บ่งชี้ว่ายาแนวมีสารอินทรีย์ระเหยง่ายในปริมาณที่น้อย (Low VOC) มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัย รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ Sista อัลตร้าเคลียร์ เป็นอะคริลิคกันรั่วซึม พร้อมใช้งานเพียงแค่ใช้แปรง ใช้ทาป้องกันน้ำรั่วซึมผ่านและเคลือบพื้นผิววัสดุ เมื่อแห้งแล้วจะมีลักษณะสีใสใช้ได้กับทุกวัสดุโดยไม่ลดทอนความสวยงาม จะเห็นได้ว่าเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์จาก Sista จะเสมือนเสริมเกราะให้บ้าน หยุดการรั่วซึม

แต่ทั้งนี้คุณภาพของเคมีภัณฑ์ก่อสร้างจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อใช้งานอย่างถูกต้อง OJO จึงให้ความสำคัญกับการอบรมและเวิร์คช็อปพนักงานขายหน้าร้านทุกไตรมาส เพื่อส่งต่อความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวิธีใช้งานที่ถูกต้องแก่ลูกค้า
โดย OJO เลือกที่จะไม่ Outsource พนักงานขายหน้าร้าน เพราะต้องการดูแลและพัฒนามาตรฐานการให้บริการ และมองว่าจะสามารถรับส่ง Feedback จากลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“การเติบโตของ OJO ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มาจาก 3 ส่วนสำคัญ- อย่างแรก เรา Never Compromise in Product Quality ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพดีเท่านั้น โดยผ่านการทดสอบเพื่อตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานระดับสากล
- สอง เรามองความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง ความรวดเร็วในการตัดสินใจและปฏิบัติงาน ยึดมั่นในคำสัญญาที่ให้กับลูกค้าและคู่ค้า เป็นสิ่งที่เรายึดถือเสมอ
- สาม “ทีมงาน” คือ ส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะทุกคนคือฟันเฟืองและเป็นแรงผลักดันให้กันและกัน
โดยในเรื่องการบริหารคนในองค์กร ส่วนตัวให้ความสำคัญกับการสื่อสาร มีการให้ Direct Feedback กับทีมงานเสมอ พอทุกอย่างลงตัวจะเน้นการให้เกียรติการเปิดกว้างรับฟัง เชื่อใจ และให้การเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เราให้ความสำคัญในความชัดเจนของเป้าหมายและวัตถุประสงค์ และต้องสามารถวัดผลได้ เพื่อทุกคนในองค์กรจะได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน”อย่างไรก็ดี จากการขยายฐานลูกค้ามายังกลุ่มเจ้าของบ้าน OJO จึงมีแผนปรับการสื่อสารครั้งใหญ่ในปีนี้ โดยเน้น Message ให้เข้าใจง่าย และตรงประเด็นสำหรับการใช้งานว่าใช้ทำอะไร แก้ไข Pain Point หรือป้องกันปัญหาใด ใช้ที่ไหน มีประโยชน์หรือข้อดีอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับ Tagline
“OJO, FIX LIKE A PRO ซ่อมง่ายเหมือนมือโปร โอโจ พร้อมช่วยคุณ”
นอกจากนี้ OJO ยังเตรียมเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ต้อนรับฤดูฝน พร้อมขยายตลาดมากขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ทั้งการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและแบรนด์สินค้า ซึ่ง OJO ได้รับการตอบรับอย่างดี สะท้อนได้จากอัตราการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก
สุดท้ายนี้ คุณพุทธิพรมองว่าแม้ตลาดวัสดุก่อสร้างในปีนี้จะมีความท้าทายอันเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่หากจับตลาดได้ถูกต้องด้วยนวัตกรรมและคุณภาพสินค้าก็ยังมีโอกาสการเติบโต โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น Double-digit พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง