จากสโลแกน “ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด” วันนี้ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ขยายการส่งมอบมื่อที่ดีที่สุดให้ลูกค้าไปยังสังคม และสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนด้วยการทำ Green Restaurant กลายเป็นการส่งมอบ “ความยั่งยืนผ่านมื้ออาหาร” พร้อมวางเป้าหมายด้านความยั่งยืนในฐานะเชนร้านอาหารที่มีบทบาทลดผลกระทบให้กับโลกด้วย
จรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาบาร์บีคิวพลาซ่าเริ่มดำเนินการปรับร้านให้เป็น Green Restaurant เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ภายในปี 2573 และจะเป็นองค์กรที่บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ปี 2593 (Net Zero Emissions by 2050) ซึ่งการเป็น Green Restaurant นี้คือการทำ Zero Waste to Landfill หรือการจัดการขยะให้กลายเป็นศูนย์ ตามหลักการ 4Rs (Reduce, Reuse, Recycle, Re-think) ที่นำมาปฏิบัติเพื่อมอบประสบการณ์ Green Experience ให้กับลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
“เราใช้แนวคิด Triple Bottom Line ได้แก่ ได้แก่ People, Planet และ Profit มุ่งสู่การเป็นธุรกิจที่ดีกับมนุษย์และโลก เริ่มจากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัย เช่น กะหล่ำปลีฝอยจากวิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่และชุมชนบ้านนาป่าแปก ที่ปลูกโดยลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการปลูกแบบ GAP คือแนวทางที่ให้เกษตรกรมุ่งเน้นการผลิตอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ โดยลดการใช้สารเคมีลงได้ถึง 50% เพื่อให้เกษตรกรลดรายจ่ายในการใช้สารเคมี และเพิ่มคุณภาพให้กับวัตถุดิบ พร้อมเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติอร่อยและมั่นใจในความปลอดภัย”
สำหรับการจัดการขยะตามแนวทาง Zero Waste to Landfill เพื่อลดปริมาณขยะที่ถูกฝังกลบนั้น จรูญโรจน์ อธิบายว่าเริ่มจากนำเศษเนื้อตัดแต่ง (Food Loss) มาทำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มคุณค่า โดยที่ผ่านมาจับมือกับบางจากนำไปทำหมูปิ้งวางจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งกระบวนการนี้ลดการนำเศษเนื้อตัดแต่งไปทิ้งได้ถึง 1.8 ตัน หรือคิดเป็น 918 kgCO2e ส่วนงานด้านการบริการเรายังมีการออกแบบในการเสิร์ฟกะหล่ำให้กับลูกค้า แบบ 125 / 80 / 80 กรัมทำให้ลดปริมาณกะหล่ำเหลือทิ้งได้ถึง 10% คิดเป็น 200,000 kg. หรือเท่ากับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 82 tCO2e ส่วนระบบแยกขยะจากโต๊ะอาหารลูกค้าจะใช้รถเข็นที่เรียกว่าม้าเหล็ก ทำการแยกประเภท Food Waste และ Recycle Waste พร้อมชั่งน้ำหนัก จดบันทึก ที่ได้ทำงานร่วมกับ Landlord ในการจัดการขยะปลายทางไม่ฝังกลบซึ่งมีปริมาณขยะอาหารอยู่ที่ 30 กิโลกรัมต่อวันต่อสาขา แบ่งเป็นจากร้าน 30% และลูกค้า 70% รวมเป็น 930 tCO2e ต่อปี ขณะที่ขยะรีไซเคิลอยู่ที่ 3 กิโลกรัมต่อวันต่อสาขา รวมเป็น 533 tCO2e ต่อปี
จรูญโรจน์ กล่าวเพิ่มว่าปีนี้บาร์บีคิวพลาซ่ายังคงเดินหน้าทรานฟอร์มองค์กรสู่การขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบ ESG ที่คำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคมและชุมชน (Social) รวมถึงธรรมาภิบาลที่ดี (Governance) เน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก โดยมีเป้าหมายในปี 2573 แนวทางสู่ความยั่งยืนขององค์กรใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีเป้าหมายในการจัดการก๊าซเรือนกระจก (GHG Management) ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 ให้ลดลง 30% และขยะฝังกลบในกระบวนการ ลดลง 10% รวมถึงการพัฒนาโมเดล Green Restaurant ที่มุ่งสร้างธุรกิจอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนและลดการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าได้รับตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2566 ในประเภทการบริการร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) สาขาที่ได้รับรางวัลนี้คือ เซ็นทรัล วิลเลจ
ทั้งนี้ในปี 2567 ได้มีการขยายโมเดล Green Restarant ไปอีก 10 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล รามอินทรา, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล พระราม 3, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พระราม 9 และ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะขยายอีก 11 สาขาในปี 2568 และตั้งเป้าจะขยายให้ครบทุกสาขา