โซเชียลมีเดียกลายเป็นสนามรบทางการตลาดของธุรกิจสินเชื่อ ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่เพียงต้องการข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่ยังมองหาประสบการณ์และความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ นับเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจสินเชื่อ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
แม้การแข่งขันบนโซเชียลมีเดียจะดุเดือด แต่แบรนด์ “เงินติดล้อ” พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการคว้ารางวัล 2024 Thailand’s Social Power Brand อันดับ 1 ในกลุ่ม “ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน” ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าบนโลกออนไลน์
คุณเบอร์นาร์ด โช ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กล่าวถึงแนวโน้มที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ว่า “หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการพึ่งพาโซเชียลมีเดียในการค้นหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงบริการด้านสินเชื่อทะเบียนรถ ซึ่งมีการเติบโตของการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง ผู้คนหันมาศึกษา เปรียบเทียบ และต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วยการนำเสนอข้อมูลสินเชื่อบนสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม โปร่งใส ผ่านทีมงาน และเทคโนโลยีโปรแกรมตอบกลับอัตโนมัติ แชตบอต (Chatbot) จึงทำให้เงินติดล้อสามารถสื่อสารสร้างประสบการณ์กับลูกค้า (Customer Experience) ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้ตลอด 24 ชั่วโมง"

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บมจ.เงินติดล้อ ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งด้านสินเชื่อทะเบียนรถและนายหน้าประกัน โดยมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจมามากกว่า 10 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น “บัตรติดล้อ” บัตรกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อ ที่ลูกค้าสามารถกดเงินสดได้จากตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศกว่า 50,000 แห่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังมี “แอปพลิเคชันเงินติดล้อ” ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการของเงินติดล้อได้สะดวกขึ้น ซึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “บริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี” ที่เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉิน ให้โอนเงินเข้าบัญชีที่ผูกไว้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้มีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย บริษัทฯ ยังถือเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบบริการ “ผ่อนเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินสด 0%” ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานและบริการที่ธุรกิจนายหน้าประกันทั่วไปหันมานำเสนอให้กับลูกค้าในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีนายหน้าประกัน (InsurTech) อย่าง “อารีเกเตอร์” (Areegator) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันออนไลน์ ในรูปแบบธุรกิจ B2B ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนสมาชิกตัวแทนนายหน้าประกันให้สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการงานขายประกันที่สะดวก และผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ คน และบ้าน จากบริษัทประกันพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 15 แห่ง โดยไม่ต้องมีเงินทุนตั้งต้น ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 9,000 คน รวมถึง “เฮ้กู๊ดดี้” (heygoody) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล ในรูปแบบธุรกิจ B2C ที่สร้างขึ้นเพื่อกลุ่มลูกค้าประกันรายย่อยที่ไม่ชอบการถูกรบกวนทางโทรศัพท์ และต้องการเลือกซื้อประกันด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี โดยมียอดเข้าชมเว็บไซต์กว่า 2 ล้านครั้ง ภายในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงได้พัฒนาระบบ Omni-channel ที่ผสมผสานการให้บริการลูกค้าทั้งจากช่องทาง Offline และ Online (O2O2O) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างบริการที่ครอบคลุมหลากหลายช่องทาง รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook, Line, YouTube และ TikTok ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเจเนอเรชัน สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งหมดนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
“การสื่อสารที่โปร่งใส จริงใจ และตรงไปตรงมา ทำให้เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นลูกค้า นี่คือโอกาสบนโลกธุรกิจในยุคปัจจุบันและอนาคต เราเชื่อว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าคือหัวใจหลักของธุรกิจ และโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสำคัญช่วยให้เราใกล้ชิดและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้มากขึ้น” คุณเบอร์นาร์ด กล่าว
ทั้งหมดนี้ คือความมุ่งมั่นในการสานต่อเจตนาเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินด้วยความเข้าใจ สู่การสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ “เงินติดล้อ”