ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจขนส่งพัสดุ โดยเฉพาะจากการเข้ามาของบริษัทเอกชนที่ใช้กลยุทธ์สงครามราคา ซึ่งทำให้ไปรษณีย์ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดไปมาก
ล่าสุด เผยรายได้ครึ่งปีแรกทำรายได้ 10,602.30 ล้านบาท มีกำไร 136.60 ล้านบาท
ถ้าถามว่าทำไม ไปรษณีย์ไทยถึงพลิกมีกำไรได้ ก็ต้องบอกว่าไปรษณีย์ไทยมีการปรับตัวอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการขยายธุรกิจไปในอุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น เช่น มีการขายสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ ข้าว น้ำดื่ม และกาแฟ โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ตราไปร” และอาศัยความได้เปรียบของการเป็นธุรกิจขนส่งในการขนส่งสินค้าของตัวเอง
อีกทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยี ไปรษณีย์ไทยได้ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบติดตามพัสดุ การใช้บิ๊กดาต้าและ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้ระบบอัตโนมัติในกระบวนการจัดส่ง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้ปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การบริหารจัดการที่ดีช่วยให้ไปรษณีย์ไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าผลักดันบริการส่งต่างประเทศ EMS World ส่งด่วน ทั่วโลก ขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปสู่ตลาดโลก ซึ่งตลาดขนส่งมีแนวโน้มเติบโตจากเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าออนไลน์และการค้าขายระหว่างประเทศทั่วโลกที่มีการขยายตัว รวมถึงการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ที่คาดว่าปี 2567 จะมีมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท
ไปรษณีย์ไทยจึงมองโอกาสการให้บริการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศ เนื่องจากครึ่งปีแรกสามารถทำรายได้ 1,293 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.20% ของรายได้รวม ปลายทางที่ได้รับความนิยมในการส่งระหว่างประเทศ 5 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย สินค้าที่นิยมส่ง คือ เสื้อผ้า ขนมและอาหารแห้ง สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม เอกสาร ของสะสม
คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ กลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศจะทำรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท โดยบริการเรือธงที่ทำรายได้หลักได้แก่ บริการ EMS World บริการพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ บริการส่งแบบลงทะเบียนระหว่างประเทศ บริการ ePacket

ดร.ดนันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้การติดต่อและค้าขายข้ามพรมแดนเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ไปรษณีย์ไทยจึงได้วางบริการหลักที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไทยและขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปสู่ตลาดโลกคือ “EMS World ส่งด่วน ทั่วโลก” โดยบริการนี้ได้รับความนิยมสูงสุดของกลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศ ตอบสนองลูกค้า ในด้านความรวดเร็วได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยยังมีศักยภาพที่พร้อมจะรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้กับหลากหลายธุรกิจ ได้แก่
- เส้นทางการขนส่งที่หลากหลาย ทั้งการขนส่งทางอากาศโดยสายการบินพาณิชย์ ทำให้สินค้าและสิ่งของถึงประเทศปลายทางที่อยู่ไกลได้อย่างรวดเร็ว การขนส่งทางภาคพื้น ไปยังปลายทางประเทศเพื่อนบ้านหรือการค้าชายแดน เช่น สปป.ลาว มาเลเซีย การขนส่งทางราง ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและใช้เส้นทางรางจากไทย – ลาว – จีน ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และการขนส่งทางเรือ มีเส้นทางการขนส่ง อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเส้นทางนี้จะดำเนินการส่งต่อทางรถยนต์ไปยังเมืองปลายทางในทวีปยุโรปจำนวน 10 ปลายทาง เป็นต้น
- การเสริมสร้างความร่วมมือกับการไปรษณีย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหภาพสากลไปรษณีย์ Universal Postal Union - UPU การไปรษณีย์สมาชิกอาเซียน ASEANPOST และ ASEANPOST++ (จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย) การไปรษณีย์กลุ่ม KPG (Kahala Posts Group) เพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น
- การดึงพันธมิตรร่วมปิดช่องว่างการขนส่งและนำจ่ายปลายทาง โดยร่วมมือกับกลุ่มผู้รับรวบรวม / บริษัทตัวแทนนำเข้าและส่งออก ซึ่งสามารถขนส่งในลักษณะสินค้า cargo พร้อมด้วยการจัดการเอกสารAirway Bill และดำเนินพิธีการศุลกากรได้ที่ปลายทาง พร้อมด้วยการนำสิ่งของไปฝากส่งกับผู้ให้บริการนำจ่าย ซึ่งอาจเป็นผู้ให้บริการขนส่งเอกชน รวมทั้งผู้ให้บริการไปรษณีย์ด้วยอัตราค่าบริการในประเทศ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนของการนำจ่ายในประเทศปลายทางถูกลง
- การสร้างพันธมิตรในกลุ่มแพลตฟอร์ม ได้แก่ eBay ซึ่งมีความร่วมมือด้านการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้ค้าขายในเอเชียแปซิฟิกผ่านอีเบย์ ซีพาส อีกทั้งยังสนับสนุนผู้ขายไทยด้วยการจัดโปรโมชัน eBay Seller ที่เป็นสมาชิก POST Family ให้ได้รับค่าส่งพิเศษในบริการ ePacket และ EMS World สำหรับปลายทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ อิตาลี เยอรมนี และ Amazon FBA ที่กำลังพัฒนาบริการสำหรับผู้ขายสินค้าบนเว็บไซต์ที่ต้องการขนส่งข้ามพรมแดน เพื่อนำส่งสินค้าเข้าคลังในต่างประเทศ โดยจะสามารถฝากส่งผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทยที่มีครอบคลุมทั่วประเทศภายในไตรมาส 4 ปี 2567 นี้
- การเปิดเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งได้ประสานงานกับพันธมิตรต่างประเทศ และสายการบินในการสร้างเครือข่ายการขนส่งและให้บริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศไปยังปลายทางต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และหาเส้นทางสำหรับปลายทางที่ยังไม่มีบริการเส้นทางบินไป โดยประสานงานกับการไปรษณีย์ที่เป็นประเทศกลางทาง เพื่อขอขนส่งผ่าน ทั้งแบบ closed transit และ open transit เพื่อให้มั่นใจว่า ไปรษณีย์ไทยจะสามารถให้บริการและขนส่งด้วยเครือข่ายไปรษณีย์ที่เชื่อมโยงไปทั่วโลก

ภาพรวมของการให้บริการส่งระหว่างประเทศของไปรษณีย์ไทยมีจุดแข็งในด้านเครือข่ายในประเทศและระหว่างประเทศครอบคลุม 205 ปลายทาง 193 ประเทศ สามารถเข้าถึงพื้นที่เฉพาะที่ผู้ให้บริการรายอื่น ๆ อาจยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น พื้นที่เกาะ ภูเขา และปลายทางห่างไกล