ทำไมเราต้องซื้อประกันชีวิต?... เป็นประโยคที่มักได้ยินกันบ่อยๆ ในยุคหนึ่ง
นั่นเพราะ “การประกันชีวิต” เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวที่ "คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ" เป็นแนวคิดที่สะท้อนทัศนคติของคนในยุคก่อนๆ ที่คิดว่า การซื้อประกันชีวิตเป็นเรื่องสิ้นเปลือง และยังถูกมองว่าเป็นการแช่งตัวเอง แต่ในโลกยุคใหม่ความเชื่อเหล่านั้นเริ่มลดน้อยลง เพราะในความเป็นจริงการประกันชีวิตไม่ใช่แค่การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิต แต่ยังเป็นการสร้างหลักประกันให้กับชีวิตและครอบครัวให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกด้วย
เมืองไทยประกันชีวิต จึงเดินหน้าผลักดันแคมเปญ “ShieldLife” ตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป... ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่าง Worry Free ชวนปรับแนวคิด “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” สู่การสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับคนข้างหลังผ่านประกันชีวิต พร้อมสร้างไอเดีย Brand Communication ผ่าน “A True Story” เปิดมุมมองเรื่องจริงของบุคคลจากหลากหลายวงการ ที่จะมาบอกเล่าถึงความสุข ความประทับใจ และเหตุผลที่อยากส่งต่อความมั่นคงด้วยประกันชีวิตผ่านโครงการ ShieldLife
ใช้ชีวิตแบบ Worry Free ต้องมี “ShieldLife”
เมืองไทยประกันชีวิต ได้เปิดตัวแคมเปญ ShieldLife ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการประกันชีวิตที่เกิดขึ้นภายใต้แคมเปญ ShieldLife เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “สร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกๆ คนในสังคม” (Democratizing Insurance) ตามแนวทางของเมืองไทยประกันชีวิตที่ต้องการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างได้อย่างเข้าใจและเข้าถึงได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีหลักประกันที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหลังจากเปิดตัวแคมเปญ “ShieldLife” ตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป... มาก่อนหน้านี้ พบว่าเกิดกระแสตอบรับที่ดีจึงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญด้วยการจุดกระแสชวนปรับแนวคิด “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” สู่การสร้างหลักประกันที่มั่นคงด้วยการวางแผนชีวิตเพื่อคนข้างหลัง ตอบโจทย์คนซื้อให้ได้ใช้ชีวิตอย่าง Worry Free และมีความสุขอย่างแท้จริง ด้วยการสร้างและส่งต่อมรดกให้ครอบครัว เพื่อเป็นตัวช่วยสภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นทุนการศึกษาให้ลูก หรือเป็นทุนเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้ใช้ชีวิตต่อได้แบบที่ต้องการ หากมีหนี้สิน จะเป็นตัวช่วยผ่อนภาระหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ธุรกิจ หรือหนี้อื่นๆ หากจากไปก็ไม่ทิ้งภาระไว้ให้คนข้างหลัง
“เพราะตัวตนของประกันชีวิตจริงๆ แล้วคือเรื่องของการสร้างหลักประกันที่มั่นคงที่ช่วยส่งต่ออนาคตให้กับคนที่รักได้อย่างสบายใจ แต่มีบางจังหวะที่คนอาจมองข้ามและมักมองว่าประกันชีวิตคือสิ่งที่คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ซึ่งผมมองต่าง เพราะเราไม่รู้ว่าความแน่นอนของชีวิตจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยถ้ามีการวางแผนที่ดีจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเบาใจ ได้รู้ว่าคนข้างหลังจะเป็นอย่างไร เราสามารถออกแบบหลักประกันเหล่านี้ได้เอง และยังได้ใช้ชีวิตได้ทำในสิ่งที่ชอบที่เป็นความสุขของเราได้อย่างเต็มที่ และ ShieldLife คือคำตอบสำหรับทุกคนที่อยากสร้างหลักประกันที่มั่นคงนั้น”
จุดเด่นที่น่าสนใจของ “ShieldLife” คือการเป็นตัวช่วยในการวางแผนการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ที่คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย ด้วยแบบประกันชีวิตที่สามารถเลือกได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ การประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) ประกันชีวิตแบบคุ้มครองภายในระยะเวลา (Term) และประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) พร้อมออกแบบตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวตนของผู้ประกันตน ทั้งด้านวงเงินความคุ้มครองที่เลือกได้ตามต้องการ คือจะเลือกจ่ายเบี้ยแบบชิลๆ แบบระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้ และยังสามารถซื้อได้ถึงอายุ 90 ปี ระยะเวลาคุ้มครองยาวสุดถึงอายุ 99 ปี โดยเบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ด้วย

สื่อสารผ่าน A True Story : ShieldLife
เมืองไทยประกันชีวิต ยังตอกย้ำกระแสความแรงของ ShieldLife ผ่านไอเดีย Brand Communication ด้วยการจัดทำ “A True Story : ShieldLife” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์จริงจากหลากหลายกลุ่มคนในสังคมไม่ว่าจะเป็น นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ พ่อแม่มือใหม่ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เสาหลักดูแลพ่อแม่ คู่รัก หรือคู่ชีวิต ที่พร้อมมาบอกเล่าความประทับใจ ความสุข ความสมหวัง และความรัก เหตุผลที่อยากส่งต่อความมั่นคงด้วยประกันชีวิตจากเมืองไทยประกันชีวิตให้กับคนที่รักและห่วงใย หรือซื้อประกันชีวิตเพื่ออนาคตมั่นใจ ที่พร้อมให้ครอบครัวเดินหน้าต่อไปได้ แม้ในวันที่เราจากไป โดยนำเสนอตัวอย่างของบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้นำแนวคิดจากแวดวงต่างๆ หลายท่าน อาทิ

คุณศุภกิตติ์ อูปคำ-ตั้ม (Thomas Tom) Content Creator สอนภาษาอังกฤษที่ผสมการแหลงใต้ ที่ผ่านการสูญเสียจนทำให้ต้องเริ่มเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิต
“จากเหตุการณ์ที่สูญเสียทั้งพ่อและพี่ชายทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่ประมาท เตรียมความพร้อมอย่างดีเพื่อเป็นเสาหลักครอบครัวดูแลแม่และน้องสาวให้ดีที่สุด ตั้มเลือกฝากอนาคตของคนที่รักไว้กับ ShieldLife ทำให้ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เหมือนเป็นการทิ้งสิ่งดีๆ สิ่งสุดท้ายในชีวิตไว้ให้คนที่เรารัก หมดห่วงในวันที่เราจากไป”
คุณจิรัฏฐ์ เกตุภู่ (มีน) และ คุณอนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล (บอม) เพจ “คนจะไปก็ต้องไป” จากไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง สู่พาร์ทเนอร์ชีวิตที่ลงตัว
“เราสองคนเหมือนเป็น Partner ร่วมทางกันมากกว่าคนรัก เลยคิดว่าอยากดูแลและอยากส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กันทั้งในวันที่ยังอยู่และในวันที่จากไป ไม่อยากทิ้งภาระไว้ให้อีกคนต้องรับผิดชอบ เราสองคนเลือกฝากอนาคตไว้กับ ShieldLife ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่ทำให้เราสองคนได้ชิลกับชีวิตได้เต็มที่ ที่ให้ความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม สามารถระบุ Partner ของเราเป็นผู้รับประโยชน์ได้ ทำให้มั่นใจที่จะฝากอนาคตของคนที่เรารักไว้กับเมืองไทยประกันชีวิต”

คุณภัทรารวีย์ เกตุธีรโรจน์ (ไข่มุก) เจ้าของเพจ “เที่ยวแบบกรู” เที่ยวไปเลี้ยงลูกไป กับวิธีสอนลูกให้พร้อมใช้ชีวิตในโลกกว้าง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีชีวิตเพื่อเป็นทุกอย่างของลูก
“ลูกมีเราเป็นโลกทั้งใบ เราเลยอยากดูแลตัวเองให้ดีเพื่ออยู่กับเขาไปนานๆ เลยเริ่มเตรียมอนาคตไว้ให้ลูกเพื่อเป็นทุนซัพพอร์ตเขาในวันที่เราไม่อยู่ ไข่มุกเลือกสร้างความคุ้มครองเพื่อส่งต่อเป็นทุนให้ลูกได้สานฝันในสิ่งที่อยากทำในอนาคต ด้วย ShieldLife จากเมืองไทยประกันชีวิตที่ทำให้ไข่มุกได้ชิลกับชีวิตได้อย่างเต็มที่”

ปิดท้ายกันที่มุมมองของ ดร.อริสรา กำธรเจริญ พิธีกรและผู้ประกาศข่าวสาว ในฐานะผู้หญิงที่ใช้ความพยายามทั้งหัวใจเพื่อการเป็นแม่
“ในบทบาทของการเป็น ‘แม่’ ทำให้รู้ว่าอยากเลี้ยง ‘ลูก’ ให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็จะแบ่งเวลาเพื่อดูแล และทำกิจกรรมกับลูกเสมอ โดยตั้งใจซัพพอร์ตอนาคตลูกให้ดีที่สุด หมวยเลือกฝากอนาคตของลูกเพื่อส่งต่อเป็นทุนให้เขาได้ใช้ชีวิตตามที่เขาต้องการกับ ShieldLife ที่ทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่จากเมืองไทยประกันชีวิต”
โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามทุกเรื่องราวและประสบการณ์จริงอีกหลายแนวคิดใน “A True Story : ShieldLife” ได้ที่ เว็บไซต์ www.muangthai.co.th, YouTube, Facebook, Instagram, X, LINE Official Account และ TikTok สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์แคมเปญ ShieldLife จากเมืองไทยประกันชีวิต และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.muangthai.co.th หรือโทร.1766 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อตัวแทนจากเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
สร้างหลักประกันที่มั่นคง ทั้งคนซื้อและคนใช้
แม้ว่าในปัจจุบันการประกันชีวิตจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ ShieldLife ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพราะหลังการเปิดตัวไปเพียงไม่กี่เดือน ShieldLife มีกระแสการตอบรับที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคมีความเข้าใจในธุรกิจประกันชีวิตที่ดีขึ้น
โดย คุณสาระ มองว่า แบบประกันในลักษณะนี้ถือเป็นพื้นฐานของการประกันชีวิตที่คนไทยความสนใจน้อยมาก เพราะคนไทยสนใจการประกันชีวิตในรูปแบบการออมมากกว่า รวมถึงการประกันชีวิตแบบควบการลงทุน เพราะหวังผลในเรื่องของผลตอบแทนที่พ่วงมากับความคุ้มครองเล็กๆ

“หลังจากที่ได้เปิดตัวแคมเปญ ShieldLife มาระยะหนึ่ง เรามองเห็นภาพว่าวันนี้คนไทยมีความเข้าใจเรื่องของการประกันชีวิตมากขึ้น เพราะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นจากสื่อต่างๆ ในยุคดิจิทัล ได้เห็นการเล่าเรื่องจากประสบการณ์ชีวิตของหลายๆ คน ทำให้เห็นตัวอย่างว่า ShieldLife เข้ามาเป็นตัวช่วยจริงๆ เพราะการประกันชีวิตจะเป็นแบ็คอัพที่สำคัญให้กับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะคนที่ยังมีภาระรออยู่อีกหลายอย่าง ซึ่งหากมีความเข้าใจในเรื่องของการประกันชีวิตจะเป็นการบริหารเงินที่ดีอีกทางหนึ่ง เป็นการซื้อหลักประกันชีวิตที่ดีสำหรับอนาคต”
เมื่อก่อนเคยมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องซื้อประกันชีวิต?... แต่วันนี้เมื่อมุมมองเปลี่ยนไป คำถามก็เปลี่ยน ไปเป็นว่า เราควรซื้อประกันเมื่อไหร่ดี?...
คำตอบก็คือ เราควรซื้อประกันในช่วงเวลาที่คุณสุขภาพที่ดีที่สุด และในช่วงที่อายุน้อยที่สุด เพื่อความคุ้มค่ามากที่สุด
“ทุกคนต้องการเรื่องของความคุ้มครองเป็นหลัก แต่ละคนจึงเลือกแบบของความคุ้มครองที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวเอง ทั้งในแง่ของแบบประกัน รูปแบบของเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย ตามหลักการของการเป็นตัวช่วยที่ต้องไม่เป็นภาระ” คุณสาระ กล่าวย้ำ
อย่างไรก็ตาม หากมองโดยผิวเผิน ShieldLife อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของการประกันชีวิต แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงความหมายที่แท้จริงของการประกันชีวิต จะพบว่า ShieldLife คือผู้ช่วยที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีความสุขมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย หรือการสูญเสียรายได้จากการทุพพลภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวว่า พวกเขาจะยังคงมีความมั่นคงทางการเงินแม้ในยามที่เราไม่อยู่แล้วก็ตาม
โครงการ ShieldLife ของเมืองไทยประกันชีวิตจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเสนอรูปแบบการประกันชีวิตสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และมีความสำคัญมากกว่าการมองแค่เรื่องที่ว่าใครเป็นคน "ซื้อ" หรือใครเป็นคนได้ "ใช้" เพราะ “การประกันชีวิต” เปรียบเสมือนการลงทุนเพื่อสร้างความอุ่นใจและสร้างความมั่นคงด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกับตัวเองและคนที่คุณรัก
เป็นคุณค่าที่มิอาจประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้ แต่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตแบบ Worry Free ได้อย่างแท้จริง