สิ่งที่เกิดความเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนสำหรับตลาดร้านอาหารประเภท Quick Service Restaurant หรือ QSR ในบ้านเราก็คือรูปแบบของการเปิดร้านใหม่ในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่การเปิดในมอลล์หรือศูนย์ การค้า รวมถึงในไฮเปอร์มาร์เก็ตเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
แต่ได้ขยายรูปแบบการเปิดออกไปทั้งที่เป็นแบบสแตนด์อะโลน ที่มีทั้งสาขาแบบไดรฟ์ทรู และสาขาห้องแถวที่ผู้นำตลาดอย่างเคเอฟซี เรียกสาขาในรูปแบบนี้ว่า “ช็อป เฮ้าส์” ตลอดจนการเปิดสาขาในรูปแบบคีออสในโลเคชั่นที่มีผู้คนสัญจรไปมาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก อย่างบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย หรือบนสถานีบนไฟฟ้า
รวมถึงสถานีบริการน้ำมันที่เป็นอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจ โดยแบรนด์ร้านอาหาร QSR หลายแบรนด์ ต่างเลือกใช้วิธีการเปิดสาขาในปั๊ม เป็นหนึ่งในโมเดลของการขยายสาขา
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น...
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การมีฟอร์แมตของสาขาที่หลากหลาย ทั้งสาขาที่อยู่ในช้อปปิ้งมอลล์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต สาขาสแตนด์อะโลน ไดรฟ์ทรู สาขาแบบห้องแถว หรือสาขาที่เปิดในปั๊มนั้น เป็นการใช้ฟอร์แมตของสาขาในการตอบโจทย์ Occasion ในการใช้บริการที่ค่อนข้างจะหลากหลายของลูกค้า
ทั้งที่เป็นการนั่งทานในร้าน เทกโฮม ดิลิเวอรี่ ซึ่งการใช้บริการของลูกค้าในปัจจุบันมี Occasion ที่ค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้บริการในแต่ละช่วงเวลาของลูกค้าที่ตัวลูกค้าเองมีความแตกต่างในเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันออกไป

อย่างสาขาสแตนด์อะโลน หรือไดรฟ์ทรู จะตอบโจทย์ทั้งที่เป็นดิลิเวอรี่ เทกโฮม รวมถึงนั่งทานในร้าน ขณะที่สาขาในมอลล์จะเป็นเรื่องของการนั่งทานในร้าน เช่นเดียวกับสาขาในฟอร์แมตคีออสจะเป็นรื่องของการเพิ่ม Occasion ของเทกโฮม ซึ่ง ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือซีอาร์จี เคยให้ช้อมูลที่น่าสนใจของรูปแบบการขายของเคเอฟซีภายใต้การบริหารของซีอาร์จีไว้อย่างน่าสนใจว่า การใช้บริการของลูกค้าเคเอฟซีในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็นการซื้อผ่านช่องทางดิลิเวอรี่ 25% นั่งทานในร้าน 35% และเทกอะเวย์ 40% ซึ่งเทรนด์ของดิลิเวอรี่ที่เคยเติบโตมากในช่วงโควิดจะเริ่มกลับมาสู่ปกติ คือมีสัดส่วนไม่เกิน 25% ของการขาย
การมีฟอร์แมตของสาขาที่หลากหลายมากกว่า 1 ฟอร์แมต จึงเป็นตัวช่วยในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการใช้บริการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ส่วนการเลือกปั๊มน้ำมันเป็นหนึ่งในการเปิดสาขานั้น เป็นเพราะปั๊มน้ำมันในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การให้บริการเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบริการอื่นๆ แบบครบวงจร ซึ่งการเป็นผู้กำหนดเทรนด์การแข่งขันใหม่ของตลาดปั๊มน้ำมันของผู้นำตลาดอย่างปตท. ผ่านคอนเซ็ปต์ Life Station ทำให้การใช้บริการในปั๊มไม่ใช่แค่เพียงเติมน้ำมันแล้วก็จบ
แต่ยังมีบริการอื่นๆ โดยเฉพาะการเติมเต็มความครบวงจรด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อเข้าไปทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในตลาดบ้านเรามาตลอดในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้
โดยเฉพาะกับการทำให้ปั๊มน้ำมันก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Community Hub ของชุมชนไปแล้ว โดยมีความพยายาทำให้ปั๊มน้ำมันก้าวขึ้นมาเป็น Power of Network ของคนในชุมชน ที่มีเรื่องของความครบวงจรเข้ามาเป็นตัวผลักดัน จึงกลายเป็นอีก หนึ่ง Strategic Location ที่ร้านอาหารประเภท QSR เลือกที่จะใช้เป็นฟอร์แมตหนึ่งในการขยายสาขาของตัวเอง
ไม่เพียงเท่านั้น ปั๊มน้ำมันยังเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวช่วยทำลายข้อจำกัดในการขยายสาขาเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่มีศูนย์ การค้า หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปเปิดสาขา ถือเป็นตัวช่วยในการขยายฐานของตลาดได้ทางหนึ่ง

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การขยายสาขาเข้าไปเปิดในพื้นที่ที่เป็นเทียร์ 2 ของเคเอฟซี ผ่านการเปิดสาขาในปั๊มน้ำมันที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี และตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงอำเภอมัญจาคีรีของจังหวัดขอนแก่น เป็นต้น ซึ่งเป็นการเข้าไปเปิดในพื้นที่รอบนอกของจังหวัด
สาขาในปั๊มน้ำมันที่เข้าไปเปิด นอกจากจะรองรับลูกค้านั่งทานในร้านแล้ว ยังเป็นตัวช่วยในการทำตลาดในรูปแบบของดิลิเวอรี่และเทกโฮมอีกด้วย เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งเคเอฟซีเองยังมองถึงการใช้ฟอร์แมตสาขาในรูปแบบดังกล่าวในการขยายสาขาเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเทียร์ 2 และอื่นๆ อีกด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการร้านอาหารประเภท QSR โดยเฉพาะที่เป็นเชนใหญ่ ต้องมีการปรับตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ที่ต้องมีรูปแบบของร้านที่หลากหลายมากกว่าแค่สาขาที่เป็นฟอร์แมตขนาดใหญ่ในห้าง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนในยุคหลังโควิด ที่การเข้าถึงบริการของร้านอาหารประเภทนี้ ไม่ใช่แค่มีเพียงการนั่งทานในร้าน แต่ยังมีทั้งการเทกโฮม และดิลิเวอรี่
ผู้เล่นในตลาดนี้จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการขยายสาขา โดยมุ่งไปที่การขยายสาขาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งสาขาในช้อปปิ้งมอลล์ ในไฮเปอร์มาร์เก็ต สาขาในรูปแบบของไดรฟ์ทรู รวมถึงสาขาที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน
โดยการขยายสาขาไม่ว่าฟอร์แมตไหนจะเน้นไปที่ร้านที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เนื่องจากมีช่องทางการเข้าถึงสินค้าที่หลาก หลาย ไม่ใช่แค่เพียงการนั่งทานในร้านเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต
ขณะเดียวกันก็มีการปรับคอนเซ็ปต์ของร้านให้เข้ากับแต่ละโลเคชั่น ทำให้เราได้เห็นร้านในคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างในกรณีของเคเอฟซีที่หนึ่งในแฟรนไชส์ซี่อย่างซีอาร์จี เปิดสาขาในคอนเซ็ปต์ของกรีนสโตร์ที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ และสาขาในรูปแบบดิจิทัล สโตร์ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีการปรับบรรยากาศภายในร้านใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป โดยสาขาโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ ยังเป็นสาขาที่แม้จะเปิดพร้อมกับศูนย์การค้า แต่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ภายในศูนย์ แต่เลือกพื้นที่ตั้งสาขาที่ด้านหน้าของศูนย์การค้า ทำให้สามารถขยายเวลาในการให้บริการได้โดยไม่ติดข้อจำกัดในเรื่องเงื่อนเวลาของการปิดศูนย์

ถ้ามองตามเหตุผลที่ ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ บอกไว้ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยเขาให้เหตุผลว่า สาขาในปั๊มน้ำมัน นอกจากจะเป็นตัวช่วยการเพิ่มโอกาสในการบริโภคที่อาหารอย่างไก่ทอด เป็น Everyday Occasion ที่สามารถบริโภคได้ทุกวันแล้ว สาขาในปั๊มน้ำมัน ยังเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ฮับ” ในเรื่องของดิลิเวอรี่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่การเปิดสาขาส่วนใหญ่จะไปกับศูนย์การค้าหรือไฮเปอร์มาร์เก็ต จึงติดเงื่อนไขในเรื่องของเวลาในการเปิดปิด ทำให้การทำดิลิเวอรี่ไม่สามารถให้บริการตลอดทั้งวันได้เหมือนกับการเปิดสาขาในปั๊ม
ส่วนอีกเหตุผล น่าจะมาจากแรงผลักดันจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ที่นอกจากต้องการความครบวงจรของการให้บริการในปั๊มแล้ว ยังมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกับการเกิดเทรนด์ในเรื่องของ “Grab & Go” ที่ร้านในปั๊มน้ำมันสามารถตอบโจทย์เรื่องของความสะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
ขณะที่ผู้ให้บริการปั๊มน้ำเองก็พยายามที่จะเติมเต็มความครบวงจรของการให้บริการผ่านการสร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ อย่างกรณีของบางจากที่ในช่วงที่ผ่านมารุกโมเดลธุรกิจใหม่ “บางจาก Food Truck” ด้วยการจับมือแบรนด์ชั้นนำเปิดให้บริการ ในปั๊ม คัดสรรความอร่อยจากเชฟระดับมิชลิน และสินค้าไลฟ์สไตล์มาไว้ในจุดเดียว ให้บริการในรูปแบบ Grab & Go เช่น A&W, Bar-B-Q Plaza, Crop-pul, Dairy Queen, Kanom, Milk Land, อโณไทย by Arno’s, ผัดไทยไฟทะลุ โดยแอนดี้ หยาง เชฟระดับมิชลินชาวไทยคนแรก, QQ โดยเชฟวิลเมนท์ ลีออง กรรมการท็อป เชฟ ไทยแลนด์ จึงเป็นการช่วยเติมเต็มกลยุทธ์ การทำตลาดในรูปแบบใหม่ให้แก่กันละกันได้เป็นอย่างดี
ปั๊มน้ำมัน จึงน่าจะเป็นอีกคำตอบของการขยายสาขาของร้านอาหารประเภท QSR ที่เสิร์ฟด่วนจนตลาดมีมูลค่าสูงถึงกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยในนั้นเป็นของไก่ทอดถึงครึ่งหนึ่งของตลาด ทำให้เราได้เห็นร้านแนวนี้แทบทุกปั๊มใหญ่ๆ เลยก็ว่าได้
ถือเป็นอีกการขยายตัวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....