BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,004
VIEWS

สมูทอี สร้างโอกาสทางการตลาดอย่างไร เมื่อสาวไทย เป็น “Beauty Fighter” ที่เรื่องความสวยยอมกันไม่ได้

ม.ค. 10, 2568 R.Somboon
หลังโควิดเป็นต้นมา ตลาดเครื่องสำอางของบ้านเราเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในแง่ของพฤติกรรมการใช้ที่ปัจจุบันมีขั้นตอนการใช้ค่อนข้างจะหลายสเตป แม้จะยังไม่ถึงคนเกาหลีที่มีประมาณ 10 สเตป แต่ก็ออกมาใกล้เคียงกัน และสิ่งที่ตามมาอย่างหนึ่งก็คือพฤติกรรมของสาวไทยที่ก้าวขึ้นไปเป็น “Beauty Fighter” ที่ไม่ประนีประนอมในเรื่องของความงาม
 
นิยามความหมายของ “Beauty Fighter” ธนชัย ชัยกิตติวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมูทอี บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ก็คือพฤคิกรรมที่ต้องการเห็นผลในเรื่องของความงามที่ดีกว่าทันทีทันใด อย่างเรื่องของผิวขาว ก็ต้องการผิวที่ขาวมากขึ้น หรือเรื่องความอ่อนโยนของผิวหน้าก็ต้องการผิวที่อ่อนโยนดูเป็นเด็กกว่าเดิม ทำให้เกิดการทดลองใช้สินค้าที่คิดว่าจะทำให้สวยขึ้นหรือดีขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาว่าอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
 
การใช้ผิวหน้าเป็นสนามอารมณ์เพื่อทดลองเรื่องความงามนี้ เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงไทยที่ทำงานนอกบ้าน ต้องเผชิญกับมลภาวะจนทำให้ผิวเสีย ประกอบกับคนไทยมีความรู้ในเรื่องของความงามจึงมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่คิดว่าจะทำให้ดูดีขึ้น
 
“คนไทยถือเป็นบิวตี้ไฟต์เตอร์ ยิ่งเรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งที่ยอมกันไม่ได้ กล้าที่จะใช้ กล้าที่จะลองเพื่อผลลัพธ์ที่อยากให้เป็นไปตามที่คาดหวัง อะไรที่คิดว่าดีกับตัวเองก็นำมาทดลองหมดโดยไม่คำนึงถึงข้อเสียที่ตามมา ดังนั้นอะไรที่มากไปหรือน้อยไปผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังไว้เสมอไป จนกลายเป็น Pain Point อย่างหนึ่งของสาวไทย”


จาก Pain Point ดังกล่าวกลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่สมูทอี ใช้เป็นช่องว่างในการรุกเข้ามาทำตลาดที่ถือเป็นการบุกตลาดครั้งใหญ่ เพราะมีการทุ่มงบถึง 200 ล้านบาทเพื่อผลักดันแบรนด์ให้เข้าหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เป็น Gen Z หลังจากที่เวชสำอางแบรนด์นี้ประสบความสำเร็จกับการทำตลาดกับลูกค้า Gen X และ Gen Y จนสามารถทำส่วนแบ่งตลาดได้ 9% จากตลาดเวชสำอางมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท
 
ธนชัย  บอกว่า การก้าวไปเป็น Beauty Fighter ของคนไทยนั้น สิ่งที่เป็นโอกาสทางการตลาดอย่างหนึ่งก็คือการยก ระดับการใช้สินค้ามาสู่สินค้าที่ถูกมองว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสกินแคร์เวชสำอางถึงมีการเติบโต 15% มากกว่า การเติบโตของตลาดสกินแคร์ที่เป็นแมสที่มีตัวเลขการเติบโตอยู่ราว 12% โดยการเติบโตของตลาดสกินแคร์ เวชสำอาง มาจากเหตุผลหนึ่งนั่นคือลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นจึงเกิดการยกระดับการใช้มาสู่เวชอางที่ถูกมองว่ามีความอ่อนโยนต่อผิว
 
เขาบอกว่า สมูทอีเวชสำอางจากธรรมชาติที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมากว่า 30ปี ภาพจำที่ทุกคนจำได้คืออ่อนโยนและไม่มีฟอง ซึ่งกลายเป็นแก่นแกนสำคัญของแบรนด์เรามาอย่างยาวนาน การรุกตลาดในครั้งนี้จึงมีการรีแบรนด์ พร้อมปรับ Positioning ของแบรนด์ใหม่ อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” ด้วยการนำเอาความเชี่ยวชาญของสมูทอีกว่า 30 ปีมาสร้าง สรรค์นวัตกรรมสกินแคร์ที่เป็น The Right Solutions อ่อนโยนแต่เห็นผลจริงพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยที่มีผิวบอบบางทุกเจนอย่างลงตัว โดยจะนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อผิวบอบบางครบจบใน 3 สเตป ล้าง บำรุง และปกป้อง ภายใต้แนวคิด “อ่อนโยนมีประสิทธิภาพ…เห็นผล” เพื่อผิวสวยสุขภาพดี
 
ภายใต้การรีแบรนด์ในครั้งนี้จะมีการขยายไลน์ของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมการใช้ทั้ง 3 ขั้นตอน โดยนำเสนอนวัตกรรมของความเป็นเวชสำอางที่อ่อนโยนกับผู้ใช้ ซึ่งสินค้าตัวแรกที่เปิดตัวมาก็คือสมูทอี ซัน แอสตาแซนธิน มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเซรั่มกันแดดทั่วไป เนื่องจากไม่ใช่แค่เพียงกันแดด แต่ยังสามารถต้านอนุมูลอิสระจากแดด โดยมีสารสำคัญของแอสตาแซนธิน สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น King of Antioxidation ช่วยต้านอนุมูลอิสระออกฤทธิ์ได้ดีกว่า Vit C ถึง 6,000 เท่า พร้อมส่วนผสมสำคัญไบโอเรตินอล กลูตาไธโอน ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้ผิวอ่อนเยาว์เหมาะสำหรับใช้ทุกวัน


ส่วนที่จะเปิดตัวตามมาในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ก็คือสมูท อี นัน ไอออนนิก พีเอช ไฟว์ นิวเจน โฟมล้างหน้าสูตรไม่มีฟองใหม่ แต่มีส่วนผสมที่ได้รับการพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใส และคุมมันได้ดี พร้อมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งตอบสนองเทรนด์ของผู้บริโภคที่นิยมใช้เซรั่ม เพื่อเร่งผลลัพธ์ให้ผิวสุขภาพดี สมูท จึงได้เปิดตัวสมูทอี คลินิกคัล เซรั่ม ตอกย้ำจุดยืน “อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” มี 4 สูตร ได้แก่ สูตรลดรอยสิว สูตรผิวกระจ่างใส สูตรลดริ้วรอย และสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผู้บริโภคดูแลผิวหน้าได้ง่าย ๆ ที่บ้านใน 3 สเตป ล้าง บำรุง และปกป้อง
 
“เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ สัดส่วน 40% เคลมว่าตัวเองเป็น Sensitive Skin คิดว่าตัวเองแพ้ง่าย เป็นอะไรนิดหน่อยก็คิดว่าแพ้ นอกจากนี้ความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ปัจจุบันผู้บริโภคอยากมีผิวสวยสุขภาพดี ไม่มีรอย และตอนนี้ผู้บริโภคมีความรู้เพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะ AHA BHA คืออะไรผู้บริโภคสามารถศึกษาได้หมด”
 
เขาเสริมว่า ตัวเลข 40% นี้วัดจาก 2 ส่วน คือส่วนนึงมาจากมลภาวะทางอากาศและอีกส่วนคือไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่อยากออกไปทำงานมากขึ้น อยากสวยมากขึ้น ทำให้กล้าลองเพื่ออยากเห็นผลลัพธ์ที่เร็วขึ้น การที่อยากเห็นผลลัพธ์เร็วบางครั้งทำให้เกิดผลเสีย ยิ่งใส่รวมกันไปเยอะๆ จะทำให้สารสกัดตีกันและทำให้ Overdose ได้ นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมถึงทำนวัตกรรมนี้ เพราะอยากเห็นคนไทยมีผิวที่สุขภาพดีโดยไม่ต้องใช้ 7-8 ขั้นตอน โดยเราจะเอาเรื่องของความเชี่ยวชาญของ       แบรนด์สมูทอีมาเป็นตัวกลางสื่อสาร
 
สิ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการสื่อสารแบรนด์ ที่ในครั้งนี้ สมูทอี มีการดึง “หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง” และ “ออม     กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์”  2 นักแสดงสาวดาวรุ่งมาเป็นนิวเฟซ ออฟ สมูทอี เนื่องจากหลิงหลิงเป็นคนที่มีเสน่ห์และมั่นใจ ส่วนออมมีความอ่อนโยนและสนุกสนาน
 
หลิง-ออมจึงเป็นคู่ดาราที่สะท้อนจุดยืน “อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” ของสมูทอีได้อย่างลงตัว โดยประเดิมด้วยกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Meet The New Face of Smooth E พร้อมทั้งเราจะมีกิจกรรมการตลาดร่วมกับหลิง-ออม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคทุกกลุ่มตลอดทั้งปี
 
หลิง-ออม ประเดิมงานแรกด้วยสื่อโฆษณาที่โดนใจ ถ่ายทอดอินไซต์ของผู้บริโภคที่มีผิวบอบบาง ด้วยข้อความว่า “เพราะผิวหน้า ไม่ใช่สนามทดลอง ลองจนเจ็บแต่ไม่จบ สมูทอี เจ็บแค่ไหน…จบที่เธอ อ่อนโยน…เห็นผล” ตอกย้ำ 30 ปี ความไว้วางใจ เวชสำอางสำหรับผิวบอบบาง เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่มาดูแลผิวบอบบางง่ายๆ ใน 3 สเตปกับสมูทอี ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ล้างหน้า บำรุง และปกป้องผิวหน้า


แง่มุมที่เปลี่ยนไปของการใช้ “หลิง - ออม” ก็คือ สมูทอี ต้องการดึง “แฟนด้อม” ของทั้งคู่เข้ามาเป็น “แฟนของแบรนด์ สมูทอี” ที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวที่แบรนด์ต้องการจะสื่อไปยังโลกโชเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการสร้าง Brand Advocacy หรือคนที่ช่วยบอกต่อเรื่องราวดีๆ ให้กับแบรนด์ ตามแนวทางของการสื่อสารแบรนด์ในปัจจุบัน ทำให้งบการตลาดส่วนใหญ่จะถูกใช้ผ่านการทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก
 
ไม่เพียงเท่านั้น “หลิง - ออม” ยังถูกวางให้เป็นตัวเชื่อมแบรนด์ในการรุกขยายฐานการทำตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ทั้งคู่มีแฟนคลับค่อนข้างมาก หลังจากที่ก่อนหน้านั้น สมูทอีจะมีการขายไปยังมาเลเชีย และเวียดนาม
 
ผู้บริหาของสมูทอีบอกเป้าหมายในการรุกตลาดในครั้งนี้ว่า ต้องการเพิ่มยอดขายจาก 900 ล้านบาทในปีที่แล้ว เป็น 1,000 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 9% เป็น 9.7% ซึ่งธนชัย บอกว่า ตลาดนี้หากเพิ่มแชร์ได้ 0.7% ถือว่าโอเคแล้ว เพราะการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงและมีแบรนด์อยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก
 
“เป้าหมายสำคัญของเราก็คือต้องการผลักดันให้แบรนด์สมูทอีก้าวขึ้นไปเป็น Medical Skincare Icon ของคนรุ่นใหม่ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิว โดยมีเรื่องของการเป็นเวชสำอางที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเป็นแก่นแกนสำคัญของแบรนด์ หลังจากที่เราปูทางและทำความรู้จักกับคนไทยมาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากนี้ เราจะมุ่งมั่นสู่จุดหมายดังกล่าว”


ทำความรู้จัก “Trade Up” กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับสิ่งที่มองว่าดีที่สุดสำหรับเขา

Brand Advocacy คืออะไร สร้างอย่างไร ถึงทำให้ลูกค้า กลายเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์

สมูทอี สร้างโอกาสทางการตลาดอย่างไร เมื่อสาวไทย เป็น “Beauty Fighter” ที่เรื่องความสวยยอมกันไม่ได้

แบรนด์ดีที่ต้องมากกว่าสินค้าดี เดนทิสเต้-สมูทอี งัดกลยุทธ์ Planet Marketing ชิงตลาดระดับโลก

โค้ชนักธุรกิจตัวจริง ดร.แสงสุข ปั้นหลักสูตรบีไอเอส ดันแบรนด์ไทย แจ้งเกิดเวทีโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact