เมื่อ Media Landscape เปลี่ยนไป พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตามไปด้วย หลายแบรนด์มองว่านั่นเป็นการเพิ่มช่องว่างระหว่างแบรนด์และลูกค้า แต่ธนาคารบ้านน้องกล้วยอย่าง “กรุงศรี” พลิกเกมวิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มรวมตัวอยู่ในแพลตฟอร์มไหนบ้าง คิดค้นกลยุทธ์การตลาดและคอนเทนต์ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ โดยกำหนดบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตัดสินใจซื้อที่น่าสนใจ
จากความสำเร็จของการใช้ Social Media สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคดิจิทัล และความสร้างสรรค์ในการคิดค้นคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อบรรลุคำมั่นสัญญา “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” ทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สามารถคว้ารางวัล 2024 Thailand’s Social Power Brand ในกลุ่มธนาคารมาครอบครอง
“ในโลกที่มี Social Media หลากหลายแพลตฟอร์ม มีผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์มากขึ้น แต่หลักการทำการตลาดยังคงย้อนกลับมาที่คำถามเดิมว่า กลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร ต้องการอะไร หรือสิ่งที่เราต้องการเสนอให้คนกลุ่มนี้คืออะไร และเราจะเข้าถึงพวกเขาได้อย่างไร ผ่านสื่อช่องทางไหน ยังวนอยู่ที่ Who What และ How เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเน้นการทำ Content Marketing และทำ SEO โดยวางกลยุทธ์ กำหนดบทบาทและเป้าหมายของแต่ละแพลตฟอร์มให้ชัดเจน จากข้อมูลวิเคราะห์ทางการตลาด เป็นการสร้าง Ecosystem ในโลกออนไลน์ให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่าย เพื่อให้เค้ามีชีวิตง่ายได้ทุกวัน” คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว

คุณมิ่งขวัญ เล่าถึงโจทย์ของการทำคอนเทนต์ฉบับกรุงศรีแบบคร่าวๆ ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ช่วงนี้กำลังมีเทรนด์การลงทุน การออมเงินเพื่ออนาคตหรือฟรีแลนซ์ที่ต้องการวิธีวางแผนทางการเงินแบบเข้าใจง่ายๆ นำเทรนด์เหล่านั้นมาตกผลึกเป็นคอนเทนต์ที่ย่อยง่ายๆ ไม่ว่าจะ Short Form Video บน TikTok หรือในรูปแบบบทความสั้นก็ดี หากอยากอ่านเพิ่มเติมก็สามารถอ่านฉบับเต็มได้บนเว็บไซต์ถือเป็นวิธีเพิ่มโอกาสการค้นพบผลิตภัณฑ์ของกรุงศรี ถ้าลูกค้าสนใจก็สามารถกรอกฟอร์มเพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ หรือสมัครผ่าน Mobile Banking ของกรุงศรีก็ได้เช่นกัน
กล่าวคือ กรุงศรีเพิ่มศักยภาพของ Social Media ให้เป็นมากกว่าช่องทางการสื่อสาร แต่พัฒนาเป็น Seamless Ecosystem เพื่อให้ผู้บริโภคกับแบรนด์เชื่อมถึงกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการตัดสินใจซื้อ (Marketing Funnel) โดยเริ่มจากการสร้าง Awareness ต่อด้วยการพิจารณา (Consideration) สู่การเปลี่ยนผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า (Conversion) นั่นเอง
“บน Facebook หากลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์หรือบริการของกรุงศรีก็สามารถคอมเม้นต์ว่า “สนใจ” แล้วแอดมินจะ Reply กลับเพื่อติดต่อ ส่วนใน LINE มีฟีเจอร์เพิ่มทางลัดให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น สมมติสนใจเรื่องการเปิดบัญชีเงินฝาก แค่พิมพ์ว่า “เงินฝาก” น้องเบลล่าแชตบอทของเราก็จะส่งข้อมูลการเปิดบัญชีออนไลน์ให้ทันที และคลิกต่อเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้” การสร้าง Customer Journey ก็เป็นบันไดขั้นสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีคนชอบอ่านบทความเชิงลึกที่ให้ความรู้การเงินแบบแน่นๆที่เข้าใจง่ายอยู่ Krungsri Simple เพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตาม 1.7 ล้าน จึงยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสารกับผู้บริโภคของกรุงศรี โดยเน้นให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงิน Financial Cybersecurity เพื่อสร้างเกราะป้องกันมิจฉาชีพไปจนถึงแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ในขณะที่แอปฯ X เป็นแพลตฟอร์มที่กรุงศรีได้ Earned Media เยอะ ฝั่งแบรนด์จะเห็นว่าคนบนโลกออนไลน์ Mention ถึงตัวเองอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็น Feedback โดยตรงจากผู้บริโภคแบบ Unbiased ซึ่ง คุณมิ่งขวัญมองว่า มีคุณค่าต่อการพัฒนาการให้บริการของแบรนด์อย่างมาก
ตัดมาที่ YouTube กรุงศรีนำมาใช้เป็นท่อปล่อยคอนเทนต์ในรูปแบบ Long Form Video ให้ความรู้ทางการเงิน และสร้าง Financial Literacy โดยเผยแพร่ผ่านรายการ “Krungsri The COACH” โค้ชเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย ที่ผลักดันให้กรุงศรีคว้ารางวัล Creator Award ระดับ Silver จาก YouTube ด้วยยอด Subscribe เกิน 1 แสนบัญชี เฉลี่ยแล้วแต่ละคลิปมียอดวิวแตะหลักแสนทุกคลิป ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารเงินมากขึ้น
แม้จะมีผู้ใช้งาน Social Media เพิ่มขึ้นทุกวันจนกลายเป็น Mainstream Media แต่คนเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว กรุงศรีจึงทำแคมเปญการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป ยังคงมีอีเวนท์ หรือสื่อ Out of Home ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคตลอดเวลา โดยพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

อย่างปีที่ผ่านมา กรุงศรีได้ทำ Refresh Brand Campaign ปรับภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อให้เข้ากับบริบทของปัจจุบันด้วยความตั้งใจที่ว่าต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คน ให้ผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันทางการเงินของกรุงศรีช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาอะไรมาก เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตกับเรื่องสำคัญได้ในแบบที่พวกเขาต้องการ จากเดิมที่มีสโลแกน Make Life Simple เรื่องเงิน เรื่องง่าย ก็เปลี่ยนเป็น “Make Life Simple ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” พร้อมกับสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความตั้งใจของกรุงศรี และที่มาของการเปลี่ยนสโลแกน ผ่าน Key Visual หนังโฆษณา และ On-Ground Activities อีกมากมาย เพื่อเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และมัดใจฐานลูกค้าเดิมให้อยู่หมัด
มากไปกว่านั้น กรุงศรีพบว่าคนรุ่นใหม่มีความสนใจด้าน Art & Music เป็นที่มาการตลาดกลยุทธ์ Art & Music Marketing ต่อยอดออกมาเป็นกิจกรรมต่างๆ ผ่านแคมเปญหลัก จึงจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา กรุงศรีมักจะเป็นผู้สนับสนุนคอนเสิร์ต ทำให้ชีวิตของทุกคน “ง่ายขึ้น” ด้วยการอำนวยความสะดวกการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จัดโซนให้นั่งพักเวลาเหนื่อย มีบูธถ่ายรูป และส่งเสริมเทศกาลศิลปะอย่าง Bangkok Design Week 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ The City of Colors หรือกรุงสี by กรุงศรี เปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมเสนอว่า เห็นกรุงเทพฯ เป็นสีอะไร แน่นอนว่าสร้างความรู้สึกเชิงบวกที่ผู้บริโภคมีต่อกรุงศรีอย่างล้นหลาม

สำหรับการทำการตลาดบน Social Media ของกรุงศรี มี Content Pillars อยู่ 3 อย่าง อันดับแรก คือ Make Life Simple สื่อสาร Brand Promise ของแบรนด์ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจลูกค้า หรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายกว่าที่เคย อย่างน้องกล้วยกรุงศรีเองก็เป็น Mascot Branding จากกลุ่มคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่ประสบความสำเร็จ แจ้งเกิดจากการเต้นในงาน Money Expo มีคนนำคลิปมาลง X เต้นมันส์จนดังมาถึงทุกวันนี้ ส่งผลให้ธนาคารกรุงศรีเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จึงจะเห็นได้ว่ากิจกรรมในโลกออฟไลน์ ก็เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์จนเป็นไวรัลได้เช่นกัน
เสาหลักการทำคอนเทนต์ของกรุงศรี อันดับถัดมาคือการสร้าง Financial Literacy กรุงศรีเชื่อว่าผู้บริโภคยังคงต้องการความรู้ทางการเงินอยู่ แต่ความท้าทายคือทำอย่างไรให้ย่อยง่ายกลายเป็นที่มาของ Krungsri The COACH ในช่อง Krungsri Simple บน YouTube และบทความบนเว็บไซต์ Krungsri.com นอกจากนี้เรายังมี Plearn เพลิน by Krungsri GURU อีกหนึ่งแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ที่กรุงศรีพัฒนาขึ้นและทำต่อเนื่องมากว่า 10 ปี เพื่อเพิ่มช่องทางการให้ความรู้ด้านการเงินแก่คนไทย รวมไปถึงคอนเทนต์ที่เป็นปัจจุบันอย่าง Financial Cybersecurity
อันดับสุดท้าย เป้าหมายขององค์กร คือการให้กรุงศรีก้าวเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน จึงจะเห็นได้ว่าเน้นคอนเทนต์ #GOASEANwithkrungsri และความยั่งยืน มีการแนะนำเรื่องราวของประเทศเพื่อนบ้าน และแนะนำบริการทางการเงินที่ครอบคลุมในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ
“เราไม่ได้เทน้ำหนักไปที่เสาหลักอันใดอันหนึ่งโดยเฉพาะ เชื่อว่าแบรนด์จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทุกอย่างเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน เพราะการทำ Branding หรือ Marketing ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีให้กับลูกค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญ” คุณมิ่งขวัญ กล่าวเสริม
นอกจากคำมั่นสัญญา Make Life Simple ชีวิตง่าย ได้ทุกวันแล้ว กรุงศรียังมี Brand Character “Smart, Caring & Inspiring” ซึ่งอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานของชาวกรุงศรี อย่างที่ คุณมิ่งขวัญ กล่าวว่า “เราอาจไม่ทำอะไรที่หวือหวาเพื่อวิ่งไล่ตามทุกโซเชียลเทรนด์ที่เกิดขึ้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วในการสร้าง Engagement แต่จะเลือกทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าคุ้มค่าแก่การอ่านและแชร์ต่อ” สะท้อนให้เห็นถึงการทำคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างยั่งยืนของธนาคารกรุงศรีเพื่อทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่ายๆ กล้วยๆ และสุดท้ายคือเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตง่ายได้ทุกวัน