Tellscore ผู้นำด้าน Influencer Hiring Automation Platform แห่งแรกของไทย มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อนักการตลาดดิจิทัลและ Influencer บนโซเชียลมีเดีย ด้วยเครือข่ายของ Influencer และ Creator กว่า 90,000 คนในระบบ ทั้งในระดับ Micro Influencer, Medium Influencer และ Macro Influencer
ปัจจุบัน Media Landscape มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก นักการตลาดได้เริ่มหันมาทำคอนเทนต์ในรูปแบบ Content Creator และ Influencer มากขึ้น ซึ่ง Tellscore เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตไปตามเทรนด์ของ Influencer และ Content Creator ในประเทศไทย ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารทางการตลาดในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดย Influencer และ Content Creator กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างเนื้อหาที่ตรงใจและเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น และสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดตาม

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-founder of Tellscore Co.,Ltd. บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มบริหารจัดการ อินฟลูเอนเซอร์ กล่าวถึงสถานการณ์ของ Influencer-Creator Trends 2025 เรื่องของ Creator Culture ยังคงเป็นกระแสหลักที่มาแรง และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียและการใช้เวลาในโลกออนไลน์สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตลอดจนความเสรีของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในประเทศไทยมีค่อนข้างสูง มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึงกว่า 89.5% และมีช่องทางโซเซียลมีเดียถึง 50 ล้านคน
จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชอบการแสดงออก และนิยมรับข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่ออื่นๆ ส่งผลให้ Content Creator ในประเทศไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมีจำนวนมากกว่า 9 ล้านคน (รวม Micro Influencer) โดยมีบทบาทสำคัญบนแกนหลัก 3C ได้แก่ Content การผลิตคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่างๆ Commerce การไลฟ์สดขายสินค้า และ Community การสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้ติดตาม
“ปัจจุบัน Influencer และ Content Creator มีความเชื่อมโยงกัน เพราะ Content Creator ก็มีกลุ่มผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000 - 10,000,000+ ที่คอยรับฟังความคิดเห็นและแนวคิดของพวกเขา และสามารถพูดได้ว่าทั้ง Content Creator และ Influencer เป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง Content Creator Economy ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเป็นกลุ่มคนที่สามารถสร้างเม็ดเงินให้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้เป็นจำนวนมาก”
ในมุมของ Content Creator Economy ยังเป็น Soft Power ที่มีพลังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างน่าสนใจ เช่น การนำวัฒนธรรมอีสานที่มีเอกลักษณ์ทั้งเรื่องอาหาร เพลง ผ้า มวยไทย หนังไทย และแฟชั่นไทย มาสร้างเป็น คอนเทนต์เฉพาะทางให้กับตัวเองได้ และจากการที่มีคนไทยให้ความสนใจเป็น Content Creator กันมากขึ้น จึงเกิดเป็น Subculture ในหมวดหมู่ที่หลากหลาย เช่น กลุ่มคนรักสัตว์ กลุ่มสูงวัย กลุ่มคนสะสมอาร์ตทอย หรือแม้แต่กลุ่มช่างไฟก็มี Content Creator เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
คุณสุวิตา ยังมองว่าตลาด Content Creator ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ปัจจุบันมีการร่างหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่ให้ความสนใจในการเข้ามาเป็น Content Creator กันมากขึ้น ทางมหาวิทยาลัยจึงอยากส่งเสริมควบคู่ไปกับการเสริมสร้างด้านจริยธรรมการสื่อสาร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากกลโกงไซเบอร์ และ Fake News และเป็นการสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม Content Creator อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม Tellscore ตอกย้ำความเป็น Soft Power ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับ Content Creator Economy ผ่านแนวคิดการจัดงาน Thailand Influencer Awards 2024 (#TIA2024) ซึ่งเป็นกิจกรรที่ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นอกจากจะเป็นการยกย่องแบรนด์และเอเจนซี่ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า งานนี้ยังเป็นการยกระดับ Influencer Community และ Creator Economy ของไทยให้กลายเป็นกลุ่มคนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติโดย Tellscore ได้นำเทคโนโลยี AI/ML (Artificial Intelligence / Machine Learning) เข้ามาสร้างระบบการเฟ้นหา Influencer และ Creator คุณภาพที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบโจทย์การตลาดและการสื่อสารของแบรนด์

คุณสุวิตา กล่าวเสริมว่า หากมองภาพในมุมของโครงสร้าง Content Creator Economy ที่ Tellscore ขับเคลื่อนผ่านงาน TIA 2024 จะเห็นว่าตรงกลางคือกลุ่ม Influencer, Creator และ KOL หลากหลายความถนัดและขนาด ส่วนวงรอบนอกคืออุตสาหกรรมต่างๆ ที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับ Content Creator Economy ได้ ส่วนใหญ่เป็นตลาดที่ยังมีกำลังซื้อ อาทิ Food, Travel, Health & Beauty, Energy, Game, Film & Series, Music & Entertainment, Fashion, Festival และ Art & Design เป็นต้น
“ปีที่แล้วมีเรื่อง Soft Power เข้ามาเป็นกำลังสำคัญ และมองเห็นได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ T Content ที่สามารถนำออกโซเชียลมีเดียได้ไม่ยาก ตัวอย่าง เช่น ภาพยนตร์ไทย ซีรีส์ไทย หรือเพลงไทยอย่างบอยแบนด์ เกิร์ลแบนด์ ที่เป็นคนไทยก็ได้รับความนิยมอย่างมาก หรือแม้แต่อุตสาหกรรมหนักอย่าง Energy หรือ EV ก็มา หรือ E-commerce เข้ามาปลั๊กกับเราก็กลายเป็น Creator Commerce ซึ่งปีที่แล้วมีถึง 12 สาขาที่เข้ามาร่วมงานกับเรา”
ดังนั้น Thailand Influencer Awards 2024 (#TIA2024) จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของ Ecosystem จากเครือข่ายพันธมิตรกลุ่มต่างๆ ของ Tellscore ประกอบด้วย กลุ่ม Key Speakers ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเติบให้กับประเทศไทยทั้งในด้าน Soft Power, Foresight และ Sustainability และยังมีกลุ่มแบรนด์และเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์การสร้างสรรค์งาน โดยนำ Influencer และ Content Creator มาเป็นเครื่องมือทางการตลาด มีกลุ่มพลังงานมดงานทั้ง Influencer และ Content Creator ในทุกระดับ รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ และกลุ่ม Social Enterprise อีกกว่า 10 องค์กร
โดยงานในปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ MCC Hall, The Mall Lifestore บางกะปิ ในงานจะมีกิจกรรมการมอบรางวัลในกลุ่ม Influencer และ Creator จำนวน 33 หมวด และรางวัลในกลุ่มแบรนด์และเอเจนซี่ จำนวน 27 รางวัล และภายในงานยังมีพื้นที่ที่จัดให้เป็น Influencer Talent Zone มีพันธมิตรร่วมออกบูธจำนวน 50 บูธ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน สำหรับความคาดหวังจากการจัดงาน Thailand Influencer Awards 2024 (#TIA2024) เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อและเม็ดเงินหมุนเวียนให้เกิดขึ้นในตลาด ซึ่งหลังจากการจัดงานในปีที่ผ่านมายังมองเห็นการจับคู่ทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ และ Creator ที่เพิ่มมากขึ้น และอยากให้แบรนด์ต่างๆ มองวา Creator ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทางการตลาด เพราะในระยะยาว Creator สามารถเป็นพันธมิตรที่ดีที่ยั่งยืนกับแบรนด์ต่อไปได้อีก เพราะ Creator แตกต่างจากเครื่องมือการตลาดทั่วไปตรงที่มีความเป็นมนุษย์ ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ
“TIA 2024 เป็นเสมือนตัวควบกลั่นของสิ่งที่เราได้ทำมาโดยตลอดและกำลังทำต่อไป เพื่อให้เห็นว่า Content Creator Economy คือ Soft Power ที่จับต้องได้จริง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง สิ่งที่ได้กลับมาจากการจัดงาน TIA 2024 ไม่ใช่ตัวเลขบิลลิ่งที่มากมาย แต่เป็นเรื่องที่ Influencer และ Creator ของเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เราพิสูจน์เรื่องนี้มา 8 ปีแล้ว จากเดิมที่ถูกมองว่า Content Creator จะเป็นเพียงกระแสของสื่อใหม่ที่อยู่ได้ไม่นาน แต่วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นสื่อหลักที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” คุณสุวิตา กล่าว