การเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่ากลัวของบริการภาพยนตร์และบันเทิงรูปแบบต่างๆที่ให้บริการออนไลน์ของ Netflix ยังส่งผลให้ยอดขายตั๋วภาพยนตร์ลดลงต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคมีช่องทางใหม่สำหรับความบันเทิงให้เลือก ซึ่งทำให้ผลกระทบที่เกิดไม่ใข้เฉพาะกับบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ดั้งเดิมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่านั้น ยังกระทบต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ด้วย
ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้ Disney ต้อง Reorganization รับมือ Netflix ภายใต้โครงสร้างธุรกิจใหม่ของ Disney จะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. Direct-to-Consumer and International; 2. the Disney Parks, Experiences and Consumer Products; 3. Media Networks; และ 4. Studio Entertainment
Disney กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลทันที
"เรามีกลยุทธ์ในการวางตำแหน่งธุรกิจของเราในอนาคต เพื่อสร้างกรอบการทำงานระดับโลกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับผู้บริโภคทั่วโลก เพิ่มการเติบโตและเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น" Robert A. Iger ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท The Walt Disney กล่าว
"ด้วยสตูดิโอและเครือข่ายสื่อ (Studio and Media Networks) ที่ยากจะหาผู้ทัดเทียมของเรา ที่ให้บริการเสมือนเครื่องจักรผลิตเนื้อหาสำหรับบริษัท เราได้รวมการบริหารจัดการแพลตฟอร์มการจัดจำหน่าย, เทคโนโลยี และการดำเนินงานระหว่างประเทศของเราไปสู่ผู้บริโภค เพื่อส่งมอบเนื้อหาเกี่ยวกับความบันเทิง และเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬา ที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุดไปทั่วโลก ด้วยทางเลือกที่ดีกว่า และเข้าถึงเฉพาะเจาะจงตัวบุคคลมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต" เขากล่าวเสริม
Disney กำลังเตรียมการที่จะเผชิญหน้า Netflix โดยตรงในปี 2019 โดย Disney จะเปิดตัวบริการ Direct-to-Consumer Streaming เป็นบรืการ Content Streaming เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงเช่นเดียวกับบริการของ Netflix การประกาศดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นควบคู่ไปกับข่าวที่ว่า Disney กำลังเข้าถือหุ้นใหญ่ใน BAMTech ผู้ให้บริการ ด้านเทคโนโลยีสตรีมมิ่ง (Streaming Technology Provider) รวมถึงแผนงานให้บริการ Streaming สำหรับ ESPN
Disney กำลังจะตั้ง Kevin Mayer ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์ของ Disney เป็นประธานกลุ่มธุรกิจ Direct-to-Consumer และ International Business Segment ซึ่งจะรายงานตรงต่อ Iger ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำหรับบทบาทก่อนหน้าของเขา เขาได้เคยดูแลกิจการ Pixar, Marvel, Lucasfilm รวมทั้งการดำเนินการดีลกับ 21st Century Fox เมื่อเร็วๆนี้
กลุ่มใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเนื้อหาที่สร้างโดย Studio Entertainment และ Media Networks Groups นอกจากนี้ยังรวมถึงธุรกิจสื่อนานาชาติของ Disney, ธุรกิจ Direct-to-Consumer Offerings (ซึ่งมีคู่แข่ง คือ Netflix), หุ้นของ Disney ใน Hulu และบริการ ESPN Streaming ที่จะเปิดตัวเร็วๆนี้
ก็ต้องติดตามดูกันว่าค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อื่นๆจะวางยุทธศาสตร์รับมือ Netflix อย่างไร
Cr : TechCrunch