สำหรับแวดวงอุตสาหกรรมหนักอย่างวัสดุก่อสร้าง ช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล อีกทั้งความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้แบรนด์ใหญ่อย่าง COTTO มีการปรับกระบวนการทำงาน ทั้งในแง่ของการพัฒนาสินค้า และบริการ โดยยึดหลักการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชั่น และดีไซน์ ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืนอีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจโหวตให้ COTTO คว้ารางวัลครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand หมวดวัสดุก่อสร้าง กลุ่มกระเบื้องปูพื้น / กรุผนัง

คุณขจรศักดิ์ เปี่ยมบุญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO เล่าถึงภาพรวมการเติบโต และการแข่งขันของตลาดวัสดุก่อสร้างกลุ่มกระเบื้องปูพื้น / กรุผนัง ว่า ปีที่ผ่านมาตลาดค่อนข้างหดตัว รวมถึงผู้เล่นในตลาดมีการแข่งขันทางด้านราคามากขึ้น จนก่อให้เกิดสงครามราคาที่ดุเดือด อีกทั้งปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอการลงทุนโดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง ซึ่งต่อเนื่องมาถึงครึ่งปีแรกของปีนี้ด้วย
“แม้จะมีสงครามราคาในตลาดกระเบื้องปูพื้น / กรุผนัง แต่เราเลี่ยงไม่ลงไปแข่งเรื่องของราคาแต่การหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องในทุกระดับชั้นของ Stakeholder รวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ทำให้เราไม่ได้เพียงนำเสนอแค่เรื่องของสินค้าโปรโมชันหรือการบริการ แต่เราพยายามทำให้ทั้ง Ecosystem ของเราตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด”
สำหรับ COTTO แม้จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและอยู่ในใจผู้บริโภคกลุ่มเดิมมาอย่างยาวนาน แต่การเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่นถือเป็นความท้าทายที่จำเป็น ต้องมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำความเข้าใจกับความต้องการ และเทรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นใหม่

ปีที่แล้ว COTTO จึงมีการ Reimage แบรนด์ COTTO ใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ “เปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนพื้นที่ให้ชีวิตพิถีพิถัน” หรือ “Reimagine Living Refinement” สร้างแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านด้วยสินค้าจาก COTTO และแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมกันนี้ปีที่ผ่านมาเปิดแฟลกชิพสโตร์ COTTO LiFE สาขาดอนเมือง เพื่อเป็นแลนด์มาร์กของคนรักบ้าน พื้นที่บันดาลใจให้กับผู้บริโภคสามารถเข้ามาเลือกชมสินค้า หาไอเดียใหม่ๆ ในการตกแต่งที่อยู่อาศัย ที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ที่แฝงไปด้วยแรงบันดาลใจของทุกคน รวมถึงผสานความร่วมมือกับเครือข่ายร้านค้าผู้แทนจำหน่าย และโมเดิร์นเทรดในแต่ละพื้นที่ เพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสำหรับลูกค้า
“เรามีปรับแบรนด์เพื่อให้แบรนด์มีความทันสมัยมากขึ้น เพราะเมื่อเราเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า ก็เหมือนเป็นการเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ใหม่ทั้งหมด ว่าเราต้องส่งมอบอะไรให้แก่เขา การผลักดันไอเดียต่างๆ จะเน้นไปที่กลุ่มสถาปนิก และมัณฑนากรรุ่นใหม่มากขึ้น เชื่อมต่อ ผลักดัน อุตสาหกรรมนี้ และนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลาย หาฟังก์ชั่นการบริการที่ตอบโจทย์ รวมถึงเรื่องของการสื่อสารก็จะมุ่งไปยังคนกลุ่มนี้มากขึ้น”


ตัวอย่าง เช่น การจัดประกวด COTTO Cube Design Stage คือเวทีที่รวมงานประกวดแบบ (Contest) และงานจัดแสดงผลงาน (Showcase) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเฟ้นหานักออกแบบที่คำนึงถึงการออกแบบได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ บนพื้นที่ลูกบาศก์ (Cube) ที่จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมต่อไป ถือเป็นกิจกรรมที่ตั้งใจสื่อสารกับนักออกแบบรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อวัสดุก่อสร้างในอนาคต
คุณขจรศักดิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ความท้าทายใหม่ของยุคนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงของเจเนอเรชั่น แต่ด้วยการเข้าถึงของเทคโนโลยี และตัวเลือกในตลาดที่มีมากขึ้น ทำให้คนยุคนี้ทำการบ้านมากขึ้น เปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ รวมถึงมีความต้องการที่ชัดเจน จึงมองว่าทำอย่างไรจึงจะตอบความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างถ่องแท้ เพื่อให้ COTTO เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งในแง่ของการออกแบบ และคุณภาพของสินค้า


“เรามีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยใส่ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ตลอดไม่ว่าจะเป็น AIR ION กระเบื้องฟอกอากาศ ดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 89% พร้อมเพิ่มมวลอากาศสดชื่นตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ไฟฟ้า โดยปล่อยไอออนลบระดับ 3,000 ions/cm3 เพื่อทำปฏิกิริยาเข้าจับฝุ่นที่ลอยในอากาศ เพียงแค่เมื่อติดตั้งกระเบื้อง AIR ION 40% ของพื้นที่ภายในห้องสินค้ากลุ่ม HYGIENIC TILE กระเบื้องยับยั้งการเกิดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และกลุ่ม Anti-Slip Tile กระเบื้องกันลื่นที่ผิวหยาบ ที่ง่ายต่อการทำความสะอาด ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง นวัตกรรมของเราอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ล้ำสมัยมาก แต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและง่ายต่อการใช้งาน”

ในแง่ของการ Living Design Trends ทาง COTTO ได้มีทีมที่ดูแลเรื่องเทรนด์ซึ่งคอยศึกษาทั้งเทรนด์ของโลก และเทรนด์ของผู้บริโภคว่าไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะเมื่อความสนใจของผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น COTTO ก็สามารถตอบโจทย์ประเด็นรักษ์โลกด้วยสินค้า CLAY DECOR Collection แผ่นดินเหนียวรักษ์โลก (Ecological Clay หรือ ECO Clay) หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า แผ่นดินเหนียวดัดแปลง (MCM: Modified Clay Material) ด้วยลักษณะของแผ่นที่บางและเบา ทำให้สามารถใช้งานได้บนพื้นผิวทั้งภายนอกและภายในโดยไม่เป็นภาระกับโครงสร้าง การติดตั้งสามารถเลือกใช้กาวทาเพื่อยึดติดกับผนังได้ทันที หรือสามารถติดตั้งด้วยปูนกาวเหมือนงานกระเบื้อง ซึ่งถือเป็นสินค้าไฮไลต์ในปีที่ผ่านมา
เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน แน่นอนว่าบริบทในการทำงานของแบรนด์ใหญ่อย่าง COTTO ก็จำเป็นต้องปรับตัวตามเพื่อรักษาความสามารถในการเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคให้เหนียวแน่น แม้จะอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงและหลากหลาย พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
“ขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ทั้งลูกค้าปัจจุบันรวมถึงลูกค้าในอนาคต ทาง COTTO เราทุกคนเราจะส่งมอบคุณค่าและยกระดับอุตสาหกรรมโลกแห่งการตกแต่งอย่างพิถีพิถันต่อไป และพัฒนาตัวสินค้าอย่างต่อเนื่องแบบรอบด้าน เพื่อรักษาความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ต้องทำให้ดียิ่งขึ้น ต้องตอบแทนที่ผู้บริโภคไว้ใจ และเลือกให้เราเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ครองใจในกลุ่มวัสดุปิดผิว”