สื่อ Medium ได้รายงานแนวโน้มการตลาดที่สำคัญอันดับต้น ๆ ที่ไม่อาจละเลยได้ปี 2025 ซึ่งมีทั้งหมด 11 ประการ
หนึ่งในแนวโน้มที่สำคัญนั้น คือ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับแรก
1. การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหัวใจสำคัญ
AI ได้เป็นรากฐานสำคัญของการตลาดยุคใหม่ไปแล้ว ในปี 2025 เครื่องมือ AI จะมีบทบาทสำคัญในด้านการตลาดหลายประการ ได้แก่
1.1 ทำให้การโต้ตอบกับลูกค้าเป็นระบบอัตโนมัติผ่านทางแชทบอทและผู้ช่วยเสียงที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
1.2 ให้การวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น
1.3 ปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าด้วยอัลกอริทึมที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
1.4 ธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จาก AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ, เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า, และเพิ่ม ROI ( Return of Investment - ผลตอบแทนจากการลงทุน) ให้สูงสุด
2. Hyper-Personalization (การปรับแต่งเฉพาะบุคคลระดับสูง)
Hyper-Personalization หรือ การปรับแต่งเฉพาะบุคคลระดับสูง เป็นเรื่องที่ไม่สามารถละเลยได้ ต้องทำทันที เพราะการสื่อสารทางการตลาดแบบคลุมๆ กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้นในปี 2025 แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องดำเนินการดังนี้
2.1 ใช้ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่ได้จาก Data เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย
2.2 ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Webflow สำหรับซอฟต์แวร์ CRM, HubSpot สำหรับอีเมลอัตโนมัติ และการติดตามพฤติกรรมด้วย Hotjar เพื่อปรับปรุงการสื่อสารการตลาดให้เป็นรูปแบบเฉพาะบุคคล
2.3 มอบคุณค่าในทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ตั้งแต่คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่สื่อสารแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงเนื้อหาเว็บไซต์แบบไดนามิก
2.4 ปัจจุบัน ผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์ต่าง ๆ เข้าใจความต้องการของพวกเขา และการสื่อสารในรูปแบบเฉพาะบุคคล จะเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างอย่างสำคัญ
3. กลยุทธ์การตลาดต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability)

เมื่อความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ความยั่งยืน (Sustainability) จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค
แบรนด์ต่าง ๆ จำเป็นต้องนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ไปจนถึงการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เช่น บริษัท B-corp
มีการสื่อสารที่โปร่งใสเกี่ยวกับความพยายามด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความไว้วางใจและความภักดีต่อแบรนด์ และบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนก็เสี่ยงต่อการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
4. การค้นหาด้วยเสียง และการตลาดเชิงสนทนา (Voice Search and Conversational Marketing)
การแพร่หลายของลำโพงอัจฉริยะ และอุปกรณ์ที่สั่งงานด้วยเสียงกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีค้นหาข้อมูลของผู้คน
คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 การค้นหาด้วยเสียงจะมีสัดส่วนสูงในการค้นหาทางออนไลน์ทั้งหมด
ดังนั้นนักการตลาดจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาสำหรับการค้นหาด้วยเสียง โดยเน้นที่ภาษาธรรมชาติและคีย์เวิร์ดแบบ Long-tail keyword เช่น บริการ Webflow SEO รวมทั้งการผสานรวมเครื่องมือการตลาดเชิงสนทนา เช่น แชทบอท ให้สามารถสนับสนุนลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลได้ทันที
5. Augmented Reality (AR) สำหรับประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ
AR กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ลูกค้าโต้ตอบกับผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ ผู้ค้าปลีกกำลังใช้ AR เพื่อเสนอบริการ “ลอง” สวมเสื้อผ้า, เครื่องประดับ, และแม้แต่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบเสมือนจริง
โฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AR สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและน่าดึงดูด ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจต่าง ๆ จะนำ AR มาใช้สำหรับการสาธิตผลิตภัณฑ์, การให้คำแนะนำแบบโต้ตอบ, และแคมเปญทางการตลาดแบบเกมมากขึ้น
6. วิดีโอรูปแบบสั้น (Short-Form Video) ครองตลาดเนื้อหา
การเพิ่มขึ้นของการใช้แพลตฟอร์ม เช่น TikTok และ Instagram Reels พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของเนื้อหาวิดีโอรูปแบบสั้น
ในปี 2025 การสร้างเนื้อหาด้วยวิดีโอ ยังคงเป็นรูปแบบที่น่าดึงดูดใจที่สุดสำหรับการตลาดดิจิทัล นักการตลาดควรเน้นการสร้างวิดีโอที่มีประสิทธิภาพ ชัดเจน และน่าดึงดูดใจ ซึ่งวิดีโอที่ให้ความรู้ ความบันเทิง และนำเสนอข้อมูลเบื้องหลัง (Behind-the-scenes) จะตรงใจผู้ชมมากที่สุด
7. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการตลาดที่ถูกต้องตามจริยธรรม
เนื่องจากข้อกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเพิ่มมากขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ เป็นอันดับแรก
กฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น GDPR และ CCPA กำหนดให้ผู้ทำการตลาดต้องจัดการข้อมูลผู้ใช้ด้วยความรับผิดชอบ การปฏิบัติทางการตลาดที่ถูกต้องตามจริยธรรม จะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งการนำเสนอคุณค่าแลกกับข้อมูล เช่น คำแนะนำเฉพาะบุคคล หรือเนื้อหาพิเศษ จะช่วยรักษาความภักดีของผู้บริโภคไว้ได้
8. Influencer Marketing กำลังเติบโต โดยเน้นที่ความถูกต้องแท้จริง และผลกระทบที่วัดได้
อินฟลูเอนเซอร์ ระดับไมโคร และนาโน จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากพวกเขามีกลุ่มผู้ชมที่มีส่วนร่วมสูง และเป็นกลุ่มเฉพาะ ดังนั้นแบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ในระยะยาว มากกว่าความร่วมมือเพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ อินฟลูเอนเซอร์ยังทำหน้าที่เป็นผู้สร้างเนื้อหาเพื่อช่วยแบรนด์ต่าง ๆ ผลิตสื่อการตลาดที่มีคุณภาพสูงในการเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมาย
9. Social Commerce กำหนดนิยามการช้อปปิ้งออนไลน์ใหม่
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กำลังเพิ่มฟีเจอร์การช้อปปิ้งเป็น 2 เท่า
ในปี 2025 คาดว่า บรรดาแบรนด์ต่าง ๆ จะใช้ Instagram, TikTok และ Pinterest เป็นช่องทางการขายหลักเพิ่มมากขึ้น
และกิจกรรมช้อปปิ้งผ่านการถ่ายทอดสด (Livestream) จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่นและความงาม
ดังนั้นการบูรณาการตัวเลือกการซื้ออย่างราบรื่นเข้ากับโซเชียลมีเดีย จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ของยูสเซอร์ และเพิ่มการแปลงจากยูสเซอร์ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ให้เป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของตน
10. ใช้การทำอีเวนท์แบบไฮบริด ที่ผสมผสานประสบการณ์ทางกายภาพ และเสมือนจริง เข้าด้วยกัน
กิจกรรมการตลาดต่าง ๆ กำลังพัฒนาไปสู่รูปแบบไฮบริด โดยผสมผสานประสบการณ์ที่ดีที่สุดระหว่าง การทำอีเวนท์แบบพบหน้าผู้บริโภค และแบบเสมือนจริงเข้าด้วยกัน
นักการตลาดจะใช้กิจกรรมเสมือนจริง เพื่อขยายการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของผู้บริโภค
แพลตฟอร์มงานกิจกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม ด้วยโอกาสในการสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการร่วมมือกันด้วยความสมัครใจ และการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์
การใช้กิจกรรมแบบไฮบริด ช่วยให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น สำหรับผู้บริโภคที่หลากหลาย
11. เน้นที่ข้อมูลแบบ First-Party Data
เนื่องจากคุกกี้ (Cookies) ของบุคคลที่ 3 มีจำนวนลดลง การรวบรวมข้อมูลแบบ First-Party Data จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องสร้างกลยุทธ์ในการรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากผู้บริโภคผ่านจดหมายข่าว แบบสำรวจ และโปรแกรมความภักดี (Loyalty Program)
การใช้ข้อมูลดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล จะช่วยปรับแต่งข้อมูลส่วนบุคคล และปรับปรุงแคมเปญการตลาดได้ดียิ่งขึ้น และสร้างความพร้อมสู่ความสำเร็จด้านการตลาดในปี 2025
ในภาพรวมในปี 2025 เมื่อธุรกิจต่าง ๆ นำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ จะสามารถขับเคลื่อนการเติบโต สร้างความไว้วางใจ และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้ในที่สุด
Cr : Medium
Source