สิ่งสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดผลสำเร็จอีกประการหนึ่งคือการสื่อสารกับผู้ใช้นั่นคือ พนักงานกระจายสินค้ากว่าพันคน ผู้เป็นกำลังสำคัญซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นเก่าที่ไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยีแต่คนกลุ่มนี้ต้องเรียนรู้และใช้งานองค์กรต้องสื่อสารออกไปให้ชัดเจนว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ไม่ใช่ “การจับผิด” แต่เข้ามา “ช่วยสนับสนุน” เหมือน "กระจกมองหลัง" ทำให้พวกเขาทำงานได้ดีขึ้นรวดเร็วมีประสิทธิภาพส่งผลให้องค์กรเติบโตและแข็งขันต่อไปได้ในอุตสาหกรรม
ด้านรองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ-โลจิสติกส์ พิศิษฐ์ ฟองภู่ เล่าถึงแผนการด้านการพัฒนาการขนส่งและกระจายสินค้าในอนาคตของไทยน้ำทิพย์ว่าหลังจากที่มีระบบ Tracking และ Monitoring พัฒนาให้เกิดเส้นทางการปฏิบัติงานของแต่ละทีมงานผู้จัดการเขตภูมิภาครวมถึงภาพรวมของประเทศได้แล้วเฟสที่สองร่วมกับNOSTRA ก็คือPre - Settlement พัฒนาปิดงานในระบบหลักของไทยน้ำทิพย์ด้วยการวางระบบที่สามารถตรวจสอบระบบการทำงานและสินค้าได้บนเครื่องมือที่จะออกแบบให้พนักงานใช้เช่นการนำส่งเงินตรวจเช็คสินค้าส่งสินค้าหรือภาชนะกลับคืนบริษัทฯเป็นต้นคาดจะนำมาใช้จริงและสำเร็จภายในปี 2561 นี้
“หัวใจสำคัญในการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาปรับใช้ในธุรกิจการขนส่งคือการทำให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ครอบคลุมระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดมุ่งรักษาความแข็งแกร่งครองความเป็นที่หนึ่งในตลาดโดยใช้การขนส่งและกระจายสินค้ามุ่งสู่การสร้างความพึงพอใจด้านบริการที่มีประสิทธิภาพมีศักยภาพบนการแข่งขันด้านต้นทุนเพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วสามารถตรวจสอบได้ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าNOSTRAได้เข้ามามีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคไทยแลนด์ 4.0 และเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของธุรกิจ”ผู้บริหารหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย
การปรับตัวรับยุค Digital Transformation หากลงมือด้วยตัวเองอาจไม่ดีและรวดเร็วตามทันกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วฉะนั้นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีประสบการณ์นับเป็นตัวช่วยสำคัญในการนำองค์กร "ก้าวให้ล้ำ" ในทุกๆด้านจนนำไปสู่องค์กรชั้นนำที่พร้อมยืนหยัดแข่งขันอยู่ได้อย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์