ตลาดนมทางเลือกกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเพราะกลุ่มผู้บริโภคที่แพ้แลคโตส (Lactose Intolerance) หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มากขึ้น แต่ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับโภชนาการและมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น
ข้อมูลจาก Nielsen เผยว่า ตลาดนมทางเลือกเติบโตขึ้นถึง 37% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2023 ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดจะทะลุ 3,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกนมทางเลือกแทนนมวัวแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันกระแสการดูแลสุขภาพที่มาแรง ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคนมจากพืชมากขึ้น
หนึ่งในแบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์ในตลาดนมทางเลือก คือ Blue Diamond Almond Breeze® ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดนมอัลมอนด์ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยความเป็น Global Brand ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นแบรนด์นมอัลมอนด์อันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา ผลิตจากอัลมอนด์คุณภาพสูงนำเข้าจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอัลมอนด์ชั้นนำของโลก ล่าสุด ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทย สามารถรักษาความน่าเชื่อถือและครองใจผู้บริโภคไว้ได้สำเร็จ จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand ที่นมบลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน

คุณสุริยา มูลศรี ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย เครือเฮอริเทจ กล่าวถึง Key Success การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ เกิดจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดย Blue Diamond Almond Breeze® คัดสรรอัลมอนด์คุณภาพสูงจากแคลิฟอร์เนีย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีแคลอรีต่ำ ปราศจากคอเลสเตอรอล อุดมไปด้วยวิตามินอีและแคลเซียม พร้อมรสชาติกลมกล่อมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อมั่นใจได้ว่าสินค้าถึงมือลูกค้าด้วยคุณภาพที่ดีที่สุด
สำหรับผลิตภัณฑ์นมบลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกที่หลากหลายด้วย 6 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัล สูตรไม่เติมน้ำตาล ช็อกโกแลต วานิลลา ลาเต้ และมัทฉะ ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น โดยกล่องขนาดเล็กขนาด 180 มล. ราคาขาย 23 บาท และขนาด 946 มล. ราคาขาย 109 บาท
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสูตรเฉพาะสำหรับบาริสต้า Almond Breeze Barista Blend ซึ่งเหมาะสำหรับการทำกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในตลาดคาเฟ่และร้านกาแฟโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น

สิ่งที่ทำให้ Blue Diamond Almond Breeze® แตกต่างจากคู่แข่ง คุณสุริยา เผยว่า จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของวัตถุดิบ คุณภาพ และรสชาติ อีกทั้งยังมีสูตรไม่มีน้ำตาล ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
ด้านการสื่อสาร แบรนด์มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Blue Diamond Almond Breeze® จึงมีการขยายการสื่อสารได้อย่างคลอบคลุมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งแบบเชิงรุกและเชิงรับ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านทาง Social Media เพื่อสร้างการมองเห็น และกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงช่องทาง Official ของแบรนด์เอง เช่น LINE Official และผ่านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการอื่นๆ เช่น TikTok Shop, Shopee, Lazada เป็นต้น หากผู้บริโภคมีข้อเสนอแนะหรือคำถาม สามารถติดต่อทางแบรนด์ได้โดยตรงผ่านทาง Facebook Official ได้อีกด้วย
แบรนด์วางกลยุทธ์ด้านการสื่อสารให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยเน้นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโอกาสในการบริโภคนมอัลมอนด์ ไม่ใช่แค่การดื่มโดยตรง แต่สามารถปรับใช้ เช่น ใช้ทำสมูทตี้เพื่อสุขภาพ ผสมในกาแฟเป็นทางเลือกแทนนมวัว นำไปใช้ทำอาหาร เช่น ซุป ขนม หรืออาหารเพื่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการโภชนาการที่ดีขึ้น
Blue Diamond Almond Breeze® ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการทำตลาดแบบฉาบฉวย เลือกใช้กลยุทธ์ที่คุ้มค่า มุ่งเน้นการสื่อสารถึงประโยชน์ของสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ตอกย้ำการเป็นแบรนด์นมอัลมอนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด
“การทำตลาดของเราจะเน้นสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเห็นว่า นมอัลมอนด์ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สามารถปรับใช้ได้ในหลายโอกาส ซึ่งจะช่วยเพิ่มการบริโภคมากขึ้น”
ตลาดนมจากธัญพืชในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนมอัลมอนด์ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด แม้ว่าจะมีทางเลือกจากธัญพืชชนิดอื่นๆ เข้ามาแข่งขันมากขึ้นก็ตาม ปีที่ผ่านมา Blue Diamond Almond Breeze® ได้ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

คุณสุริยา กล่าวว่า “เราเพิ่งปรับโฉมไป สอดคล้องกับเทรนด์ที่ผู้เล่นในตลาดเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากธัญพืชหลากหลายชนิดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นมอัลมอนด์ยังคงเป็นสินค้าหลัก (Maturity Segment) ของตลาด แสดงให้เห็นว่ายังเป็นผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโต แม้จะมีทางเลือกจากธัญพืชอื่นๆ เข้ามาเสริม และด้วยสัดส่วนที่มากกว่า 50% เราจึงยังมุ่งเน้นที่การพัฒนานมอัลมอนด์เป็นหลัก”
แม้ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงกำลังซื้อจะมีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคก็ตาม แต่ Blue Diamond Almond Breeze® ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่ตลาดนมทางเลือกกลับขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าเพื่อสุขภาพยังคงเป็นตัวเลือกแรกของผู้บริโภค แม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย
คุณสุริยากล่าวว่า “เราได้มีโอกาสไปพูดคุยกับลูกค้า และดูรายได้ย้อนหลัง พบว่าธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ตลาดนมทางเลือกกลับโตขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่าเทรนด์สุขภาพยังคงเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ และพร้อมเลือกซื้อมากกว่าตัวเลือกอื่นๆ”
หลายคนมองว่าตลาดที่มีการแข่งขันสูงจะสร้างความยากลำบาก แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง สำหรับผู้เล่นที่อยู่ในตลาดมานานอย่าง Blue Diamond Almond Breeze® กลับเห็นว่านี่คือข่าวดี คุณสุริยา เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วว่า ตลาดในตอนนั้นค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงผู้เล่นหลัก 2 รายที่ครองตลาด ขณะที่รายอื่นๆ เป็นผู้นำเข้า ผู้บริโภคมีตัวเลือกจำกัด อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงนี้กลับกลายเป็นโอกาสเนื่องจากผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาทำให้ตลาดกลับมาคึกคักและมีสีสันมากขึ้น
“มันไม่ใช่แค่ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่การมีผู้เล่นหลายๆ รายเข้ามาช่วยกระตุ้นการแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า ซึ่งสินค้าที่ดีจริงและตอบโจทย์ผู้บริโภค ย่อมได้รับการยอมรับและช่วยสร้างฐานลูกค้าได้อย่างยั่งยืน”
ในปี 2568 Blue Diamond Almond Breeze® ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในตลาดนมอัลมอนด์ พร้อมวางกลยุทธ์เพื่อขยายฐานลูกค้า และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนมทางเลือก โดยมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) และการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโอกาสในการบริโภคที่หลากหลาย หนึ่งในกลยุทธ์หลักของแบรนด์ คือ การรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจและกลับมาซื้อซ้ำ สิ่งนี้จึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังมองหาโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ให้ความสนใจเรื่องสุขภาพ ชอบลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการทดลองใช้ และเปลี่ยนเป็นลูกค้าประจำ
“Blue Diamond Almond Breeze® ไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เรามุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในไทย และสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็น Top of Mind แบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเสมอ” คุณสุริยา กล่าวทิ้งท้าย