วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย อัพเดทภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยว่า ตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ดี โดยในปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยมีมูลค่าประมาณ 9.8 แสนล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน เป็นรองแค่ประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น โดยไทยและเวียดนามมีการเติบโตมากกว่า 20% ซึ่งคาดว่าสภาพตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยจะเติบโตแบบนี้ไปอย่างน้อย 2-3 ปี
วาริสฐา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเทรนด์พฤติกรรมนักช้อปไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน 3 เรื่อง คือ
1. สัดส่วนนักช้อปรุ่นใหม่และนักช้อปผู้หญิงมีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย
2. 35% ของนักช้อป Gen Z รับหน้าที่เป็นคนที่ซื้อสินค้ากลุ่ม FMCG เข้าบ้านแทนคนในครอบครัวแล้ว
3. นักช้อปมองหาและต้องการในเรื่อง Personalized โดย 71% ของนักช้อปลาซาด้า ซื้อของผ่านฟีเจอร์ “คำแนะนำ” ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้าประเทศไทย กล่าวว่า ลาซาด้ามีการลงทุนในระยะยาวในไทย 3 เรื่อง คือ
1. ยกระดับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล
เพื่อตอบรับการขยายตัวของกลุ่มนักช้อปหญิงและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ลาซาด้าเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มประสบการณ์การช้อปที่แตกต่างภายใต้แนวคิด“Customer-First” เน้นการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำและความเหนียวแน่นของนักช้อป โดยสร้างความแตกต่างในหมวดหมู่สินค้าพรีเมียมแฟชั่นและความงามซึ่งเป็นจุดแข็งของแพลตฟอร์ม เห็นได้จากยอดขายรวมของ LazMall ในช่วงเมกะแคมเปญซึ่งก้าวกระโดดมากกว่า 7 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติ ในขณะที่ LazBEAUTY มีจำนวนสมาชิกในไทยกว่า 1 ล้านราย
ในโค้งสุดท้ายของปี 2567 ลาซาด้าจะเสริมความแข็งแกร่งของ LazMall ผ่านการขยายพันธมิตรแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟและรุกเซ็กเม้นต์สินค้าลักชัวรี่ผ่านหมวดสินค้า LazMall Premium Brand นอกจากนี้ยังตอกย้ำ LazLOOK ในฐานะจุดหมายสินค้า แฟชั่นผ่านแคมเปญรายสัปดาห์ที่จะเข้ามาสร้างความตื่นเต้นและสีสันให้แก่นักช้อปอย่างต่อเนื่อง

2. ลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีลาซาด้ายังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและฟีเจอร์ต่างๆ โดยมี Gamification เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมกับนักช้อปที่ผ่านมา LazGame ได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยมีผู้เล่นเกมกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ซึ่งนักช้อปกลุ่มนี้มีการใช้งานแอปพลิเคชันนานกว่าค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์มถึง 3 เท่า และราว 82% กลับมาใช้งานแอปพลิเคชันเป็นประจำทุกวัน
วาริสฐา ยังได้ยกตัวอย่างหนึ่งฟีเจอร์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการลงทุนด้านนวัตกรรมของลาซาด้า คือฟีเจอร์ “ถามผู้ใช้งานจริง (Ask the Buyer)” ซึ่งนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตั้งคำถาม เชิญชวนให้ผู้ซื้อรายก่อนๆ มาร่วมรีวิวสินค้าเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อรายใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยปัจจุบันมีการตอบคำถามจากผู้ซื้อจริงไปแล้วกว่า 1.5 ล้านครั้ง
3. ส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพผู้ขายไทย
ด้วยพันธกิจในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ลาซาด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชั่นการตลาดเพื่อสนับสนุนผู้ขายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ เช่น เครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยปรับแต่งรูปภาพเขียนคำอธิบายสินค้าและให้บริการลูกค้าโดยพบว่าสามารถเพิ่มอัตราการซื้อได้กว่า 30%
ลาซาด้ายังนำเสนอโปรแกรมสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับร้านค้าในทุกกลุ่มและทุกก้าวของธุรกิจ นอกจากนี้ยังพัฒนาบริการเสริมที่จะช่วยให้ผู้ขายนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ผสานกับออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น บริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ การประกันสินค้าประเภทต่างๆ รวมถึงการนำสินค้าเก่ามาแลกสินค้าใหม่ในหมวดโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ปีนี้ถือเป็นปีแรก ที่ลาซาด้าพลิกจากขาดทุนมาเป็นมีกำไรในรอบ 12 ปี วาริสฐา อธิบายว่าลาซาด้าอยู่ใน Ecosystem ของอาลีบาบากรุ๊ปซึ่งมีความแข็งแกร่งเรื่องเทคโนโลยีที่ครบครัน อาทิ คราวด์, Big Data, AI ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของลาซาด้า
“เรามีระบบโลจิสติกส์ของเราเองที่แข็งแกร่งสามารถส่งสินค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ในวันถัดไป เรามีระบบชำระเงินที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวก ปีนี้เราจะลงทุนเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยเอา AI เข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อสร้างผลประกอบการทางธุรกิจที่ยั่งยืน”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนของตลาดอีคอมเมิร์ซในช่วง 2-3 ปีนี้ มีหลายด้านด้วยกันเริ่มจาก
1. ความพร้อมเรื่องโครงสร้างโลจิสติกส์และเรื่อง Payment ซึ่งเป็นโครสร้างพื้นฐานของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
2.เรื่องพฤติกรรมของคนซื้อ เนื่องจากคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากกว่าที่อื่นๆ และชอบซื้อของออนไลน์จนตลาดอีคอมเมิร์ซได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
3. ตอนนี้ลูกค้ามองหาประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเรื่องราคาและโปรโมชั่น
“ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสินค้าพรีเมียมที่มีราคาสูง ใน LazMall ก็ได้รับความนิยมและโตเร็วที่สุดในแพลตฟอร์ม ส่วนกลุ่มสินค้าที่ขายดีก็ยังคงเป็นแฟชั่นบิวตี้ และFMCG ที่มีสัดส่วนที่เยอะขึ้น ทั้งนี้มาจากสัดส่วนอายุคนซื้อที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม”