BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,426
VIEWS

เมืองไทยประกันชีวิต บูสต์ความสุขผ่านกลยุทธ์ “Boost Your Happiness by Our People” เพื่อเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มอย่างยั่งยืน

มี.ค. 20, 2568
“เมืองไทยประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในองค์กรระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่มีการดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอดกว่า 7 ทศวรรษ และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลในหลากหลายมิติ  ทั้งเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียที่ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ เมืองไทยประกันชีวิตได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นแนวคิดแบบ Inside-out มาสู่การขับเคลื่อนแบบ Outside-in โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Diversity) ของลูกค้าเป็นหลัก

โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลากว่า 21 ปีที่ผ่านมา หลังจากการ Rebranding ครั้งใหญ่พร้อมการปรับภาพลักษณ์ใหม่ผ่าน Color Strategy ด้วยสัญลักษณ์สีบานเย็นกับการนำเสนอแนวคิดในเรื่องการบริหารความสุข (Happiness Means Everything) ที่เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าหมายจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของลูกค้าให้มีความสุข ช่วยบริหารความเสี่ยง สร้างโอกาสในการออมเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และสนับสนุนในทุกๆ เรื่องของการดูแลที่เป็นต้นทุนในเรื่องการดูแลสุขภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดแบบ Outside-in ที่ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดย Outside-in มาจากลูกค้า ส่วน Inside-out คือสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้สอดคล้องไปกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
           
ในปี 2567 ที่ผ่านมา เป็นอีกปีหนึ่งที่เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม เพื่อตอบโจทย์ทุกความเป็นคุณในทุกช่วงของชีวิตอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิตยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากความสำเร็จด้านเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 71,800  ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับใหม่เติบโต 13%  จากกลุ่มสินค้าหลัก อาทิ Shield Life (ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบภายในระยะเวลาและประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์) เติบโต 42% และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เป็นต้น
               
เมืองไทยประกันชีวิต ยังมี Brand Image ที่แข็งแกร่งในด้านความน่าเชื่อถือ โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้นปี 2567 มากกว่า 350% สูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%  โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook)  และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA (tha) (Stable Outlook) ขณะที่ธุรกิจในภูมิภาค CLMV ยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย 
               
นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตยังมีคะแนน NPS (Net Promoter Score) มาตรฐานและดัชนีชี้วัดความภักดีและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นการประเมินความพึงพอใจในทุก Customer Journey โดยมีคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกปี โดยล่าสุดเพิ่มจาก 58 คะแนน เป็น 75 คะแนน สอดคล้องกับผลสำรวจวิจัย 2025 Thailand's Most Admired Brand ครั้งล่าสุดที่ เมืองไทยประกันชีวิต ได้รับรางวัลอันดับ 1  ในกลุ่มประกันชีวิตดิจิทัล (InsurTech) หมวดธนาคารและบริการทางการเงิน ในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับและนึกถึงมากที่สุด
  
คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า ในปี  2568 เมืองไทยประกันชีวิตยังคงตอกย้ำตัวตนในการเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการส่งมอบความสุขผ่านกลยุทธ์ “Boost Your Happiness by Our People” บูสต์ความสุขของคุณด้วยคนของเมืองไทยประกันชีวิต  ด้วยการเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพ (Professionalism & Expertise) ความโปร่งใสและความสะดวกสบาย (Transparency & Convenience)  และความไว้วางใจ (Commitment & Trust)  ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต ประสบการณ์การบริการแบบไร้รอยต่อ (Seamless Experience) และคำมั่นสัญญาตลอดชีวิต (Lifelong Commitment) ผสานกันอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ในทุกความเป็นคุณ  
               
“ในการดำเนินธุรกิจและการปรับตัวของเมืองไทยประกันชีวิตไม่ได้มุ่งเน้นเรื่อง Market Share เพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมา เรามีการเตรียมพร้อมเพื่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมองว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดไม่ควรมีผลิตภัณฑ์เพียงแบบเดียว เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราที่ปัจจุบันมีมากกว่า 3.8 ล้านคน”

โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญอย่างมากคือ Shield Life ซึ่งครอบคลุมทั้งการประกันชีวิต Unit-Linked และ Universal Life ที่เน้นตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย เช่น การวางแผนภาษีมรดก การคุ้มครองหนี้สิน และการลงทุน รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรงที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ถือเป็นจุดแข็งที่เมืองไทยประกันชีวิตสามารถพัฒนาแบบประกันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย โดยเมืองไทยประกันชีวิตได้ให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคปัจจุบัน โดยกระบวนการทำงานจะมีการรวบรวมและวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งคำชมและคำแนะนำต่างๆเพื่อนำมาพัฒนาบริการ โดยมุ่งเน้นการเติบโตในหลายมิติ ทั้งธุรกิจใหม่ เบี้ยประกันต่ออายุ มูลค่าตลอดอายุสัญญา คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า ไปจนถึงเรื่องผลกำไรเพื่อนำเงินมาพัฒนางานในด้านต่างๆ ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
คุณสาระ กล่าวเสริมว่า เมืองไทยประกันชีวิตได้เดินหน้าพัฒนาองค์กรทุกภาคส่วน ด้วยการพัฒนาพนักงานและฝ่ายขายให้มีความสามารถรอบด้าน เพิ่มทักษะการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ผสมผสานอยู่ในทุกกระบวนการทำงาน (Data & AI Literacy) ทักษะด้านการสื่อสารและการบริหาร (Soft Skills) ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Expert Knowledge) และความเชี่ยวชาญในหลายมิติ (Cross-Domain Expert Knowledge) ควบคู่ไปกับสร้างความสุขจากภายในองค์กรให้กับ “คนของเรา” ที่มีความหลากหลายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ “การส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญ” ผ่านการวางแผนสำหรับทุกช่วงของชีวิต และการส่งต่อประสบการณ์ไร้รอยต่อผ่านบริการในช่องทางต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคนทุกที่ทุกเวลา รวมถึงการให้บริการที่ครบวงจรและเข้าถึงได้ง่าย

"คนของเราหมายถึงทุกคนตั้งแต่ระดับบอร์ดบริหารไปจนถึงพนักงาน ตัวแทน และคู่ค้า ที่ร่วมกันสร้างความสุขให้กับลูกค้า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก องค์กรมีพนักงานกลุ่ม Gen Y ประมาณ 80% ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่มีผู้อาวุโสจำนวนมาก ผมมองว่า ความหลากหลายมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกยุคใหม่ ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง หรือกลุ่ม LGBTQ+ และการจะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าเหล่านี้ได้ จำเป็นต้องมีทีมงานที่เข้าใจและมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆ”

ดังนั้น การพัฒนาบุคลากรจึงเป็นสิ่งสำคัญ พนักงานต้องมีทั้งองค์ความรู้ที่หลากหลาย ความเป็นมืออาชีพ และต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความสะดวกสบายของลูกค้า เพราะธุรกิจประกันคือเรื่องของความไว้วางใจ (Trust) เป็นหลัก โดยปัจจุบันพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ก็มีภาระมากขึ้น และต้องการความคุ้มครองที่มากขึ้น รวมถึงเรื่องความสะดวกสบาย (Convenience) คือปัจจัยสำคัญ ทั้งในด้านเทคโนโลยี AI และดิจิทัล ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัทจึงผสมผสานเรื่องเทคโนโลยีเข้าไปกับทุกส่วนของการทำงาน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่ให้ความคุ้มครองแก่ลูกค้าในระยะยาว ดังนั้น เมืองไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล (ESG)

โดยเฉพาะ ด้านธรรมาภิบาล ที่เรื่องความโปร่งใสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตัดสินใจซื้อประกันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาบนพื้นฐานของความไว้วางใจ จึงไม่ใช่เรื่องที่จบเพียงกรมธรรม์เดียว แต่ต้องมีความผูกพันกันในระยะยาว ใน ด้านมิติสังคม บริษัทมีการพัฒนาแบบประกันภัยที่ช่วยตอบโจทย์การเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคน (Democratize Insurance) พร้อมสร้างความรู้ด้านการวางแผนการเงินและประกันภัย (Financial & Insurance Literacy) ให้กับประชาชนทั่วไป และการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน และ ด้านมิติสิ่งแวดล้อม ร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประกาศความมุ่งมั่นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Commitment) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของบริษัท (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ภายในปี 2573 (2030)
คุณสาระ กล่าวย้ำว่า ปีนี้ เมืองไทยประกันชีวิตจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง พร้อมการตั้งเป้าหมายในการทำให้สีบานเย็นบานสะพรั่งทั่วประเทศ โดยการยกระดับความสุขให้กับทุกคน ทั้งกลุ่มลูกค้า พาร์ตเนอร์ พนักงานและฝ่ายขายของเรา ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และช่องทางการขายต่างๆ

“เราจะเห็นสีบานเย็นรวมพลังกันอย่างแข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้เกิดขึ้นกับลูกค้าคนสำคัญของเราทุกคนอย่างยั่งยืน” คุณสาระ กล่าว 

เชื่อมต่อทุกการดูแล ด้วยนวัตกรรมและหัวใจบริการจากโตโยต้า

สิงห์ฯ ตอกย้ำความแข็งแกร่งแบรนด์ไทย กวาดรางวัลครองใจผู้บริโภค สะท้อนแบรนด์ที่เข้าใจและเติบโตไปกับสังคมอย่างยั่งยืน

ห้างเซ็นทรัล เบอร์ 1 ค้าปลีกไทย สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับ แบบมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

รถยนต์มิตซูบิชิ XPANDER ทุกรุ่น สร้างประสบการณ์เหนือระดับที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

M-150 ผู้นำอันดับ 1 ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เติบโตพร้อมผู้บริโภค พลิกเกมด้วยนวัตกรรม พร้อมสู้ทุกการเปลี่ยนแปลง

YouTrip ยกระดับประสบการณ์นักเดินทางไทย ด้วยแนวคิด “เรทดี มั่นใจ ใช้ง่ายทั่วโลก” และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ให้ท่องโลกอย่างไร้กังวล

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact