“เมล็ดพันธุ์เจียไต๋” โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ธุรกิจแรกเริ่มขององค์กรที่อยู่คู่สังคมไทยมานานกว่าศตวรรษ ในฐานะผู้ส่งมอบปัจจัยการผลิตคุณภาพสูงสู่พี่น้องเกษตรกรไทย ปัจจุบันภายใต้การบริหารของ คุณสุภัทร เมฆิยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ผันบทบาทสู่ Solution Provider หรือผู้ส่งมอบสูตรสำเร็จทางการเกษตร นำเสนอเมล็ดพันธุ์คุณภาพสู่ตลาดในไทยและต่างประเทศมากถึง 485 สายพันธุ์ใน 42 ชนิดพืช ซึ่งช่วยให้เกษตรกรเลือกเพาะปลูกได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาสายพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ให้ความสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างความหลากหลายของสายพันธุ์พืช ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรมีจำนวนที่เพียงพอ ตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาด และทำให้เจียไต๋ก้าวขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมการเกษตรของไทย ทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้นำตลาดในไทยและเอเชียอีกด้วย โดยผลงานในปีที่ผ่านมาได้พัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่เป็นกลุ่มพืชมูลค่าสูง อาทิ แตงโมแบล็กบอบม์ 006, แฟง จอมทัพ รวมถึงข้าวโพดข้าวเหนียว แว็กซี่ ไอริส เป็นต้น ซึ่งต่างได้รับการตอบรับจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก ผู้ขาย และผู้บริโภคเป็นอย่างดี

คุณสุภัทร กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์เจียไต๋เน้นหลักการทำงานอย่างมีนวัตกรรมเพื่อกระตุ้นให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างและดีขึ้น โดยมีห้องวิจัย อาคาร ดร.มนู เจียรวนนท์ ที่สถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเจียไต๋ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาสายพันธุ์พืชให้มีคุณภาพ ทนโรค และปรับตัวได้ดีในแต่ละสภาพอากาศ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนได้ (Climate Change) โดยใช้เทคโนโลยีเพื่องานวิจัย 3 ประเภท คือเทคโนโลยีชีวเคมีและชีวโมเลกุล (Biochemistry and Molecular Biology), เทคโนโลยีชีววิทยาของเซลล์ (Cell Biology) และเทคโนโลยีด้านโรคพืชวิทยา (Pathology) นอกจากนี้ ยังมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ที่สำนักงานเจียไต๋ อ้อมน้อย เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ว่ามีอัตราการงอกที่สูง ปลอดโรค โดยในปีที่ผ่านมา เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการตรวจสอบศัตรูพืชจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งส่งเสริมให้การตรวจสอบศัตรูพืชของที่นี่เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล

“เรามองหาในสิ่งที่ตลาดยังขาด วิเคราะห์ และเสาะหาวิธีเพื่อปิดช่องว่างนั้น พูดได้ว่าเราเน้นการทำงานเชิงรุก หรือ “นำตลาด” ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ของเมล็ดพันธุ์เจียไต๋สามารถนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการและยังไม่มีในท้องตลาดได้ เช่น นำเสนอเทรนด์การรับประทานแตงโมเนื้อกรอบ เพิ่มเติมจากความนิยมรับประทานแตงโมเนื้อทราย ทำให้เกิดสายพันธุ์แตงโมใหม่ที่มีเนื้อกรอบอร่อยซึ่งเราสามารถเจาะตลาดกลุ่มผู้ชื่นชอบแตงโมได้ดี”

โดยการพัฒนามุ่งเน้นตอบโจทย์ให้กับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก สามารถปลูกพืชมูลค่าสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลิตผลดี กลุ่มผู้ขาย สามารถขายได้ราคา สร้างมูลค่าเพิ่มได้ และกลุ่มผู้บริโภค สามารถมีแหล่งอาหารที่ดีในราคาที่เหมาะสม และได้บริโภคพืชผักที่อร่อย ปลอดภัย และมีประโยชน์
ตัวอย่างสายพันธุ์พืชไฮไลท์ใหม่ๆ ของปีนี้ ได้แก่ แตงโม ซอนญ่า โปร "แตงโมลูกใหญ่ ถูกใจมือโปร" มีลักษณะเด่น เนื้อแน่น หวานอร่อย เก็บได้นาน, แตงโม แม็กนั่ม "หวานฉ่ำ อร่อยไม่สะดุด" เป็นแตงโมไร้เมล็ดสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด, แตงกวา เบลล่า "ดกทน ผลสวย" ผิวสีเขียวสวย และพริกหนุ่มเขียวนพเก้า 72 "เนื้อหนา ติดดก ให้ผลผลิตไว" ให้ขนาดผลใหญ่ ผิวเรียบเป็นมัน เนื้อแน่น และทนขนส่ง เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าสายพันธุ์เหล่านี้มีคุณสมบัติใหม่ที่ช่วยให้การเพาะปลูก การขาย และการบริโภคดีขึ้นกว่าเดิม และยังเพิ่มความหลากหลายของสายพันธุ์ ช่วยสร้างความยั่งยืนด้านการเกษตรและเสริมความมั่นคงทางอาหาร
“สำหรับทิศทางในปีนี้ เมล็ดพันธุ์เจียไต๋มุ่งพัฒนาและต่อยอดธุรกิจเพื่อสนับสนุนเกษตรยั่งยืน เราก้าวสู่การเป็นผู้ส่งมอบสูตรสำเร็จทางการเกษตร หรือ Solution Provider โดยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาพันธุ์พืชและการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะในกลุ่มพืชอย่างแตงโม แตงกวา กะหล่ำปลี และฟักทองที่เราเป็นผู้นำตลาดฟักทองมานาน เราสร้างจุดขายที่แตกต่างด้วยนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมนั้นไม่จำกัดเฉพาะเทคโนโลยีต่างๆ แต่คือกระบวนการทำงานใหม่ๆ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่มีประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เมล็ดพันธุ์เจียไต๋มีคุณภาพสูง และครองการเป็นผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์ยอดนิยมในไทยและเอเชียได้” คุณสุภัทร กล่าว
ในเวลาเดียวกัน เจียไต๋ยังวางเป้าหมายผลักดันไทยสู่บริษัทเกษตรระดับแนวหน้าของโลก โดยในเวทีนานาชาติ ได้นำเสนอความสำเร็จของการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ในภาพของบริษัทคนไทย ไม่ใช่เพียงเจียไต๋เท่านั้นแต่เป็นการนำเสนอภาพการทำงานของทีมไทยแลนด์ เพื่อให้การเกษตรของไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมความยั่งยืนให้กับเกษตรกรรม
ซึ่งทั้งหมดล้วนสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเจียไต๋ในการเป็นผู้นำนวัตกรรมการเกษตรที่ส่งมอบความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน