ความเหมือนกันอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจร้านกาแฟกับธุรกิจร้านอาหารประเภท Quick Service Restaurant ก็คือ ทั้งคู่ไม่ได้มุ่งเน้นมาที่การเพิ่มยอดซื้อต่อบิลให้มีมากขึ้น แต่เป็นการให้ความสำคัญกับการเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการมากกว่า
ในส่วนของร้าน QSR อย่างร้านไก่ทอดนั้น ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือซีอาร์จี เคยให้สัมภาษณ์กับเราว่า ร้านอาหารประเภท QSR เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Occasion Based ที่จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้สามารถเพิ่ม Occasion ในการบริโภค หรือเข้ามาใช้บริการในร้าน กลยุทธ์การทำตลาดของเคเอฟซี ส่วนหนึ่งจึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Occasion ในการบริโภคไก่ทอดของลูกค้า
เขาบอกว่า การใช้บริการของลูกค้าเคเอฟซีในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็นการซื้อผ่านช่องทางดิลิเวอรี่ 25% นั่งทานในร้าน 35% และเทกอะเวย์ 40% ซึ่งเทรนด์ของดิลิเวอรี่ที่เคยเติบโตมากในช่วงโควิดจะเริ่มกลับมาสู่ปกติ คือมีสัดส่วนไม่เกิน 25% ของการขาย

การเพิ่ม Occasion ในการใช้บริการของลูกค้า จึงมองมาที่การเพิ่มโอกาสในการใช้บริการผ่านแต่ละช่องทางขาย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือการเพิ่ม Occasion ในส่วนที่เป็นเทกอะเวย์ ด้วยการเปิดร้านในโมเดลรูปแบบคีออส ที่มีทั้งการขยายเข้าไปในย่านชุมชนและในพื้นที่ที่เป็น Transportation Hub อย่างบนบีทีเอส หรือ MRT ซึ่งในเร็วๆ นี้ ร้านเคเอฟซีที่บริหารโดยซีอาร์จี เตรียมที่จะเปิดร้านโมเดลคีออสบนรถไฟฟ้าในคอนเซ็ปต์ “Quick &Easy” เป็นต้น
ขณะที่ ในส่วนของธุรกิจร้านกาแฟนั้น ยศธร อรัญนารถ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากรีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านกาแฟแบรนด์อินทนิล บอกกับเราว่า Journey ในการมาร้านกาแฟของลูกค้าก็คือ การมาเพื่อซื้อเครื่องดื่มประเภทกาแฟที่ส่วนใหญ่จะมาในช่วงเวลาเช้า โจทย์ใหญ่ของการทำตลาดจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรที่จะสามารถเพิ่มช่วงเวลาในการมาใช้บริการในความถี่ที่มากขึ้น
สิ่งที่อินทนิลทำออกมาจึงน่าสนใจไม่น้อย โดยนอกจากการเพิ่มเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ อย่างน้ำผลไม้ปั่น หรือเครื่องดื่มที่เป็น Seasonal Menu เข้าไป แล้วยังมีการเพิ่มเมนูที่เป็นอาหารและของทานเล่นเข้าไป เพื่อใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ โดยจะมีเมนูอาหารที่ทานง่าย ไม่ต้องใช้ความซับซ้อนในการบริหารซัพลายเชนของสินค้า อาทิ โจ๊ก หรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง และขนมที่สามารถทานเป็นมื้อรองท้องได้อย่างข้าวต้มมัด เป็นต้น
“โดยปกติ ลูกค้าที่เข้าร้านกาแฟจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลักๆ คือช่วงเช้าที่ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อเครื่องดื่มประเภทกาแฟ กับอีกช่วงคือช่วงกลางวัน ที่คนมักจะเลือกเครื่องดื่มตัวอื่นๆ ด้วย การเพิ่มโอกาสในการเข้ามาใช้บริการในช่วงเวลาอื่นๆ รวมถึงการซื้อสินค้านอกเหนือจากกาแฟ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย รวมถึงการช่วยเพิ่ม Journey ในการมาร้านกาแฟ โดยไม่จำเป็นต้องมาซื้อกาแฟเพียงอย่างเดียว”

ไม่เพียงเท่านั้น อินทนิลยังมีการพัฒนาโมเดลร้านที่เป็นรูปแบบช็อป อิน ช็อป ที่มีการนำร้านอาหารดังๆ เข้ามาเปิดเป็นเคาน์เตอร์ในร้านอินทนิล โดยมีสาขาสุขุมวิท 62 ที่เป็นเสมือนห้องแล็บทดลองอะไรใหม่ๆ ของอินทนิล และเริ่มมีการเปิดไปบ้างแล้ว อย่างที่บายพาสภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี ที่มีการนำขนมครกของแม่ศรีเรือนไปเปิด โดยมองถึงการพัฒนาเมนูใหม่ๆ อาทิ ครัวซองต์หรือโจ๊ก ซึ่งจะเป็นเมนูที่สามารถเข้ากับร้านกาแฟ และไม่ยุ่งยากในการบริหารจัดการ เพื่อมาเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย รวมถึงช่วยเพิ่มช่วงเวลาในการมาร้านอินทนิลให้มีมากขึ้น
ปัจจุบัน สัดส่วนการขายในกลุ่มนอนดริงค์จะมีประมาณ 20% อินทนิลต้องการเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ให้มากขึ้นในระยะยาว โดยมองถึงตัวเลข 50:50 นั่นคือระหว่างเครื่องดื่มกับอาหารจะมีสัดส่วนการขายที่เท่ากัน
การเพิ่ม Journey หรือการเพิ่ม Occasion ในการมาร้านกาแฟนั้น ในบางครั้งลูกค้าอาจจะไม่จำเป็นต้องมาเพื่อดื่มกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะมาด้วยวัตถุประสงค์อื่นๆ อาทิ ต้องการสะสมของพรีเมียมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การใช้แก้วกาแฟที่ดีไซน์สวยงาม และเป็นอีกตัวที่ช่วยเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์ร้านกาแฟก็ได้
อย่างในกรณีของร้านกาแฟพันธุ์ไทยในเครือพีที ที่นิยมใช้กลยุทธ์ในรูปแบบของการออกของสะสมเพื่อใช้เป็นอีกตัวช่วยสร้างแรงดึงดูดในการมาร้านกาแฟของลูกค้า อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีการทำแคมเปญ แจกฟรี! แก้วเปลี่ยนสีพันธุ์ไทย Reusable Cup แบบฉบับคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่ใช้ซ้ำ ใช้อีก ใช้ต่อได้ แต่ยังมีกิมมิคสนุกๆ ให้ตามล่าสะสมให้ครบทั้ง 5 แบบ 5 วัน ไล่

ตั้งแต่ Monday Cup รับแก้วสีเหลือง วันจันทร์ Tuesday Cup รับแก้วสีชมพู วันอังคาร Wednesday Cup รับแก้วสีเขียว วันพุธ Thursday Cup รับแก้วสีส้ม วันพฤหัส และ Friday Cup รับแก้วสีฟ้า วันศุกร์
โดยเป็นการทำแคมเปญที่เล่นกับสำหรับสมาชิกแมกซ์ การ์ด ที่ซื้อเครื่องดื่มเย็นหรือปั่นเมนูใดก็ได้ ในราคาปกติ 2 แก้ว/ใบเสร็จ รับฟรี แก้วเปลี่ยนสีพันธุ์ไทย ขนาด 24 ออนซ์ 1 แก้ว มูลค่า 99 บาท ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 กันยายน 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านพันธุ์ไทยทุกสาขาที่ร่วมรายการ เป็นต้น
ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความถี่ในการมาร้านกาแฟได้เป็นอย่างดี....