หากมองเข้ามาที่ตลาดชาเขียวแล้ว จากข้อมูลของข้อมูลจากบริษัท นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่ามีมูลค่าทางการตลาด 17,848 ล้านบาท (สิงหาคม 2566 - กรกฎาคม 2567) แล้วพบว่า ชาเขียวในเซ็กเม้นต์ 0% มีการเติบโตสูงถึง 34% ซึ่งเซ็กเม้นต์นี้ค่อนข้างจะมีสีสัน หลังจากที่โออิชิมีการเปิดตัว “ชาเขียวฮันนี่เลมอน“ โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” เข้ามาแจ้งเกิดเซ็กเม้นต์ใหม่ชาเขียวพร้อมดื่มน้ำตาล 0% เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
การเติบโตของตลาดชาเขียวเซ็กเม้นต์ไม่มีน้ำตาลนั้น ส่วนหนึ่งเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องของสุขภาพ ที่ไม่ใช่แค่เป็นเทรนด์ แต่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทยไปแล้ว
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะมาจากคอชาเขียวเองที่ต้องการดื่มชาที่มีน้ำตาล 0% แต่ยังคงมีรสชาติความอร่อย เหมือนชาเขียวที่มีน้ำตาลทั่วไป แน่นอนว่า การเลือกฮันนี่เลมอน มาเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เข้ามาทำตลาดแบบน้ำตาล 0% ของโออิชิในครั้งนั้น ถือเป็นการเลือกวางสินค้าในรสชาติที่ถูกใจคอชาทั้งหลาย
ทั้งนี้ ก็เพราะฮันนี่เลมอน เป็นรสชาติหลักที่ทำยอดขายให้กับโออิชิในกลุ่ม Regular Tea ที่เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการ ขายมากที่สุดในพอร์ตชาเขียวของโออิชิ โดยมีสัดส่วนการขายถึง 70% ของกลุ่มชาเขียว Regular Tea มาต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นชาเขียวสูตรน้ำตาล 0% โดยเป้าหมายสำคัญของการออกสินค้าตัวนี้ก็คือการใช้เป็นเรือธงสำคัญในการดึงกลุ่มคนที่เคยดื่มชาเขียวและหยุดดื่มไปบ้าง เนื่องจากมีความกังวลในเรื่องของการมีน้ำตาลในชาเขียว ซึ่งกลายเป็น Pain Point ใหญ่ของพวกเขาที่ยังอยากดื่มชา แต่ติดในเรื่องของความหวานในชาเขียว
“โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” เข้ามาแจ้งเกิดเซ็กเม้นต์ใหม่ ชาเขียวพร้อมดื่มน้ำตาล 0% ก่อนที่ล่าสุด โออิชิ จะมีการต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวชาเขียวน้ำตาล 0% รสชาติใหม่ นั่นคือ “โออิชิ กรีนที กลิ่นข้าวโพดฮอกไกโด น้ำตาล 0%”

สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างต่อเนื่องให้โออิชิอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มของประเทศไทย ครั้งนี้ โออิชิกลับมาเขย่าตลาด ส่งท้ายปี 67 ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่คือ โออิชิ กรีนที กลิ่นข้าวโพดฮอกไกโด น้ำตาล 0%
“สินค้าตัวนี้ถือเป็นอีกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของโออิชิ ที่ผสานรสชาติความหอม อร่อย สดชื่น ของชาเขียวเข้ากับกลิ่นข้าวโพดญี่ปุ่นชั้นดี ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตชาสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อดึงความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยคุณค่าจากยอดอ่อนใบชา 3 ใบ ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากคาเทชิน สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ และเพิ่มไฟเบอร์ 5,852 มิลลิกรัม ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกายและยังปราศจากน้ำตาล ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มรสชาติดีที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและสุขภาพที่ดี ตามกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในประเทศไทย”

ผู้บริหารของโออิชิ เสริมอีกว่า ที่ผ่านมา โออิชิมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้นำในการเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ให้ตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของโออิชิ ได้รับการตอบรับอย่างสูงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโออิชิ ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0% หรือโออิชิ ชาคูลล์ซ่าที่ประสบความสำเร็จ เช่นเดียว กับโออิชิ กลิ่นข้าวโพดฮอกไกโด น้ำตาล 0% ที่นำเอเชียเทรนด์ฮิตผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่กำลังมาแรง มาสร้างสรรค์เป็นชาเขียวพร้อมดื่ม โออิชิ กรีนที ชาเขียวกลิ่นข้าวโพดฮอกไกโด ภายใต้คอนเซ็ปต์ สูดแล้วซิป เพื่อเปิดจิบสัมผัสใหม่ของชาเขียว เพราะกลิ่นมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
“เราเชื่อมั่นว่าด้วยความหอมที่มีเอกลักษณ์ของข้าวโพดฮอกไกโดที่นำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ พร้อมทั้งคุณประโยชน์และความสดชื่นจากชาเขียวในแบบน้ำตาล 0% หวานเบาๆ เสริมด้วยการเลือกใช้ 2 พรีเซ็นเตอร์สุดฮอตทั้ง “จิมมี่ จิตรพล” และ “ซี ทวินันท์” พร้อมโปรแกรมการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั่วประเทศ และกิจกรรมสนับสนุนแบบจัดเต็ม 360 องศา จะสามารถสร้างการรับรู้และการตอบรับที่ดีจากแฟนโออิชิ รวมทั้งลูกค้าแบรนด์อื่นให้เปิดใจทดลองดื่ม และขยายฐานไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ห่วงใยในสุขภาพ ให้มาเปิดจิบสัมผัสและชื่นชอบได้อย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านยอดขายให้กับโออิชิและการเติบโตให้กับตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม”
โออิชิ เป็นผู้นำในตลาดชาเขียวของบ้านเรา มีส่วนแบ่งตลาดในรอบล่าสุดอยู่ที่ 41.8% โดยมีผลิตภัณฑ์ทำตลาดอยู่ 5 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่ม Regular Tea กลุ่ม Fruit Tea กลุ่ม Nata De Coco (วุ้นมะพร้าว) กลุ่ม Sparkling Tea อย่างชาคูลล์ซ่าและกลุ่ม Premium Tea

นอกจากเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ๆ แล้ว โออิชิยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ “ฝาขวดรักษ์โลก” (Tethered Caps) คือฝาที่ขวดติดกับปากขวด ช่วยลดการทิ้งขยะแยกชิ้น ง่ายต่อการเก็บรีไซเคิล (Easy to Recycle) และช่วยสร้างประสบการณ์การดื่มที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค โดยไม่ต้องแยกถือขวดกับฝา ให้ความสะดวกและทำให้สามารถนำขวด PET และฝากลับไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
สิ่งที่น่าสนใจก็คือนอกจากการทำตลาดในประเทศแล้ว โออิชิ ยังมีการเติบโตค่อนข้างดีในตลาดส่งออก โดยยอดขายจากตลาดส่งออก คิดเป็นสัดส่วน 18% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์โออิชิ ที่ปัจจุบัน โออิชิ กรีนทีเข้าไปทำตลาดหลักในประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา รวมทั้งสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในฐานะชาเขียวพร้อมดื่มยอดนิยม โดยในปี งบประมาณปัจจุบัน (ตุลาคม 2566 - มิถุนายน 2567) มีการเติบโต 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการทำการตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผ่านกลุ่มพรีเซ็นเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งช่วยสร้างกระแสความนิยมในศิลปินและ Soft Power ของไทยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง....