เมื่อ 6 ปีที่แล้ว การรถไฟญี่ปุ่นตะวันตกแถลงการณ์ขอโทษลูกค้า เนื่องจากปิดประตูรถไฟฟ้าเร็ว 1 นาที สำหรับคนไทยอย่างเราๆ อาจจะมองว่า นาทีเดียวเอง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ แต่หารู้ไม่ว่าในเวลาเพียงอึดใจเดียวนั้น ทำให้ผู้โดยสารที่ขึ้นรถไฟฟ้าไม่ทันโดนเจ้านายดุเพราะเข้างานช้า คุณยายไปไม่ทันคิวพบแพทย์และดีไม่ดีอาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นได้
แน่นอนว่าปัญหาเรื่องเวลามีอยู่ในบริการขนส่งทุกระดับ โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินที่มีปัจจัยร้อยแปดพันอย่างที่อาจกระทบต่อการเดินทาง หากผิดแผนจนเวลาบินคลาดเคลื่อนไปจาก Boarding Pass ก็ยากที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลับมาได้ซึ่งสายการบินสีแดงราคาประหยัดอย่าง แอร์เอเชีย ก็ตระหนักถึงผลกระทบของความไม่ตรงต่อเวลาเป็นอย่างดี เป็นที่มาของทีม OTP (On-Time Performance) เหล่าฮีโร่ที่จะช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายตรงเวลา

แล้วทีม OTP คืออะไร? เป็นการฟอร์มทีมโดยมี Key Manager จากแต่ละแผนก นักบิน ลูกเรือ ช่างซ่อมพนักงานภาคพื้น หรือพนักงานในส่วนอื่นๆรวมถึงทีมเซฟตี้ แม้แต่ CEO ก็เข้ามาร่วมกันหารือเกี่ยวกับปัญหาที่อาจทำให้การเดินทางติดขัด นำข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลังจากพื้นที่ต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อกําหนดเวลาบินที่เหมาะสม ไปจนถึงวางแผนรับมือกับความแปรปรวนของฟ้าฝนที่บางทีก็เดาใจยากเหลือเกิน
“เราให้ความสำคัญกับเรื่องเวลาค่อนข้างมาก เพราะงั้นเวลาประชุม OTP ถ้าใครมาสายก็จะปิดประตูไม่ให้เข้าครับ” คุณจตุพงษ์ หงษ์วิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และประธานคณะทำงานพัฒนาและรักษามาตรฐานความตรงต่อเวลา บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวถึงความจริงจังของทีม OTP ทั้งเสียงหัวเราะ
แต่ใช่ว่า แอร์เอเชีย จะสามารถรับมือได้ทั้งหมด ยังมีกฎแห่งธรรมชาติที่เราไม่อาจฝืน ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเข้ามาผสมโรงก็น่ากังวลเข้าไปใหญ่ จึงเป็นหน้าที่ของทีม OTP ในการคิดแผนสำรองไว้รับมือกับสถานการณ์ที่ยากต่อการควบคุม โดยมีความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหัวใจสำคัญ แม้จะมีเหตุสุดวิสัยจนทำให้เวลาเดินทางช้าออกไปบ้าง แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็พร้อมเข้าใจและมอบหมายให้ แอร์เอเชีย ดูแลต่อ
คุณจตุพงษ์ เล่าถึงการทำงานของทีม OTP ต่อว่า “หลักๆ แล้วทีม OTP จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 แบบ อย่างแรกคือ Controllable Case ทำเวลาเช็กผู้โดยสารให้กระชับขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังโควิดที่จำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เครื่อง Take Off ตรงเวลา แต่จะมี Uncontrollable Case ก็คือสภาพอากาศที่เราควบคุมไม่ได้ แต่บางตัวเราสามารถบริหารจัดการได้ อย่างหมอกที่ลงจัด ๆ ในตอนเช้าที่บางสนามบิน ทำให้เครื่องบินที่จะ Landing ในเวลานั้นมีโอกาสลงไม่ได้ถึง 20% สิ่งที่เราทำได้คือเลื่อนเวลาบินออกไปสักครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย”

อีกหนึ่งผลกระทบของการที่เครื่องบินออกตัวไม่ตรงเวลา คือเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองทำงานหนักขึ้นในระหว่างรอ Take Off ทำให้น้ำมันถูกใช้ในปริมาณที่สิ้นเปลือง ที่สำคัญคือเพิ่มมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงแถมยังทำให้ลูกเรือต้องทำงานล่วงเวลาอีกด้วย ซึ่งคุณจตุพงษ์มองว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามเวลาที่กำหนดก็จะสามารถบริหารต้นทุนที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งทรัพยากรเวลา พลังงาน คน และยังประหยัดต้นทุนแฝงอื่นๆ ได้อีกด้วย
“ทุกคนในบริษัทเรามองว่าความตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงจำเป็นที่จะต้องรักษามาตรฐานความตรงต่อเวลาของเราไว้ในระดับสูงตลอดเวลา ก่อนบินเรามีเวลาเพียง 30 นาทีในการรวมตัวคนจากทั้ง 6 แผนกมาทำงานร่วมกัน ถ้าส่วนไหนเกิดปัญหา ก็อาจทำให้ Process ที่เหลือล้มเป็นโดมิโน่ได้ ทีมเวิร์คเลยเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานของทีม OTP”

จึงสามารถกล่าวได้ว่า การมีอยู่ของทีม OTP เป็นฟันเฟืองหลักที่ทำให้ Ecosystem ของ แอร์เอเชีย ก้าวต่อไปได้แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านรางวัลสายการบินที่ตรงต่อเวลามากที่สุดในไทยโดย OAG, รางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ตรงต่อเวลาที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ Cirium และล่าสุดกับรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 15 สมัยซ้อนจาก Skytrax การันตีว่า แอร์เอเชีย เป็นสายการบินที่ All-Rounder จริงๆ
อย่างไรก็ตาม แอร์เอเชีย จะไม่หยุดพัฒนาตนเองไว้เพียงเท่านี้แน่นอน ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมที่จะยกระดับทุกการเดินทางของผู้โดยสารให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และรักษามาตรฐานความตรงต่อเวลาต่อไป อาทิ เทคโนโลยีสแกนใบหน้าเพื่อ Check-in สำหรับผู้โดยสารที่จะช่วยลดเวลาการต่อคิวเตรียมเปิดเส้นทางการบินใหม่ๆ ให้ต่างประเทศเป็นแค่ปากซอย และยังมี Solution อื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้
“Everyone can fly ใครๆ ก็บินได้” อย่างที่สโลแกน แอร์เอเชีย บอกไว้อย่างแน่นอน