ปัจจุบันปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของมนุษย์
ปัญหาเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์หลากหลายภาคส่วน เช่น ภาคพลังงาน เกษตร อุตสาหกรรม และการกำจัดของเสีย ซึ่งเป็นตัวเร่งให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงและมีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ หลายประเทศและองค์กรทั่วโลกได้ร่วมมือกันตั้งเป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งหมายถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สมดุลกับการดูดซับก๊าซคืนกลับสู่ธรรมชาติ
ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2021โดยนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าร่วมการประชุม World Leaders Summit เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (UNFCCC COP26) กำหนดเป้าหมายที่จะเป็น Carbon Neutral หรือความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2065 โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยการฟื้นฟูป่าไม้ การใช้พลังงานทดแทน การลดการใช้วัสดุที่ก่อมลพิษ และการปรับตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ
ในส่วนของภาคเอกชน บริษัทชั้นนำเกือบ 80 แห่งที่ประกาศชัดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขับเคลื่อนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเข้าร่วม Net Zero ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากโลกร้อน แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับมาตรการสิ่งแวดล้อม
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจที่ต้องการสร้างโลกที่ยั่งยืนและส่งมอบอนาคตที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง
มาดูกันว่าความมุ่งมั่นของทั้ง 77 บริษัทที่เราได้รวบรวมมามีเป้าหมายที่จะร่วมสร้างโลกที่ “เขียวขจี” จะเสร็จสิ้นในปีไหนกันบ้าง
