เพราะเทรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการอยู่ในกระแสแฟชั่นเสมอ หรือได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนอย่างโดดเด่นผ่านเสื้อผ้าการแต่งกาย จึงไม่แปลกที่ธุรกิจเสื้อผ้าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเครือแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง Jaspal Group หรือบริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) เองก็เป็นที่กล่าวถึงมาโดยตลอด ด้วยคุณภาพและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในพอร์ตฯ ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแต่งตัวอันหลากหลายของ ผู้บริโภคได้ดีเสมอมา
แม้จะมีผู้เล่นใหม่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากมาย แต่ Jaspal Group ที่สั่งสมความน่าเชื่อถือที่ลูกค้ามอบให้อย่างยาวนานจนมีฐานลูกค้าที่หนาแน่นและหลากหลายก็สร้าง Brand Reputation ได้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงจะเริ่มต้นธุรกิจในกลุ่มธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน แต่ Jaspal Group ก็สามารถต่อยอดแบรนด์จนประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าตลาดแฟชั่นทั้งในประเทศ และขยายสู่หลายประเทศในอาเซียน ที่ ณ ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็น Lifestyle Hero มาจนถึงปีที่ 77 แล้ว


ปัจจุบัน Jaspal Group มีแบรนด์แฟชั่นในเครือมากถึง 21 แบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ออกแบบสินค้าได้ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค (Segmentation Marketing) อย่าง CC Double O เสื้อผ้าใส่สบายสไตล์อเมริกัน, Lyn เป็นกระเป๋าและรองเท้าที่ครองใจสาวๆ ด้วยดีไซน์สวยหรูในราคาที่จับต้องได้, Jelly Bunny แฟชั่นไอเทมสดใสเจาะกลุ่มวัยรุ่น และแน่นอนว่าแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงก็เรียกกระแสตอบรับจากผู้บริโภคได้ดีเช่นกัน หรือสามารถแตกไลน์ทำสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ เช่น CPS Chaps สตรีทแวร์ดีไซน์เท่ ผสานกลิ่นอายดนตรีร็อก เพิ่มไลน์ร้านคาเฟ่ CPS Coffee หรือ Jaspal ก็เปิดโซน Jaspal Home & Lifestyle จำหน่ายสินค้าของตกแต่งบ้าน เป็นต้น จึงทำให้ Jaspal Group เป็นบริษัทแฟชั่นสัญชาติไทยที่ครองส่วนแบ่งตลาดเสื้อผ้าและรองเท้ามากเป็นอันดับ 1 หลายปีซ้อน
คุณจรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Jaspal Group เสริมว่า “เรายึดมั่นตามพันธกิจของบริษัท ‘Find Your Greatness’ เพื่อให้ลูกค้าได้ค้นพบทุกไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบที่ปรารถนา โดยนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพและมีความหลากหลายภายใต้ราคาที่ เหมาะสม และมอบบริการที่ได้มาตรฐานและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า รวมถึง Loyalty Program ในชื่อ JPS Club ที่นำเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ครอบคลุมทั้งไลฟ์สไตล์รวมถึงส่วนลดพิเศษต่างๆ”

เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแฟชั่นไอเทมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง Jaspal Group จึงมองหาโอกาสในการขยายสาขาไปในพื้นที่ต่างๆ ที่พิจารณาแล้วเห็นถึงโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวจนปัจจุบันมีร้านค้าแฟชั่นรวม 475 แห่ง (มิถุนายน 2566) และช่องทางจำหน่าย E-Commerce มากกว่า 25 ช่องทาง ด้วยการจำหน่ายสินค้าแบบ Omni-channel ที่ทำให้ลูกค้าช้อปสะดวกยิ่งกว่าเดิม แบรนด์ในเครือจึงมีความต้องการในการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความสัมพันธ์อันดีกับ Supplier ส่งผลให้ Jaspal Group มีข้อได้เปรียบในการจัดหาสินค้าที่ต้นทุนได้อย่างเหมาะสม ไร้กังวลว่าจะเพียงพอต่อทุกแบรนด์หรือไม่

ถึงจะมีแบรนด์ในพอร์ตฯ ที่หลากหลาย แต่ Jaspal Group ก็สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ดีตั้งแต่การเลือกเนื้อผ้า กระบวนการตัดเย็บ แฟชั่นไอเทมต่างๆ จึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคงทน นอกจากนี้ Jaspal Group ยังเป็นเครือแฟชั่นที่คำนึงถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย โดยส่งเสริมให้แบรนด์ในเครือออก Sustainable Collection อย่าง ต่อเนื่อง อย่าง CC Double O ก็มีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยที่รีไซเคิลจากขวดพลาสติก และยังมี Jaspal ในคอลเลคชั่น JJ Summer Essentials ผลิตจากฝ้ายออร์แกนิคที่ปลูกและเก็บเกี่ยวด้วยวิธีที่ยั่งยืนอีกด้วย
ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Jaspal Group จึงพัฒนารูปแบบการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นคุณภาพสูงและทันสมัย แต่ยังคงความหลากหลายของสินค้าได้อย่างดีเช่นกัน เพื่อที่ Jaspal Group จะได้มอบความสุขให้กับผู้คนผ่านแฟชั่นไอเทมต่อไป และก้าวเป็นผู้นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ในอาเซียนตามเป้าหมายที่วางไว้