การที่แบรนด์สามารถอยู่มานานได้ถึง 200 ปี โดยยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดได้อย่างเหนียวแน่น แล้วจะต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาในวงการสุราอย่างต่อเนื่อง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์” สามารถยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง มากไปกว่านั้น การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน สามารถสังเกตได้จากระยะเวลาการดำเนินงานจวบจนปัจจุบันที่มากกว่า 100 ปี ในประเทศไทย
การทำความเข้าใจผู้บริโภคและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เท่าทันความต้องการที่ไม่หยุดนิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ผนวกกับการรังสรรค์แคมเปญและการสื่อสารทางการตลาด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand หมวดสินค้าบริโภค กลุ่มสุรา
คุณจรินี วงศ์กำทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DMHT เผยว่า การเป็นแบรนด์ใหญ่ที่อยู่มานานต้องเผชิญกับความท้าทายและ New Brand ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด แต่ยังคงสามารถรักษาความเป็นอันดับ 1 ในทุก ๆ ด้านไว้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เนื่องจากทางแบรนด์ยังคงพัฒนาตัวเองและก้าวไปข้างหน้าดั่งปรัชญา Keep Walking
ปัจจัยหลักที่สามารถทำให้แบรนด์ยังคงยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องนั้นประกอบด้วย 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่
เรื่องที่ 1 การให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สังเกตได้จากทุกครั้งที่บริโภคผลิตภัณฑ์ของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ไม่ว่าจะที่ไหนบนโลกใบนี้ ผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคจะได้รับกลับไปจะมีมาตรฐานคงเส้นคงวาเท่ากันทุกที่ รวมไปถึงรสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์
“ไม่ว่าคุณจะดื่ม Black Label ของเราที่ไหนบนโลกใบนี้ คุณจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ เนื่องจากคุณภาพเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญและพยายามรักษาไว้ซึ่งมาตรฐาน” คุณจรินี กล่าวเสริม
ถัดมาคือเรื่องของ Innovation หรือนวัตกรรม การไม่หยุดนิ่งและเดินหน้าเฟ้นหานวัตกรรม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ทำให้แบรนด์สามารถก้าวไปพร้อมกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง สังเกตได้จากผลิตภัณฑ์ Johnnie Walker Blonde ที่ได้รับการพัฒนามาจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบการดื่มที่ให้รสชาติ Lighter Sweeter และ Smoother มากไปกว่านั้นยังสังเกตพบว่ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมักจะดื่มต่อครั้งในปริมาณที่น้อยลง จึงมีไซส์พิเศษที่มีขนาด 35 มิลลิลิตร ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำนวัตกรรมมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาด อันเนื่องมาจากการทำความเข้าใจผู้บริโภคจนสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้สำเร็จ
คุณจรินี กล่าวเพิ่มเติมถึงปัจจัยถัดมา มากไปกว่านั้นจะต้อง Go Beyond Product คือการสร้าง New Experience ให้กับผู้บริโภค ด้วยการยกระดับประสบการณ์ผ่านการดำเนินงานต่างๆ อาทิ Event Concert Festival รวมไปถึงการ Collaboration เพื่อสร้างสีสันใหม่ๆ ในตลาด และส่งมอบประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์
ในปีที่ผ่านมา จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ได้มีโอกาสเป็น Partnership สำคัญกับงานดนตรีระดับโลกที่มาจัดที่เมืองไทย อาทิ Rolling Loud Thailand ซึ่งนับว่าเป็นฮับของเอเชียเลยก็ว่าได้ โดยเราได้สร้างสรรค์พื้นที่และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบงาน Music Festival ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Johnnie Walker Blue Label ยังได้ร่วมมือกับ คุณศรัณญ อยู่คงดี Jewelry Designer เจ้าของแบรนด์ 'SARRAN' ผู้ออกแบบ TROVE OF BLUE ผลงานหัตถศิลป์ชิ้นพิเศษ ที่จัดแสดงและเปิดให้มีการประมูลในงาน ‘THE BLUE BOUTIQUE’ ป๊อปอัป สโตร์ที่นำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ ซึ่งรายได้จากการประมูลผลงานหัตถศิลป์ชิ้นพิเศษนี้ได้นำไปร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงอีกด้วย

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการร่วมมือกับ Netflix เนื่องจากเป็นความร่วมมือของ 2 แบรนด์ใหญ่ระดับโลก ออกเป็นแคมเปญ “Johnnie Walker Black x Squid Game” โดยมีสินค้าที่ผสานเอกลักษณ์ทั้ง 2 แบรนด์เกิดเป็นโลโก้ที่แปลกใหม่จาก The Striding Man สวมชุดทักซิโด้ และใส่หมวกทรงสูง มาเป็นชุดวอร์มสีเขียวหรือชุดผู้เข้าแข่ง Squid Game และผลิตภัณฑ์ “Johnnie Walker Black Label Squid Game Edition” ที่มีหมายเลข 456 ซึ่งเป็นจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด และเป็นหมายเลขประจำตัวของซองกีฮุน ทำให้หมายเลขนี้เป็นสินค้าที่ทั่วโลกแย่งกันตามหา แต่ความพิเศษสุดๆ เสิร์ฟถึงประเทศไทยเพราะเป็นประเทศที่มีเฉพาะเลขรหัส 456 วางจำหน่าย มากไปกว่านั้นยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ Johnnie Walker Style
“สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ESG เป็นสิ่งที่เราพูดมาเสมอว่าเราจะไม่มีทางลืมสิ่งเหล่านี้ เราจะดำเนินงานต่อเนื่องและควบคู่ไปกับการ Drive Business ส่งเสริมให้ผู้คนดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของเราด้วย” คุณจรินี กล่าวถึงปัจจัยสุดท้าย
ในปีที่ผ่านมา มีหลากหลายแคมเปญที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ ESG จากแบรนด์มากมาย โดยตัวอย่างที่สามารถสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจนคงหนีไม่พ้น Johnnie Walker Gifting Pack รักษ์โลก แพ็กเกจที่ทำจากชานอ้อยรีไซเคิลได้ 100% ที่มาพร้อมดีไซน์หูหิ้วสะดวกในการถือใช้งาน ฉลากบนบรรจุภัณฑ์สามารถแกะออกมาเพื่อใช้เป็นการ์ดสำหรับเขียนคำอวยพรได้ มากไปกว่านั้นมีจุดเด่น คือสามารถถอดขวดและนำบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่ได้
“แคมเปญนี้ออกมาช่วงเทศกาลเพื่อให้ผู้คนที่จะนำผลิตภัณฑ์ไปฉลองสามารถร่วมแสดงความรักษ์โลกไปกับเราได้ แต่ต้องยังคงความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้บริโภคไว้ด้วยเช่นกัน ทางแบรนด์เองเดินหน้าการลดการใช้งานพลาสติกมาแล้วจึงไม่อยากให้เกิดขยะในรูปแบบอื่น รวมไปถึงยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ผู้คนหันมาใช้งานสิ่งของ Reuseable กันมากขึ้น”

คุณจรินี กล่าวเพิ่มเติมถึงการดำเนินงานที่กล่าวมาข้างต้นว่าล้วนแต่สอดรับตามปรัชญา Keep Walking ไม่ว่าจะดำเนินงานในส่วนไหนจะต้องคำนึงถึงตัวตนความเป็นจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่มี Brand Positioning อย่างชัดเจน ทุกการดำเนินงานล้วนแต่ผ่านการดีไซน์ให้เกี่ยวโยงกับ DNA ของแบรนด์
ในปีนี้เองยังคงยึดหลักข้างต้นในการทำธุรกิจ แล้วจะยังคงรังสรรค์แคมเปญและการสื่อสารทางการตลาด เพื่อแสดงให้เห็นถึงการก้าวอย่างเท่าทันความต้องการของผู้บริโภค และการรักษาไว้ซึ่งอันดับ 1 ในใจของทุกคน

ล่าสุด เดินหน้าตามปรัชญา Keep Walking เริ่มส่งแคมเปญ "KEEP WALKING Music Space” สร้างความคึกคักให้กับตลาด ภายใต้การร่วมมือกับ ฟังใจ Music Partner เพื่อสนับสนุนผู้มีความฝันทางดนตรีหน้าใหม่ที่มีฝีมือ แต่อาจจะยังไม่มีโอกาสก้าวไปได้อย่างเต็มที่ ทางแบรนด์จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ได้ #ก้าวข้ามกรอบดนตรี ไปพร้อมกัน โดย Johnnie Walker x Fungjai เป็นอีกหนึ่งโอกาสให้กับศิลปินหน้าใหม่ได้ร่วมงานกับ Phum Viphurit, Gong H 3 F และ Boo SLUR พร้อมโอกาสที่จะได้ไปขึ้นแสดงที่ WANDERLAND FESTIVAL 2025 กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และ Bangkok Music City 2025
“การตอกย้ำปรัชญา Keep Walking ของเราจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญที่เราจะส่งมอบให้กับผู้บริโภคตลอดทั้งปี ในปีนี้เริ่มด้วยการชวนทุกคนมาก้าวข้ามกรอบดนตรีไปพร้อมกัน ไม่เพียงเท่านั้นเรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจสนับสนุนให้ทุกคนก้าวข้ามกรอบและขีดจำกัดของตัวเองในทุกๆ ด้านต่อไป โดยจะมีสิ่งที่น่าสนใจให้ผู้บริโภคติดตามได้อีกตลอดทั้งปี” คุณจรินี ฝากทิ้งท้าย