ภาพรวมการเติบโตและการแข่งขันในตลาดวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุทดแทนไม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถือว่าได้รับความสนใจไม่น้อย เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยจากการให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ทำให้ผู้ผลิตมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อเทรนด์รักษ์โลกด้วยเช่นกัน อาทิ ไม้สังเคราะห์และวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไม้ธรรมชาติ แต่มีความทนทานและดูแลรักษาง่ายกว่า
เฌอร่า ในฐานะแบรนด์ชั้นนำด้านไฟเบอร์ซีเมนต์ จึงต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันสมัย พร้อมรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโดยมุ่งเน้นการสื่อสารที่ตรงจุด ปรับเนื้อหาให้สั้น กระชับและเข้าถึงง่ายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้และปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการวิเคราะห์และทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงขึ้น เช่น กลุ่มผู้รักไม้ หรือ Wood Lover และกลุ่ม Luxury
“ปี 2567 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ทั้งในด้านการแข่งขันที่รุนแรง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงกระแสรักษ์โลกที่ผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ผลจากวิกฤตโลกเดือด ซึ่งกระทบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก แม้ต้องเผชิญความท้าทาย แต่เฌอร่ายังคงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งาน ความยั่งยืนที่เป็นหัวใจของแบรนด์ และกลยุทธ์การสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เฌอร่าไม่เพียงแค่เป็นผู้นำในตลาดวัสดุก่อสร้าง แต่ยังเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” คุณวีระศักดิ์ กิตตินันทกูล รองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เฌอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความท้าทายของโลกธุรกิจในปัจจุบัน

สินค้านวัตกรรมที่ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดของเฌอร่าในปีที่ผ่านมา คือการคิดค้นนวัตกรรมไฟเบอร์ซีเมนต์คาร์บอนต่ำเป็นรายแรกของโลก ด้วย SHERA Gen III ที่ตอบโจทย์วัสดุรักษ์โลกอย่างแท้จริง ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 74,425 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 7.8 ล้านต้นต่อปี ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Domotex Asia 2024 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
อีกทั้งยังมีการเปิดตัวสินค้า “ไม้ทูโทน เฌอร่า” หรือ SHERA WOOD TWO-TONE SERIES หนึ่งในนวัตกรรมวัสดุทดแทนไม้ที่เป็นนวัตกรรมจากไฟเบอร์ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ซึ่งได้รับความสนใจในงานเป็นอย่างดี
“เราพัฒนา SHERA WOOD TWO-TONE SERIES ด้วยเทคนิคหลากเฉดสีในแผ่นเดียว ที่สร้างมิติความสวยงามใกล้เคียงไม้ธรรมชาติได้มาก ตอบโจทย์ทั้งงานออกแบบที่ต้องการความโดดเด่น โดยเฉพาะแนวคิด Biophilic Design ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับที่อยู่อาศัย อีกทั้งยังโดดเด่นด้านความแข็งแรง ลดปัญหาการบิดงอหรือแตกร้าวแบบไม้จริง ดูแลรักษาง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ไม้จริง ส่งเสริมการก่อสร้างอย่างยั่งยืน ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุที่สวยงาม คงทน และเติมเต็มบรรยากาศธรรมชาติให้กับบ้านได้อย่างดี”

โดยการเปิดตัว SHERA WOOD TWO-TONE SERIES ในครั้งนี้เชื่อมโยงกับ “Campaign Green Soul” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของเฌอร่า ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต รวมถึงช่วยยกระดับความสวยงามของวัสดุตกแต่งบ้าน และยังตอกย้ำแนวคิด "การกรีนตั้งแต่เริ่มต้น" ของเฌอร่า ตอบรับกระแสวัสดุที่ยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับตลาดก่อสร้างไทยสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อโลก
อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในฐานะผู้นำ แต่เฌอร่ายังคงวางกลยุทธ์ในการมัดใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจากกระแสความนิยมของสังคมออนไลน์ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลก และทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เฌอร่าจึงมุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค พร้อมขยายการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายในอาเซียนและเอเชีย ผ่านนวัตกรรมไฟเบอร์ซีเมนต์คาร์บอนต่ำรายแรกของโลก ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความแข็งแรง ทนทาน และความสวยงามที่สามารถรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
“การขยายตัวของแบรนด์ในระดับภูมิภาคนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชันวัสดุที่ก้าวล้ำ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านฟังก์ชันและความยั่งยืนของโลก”

คุณวีระศักดิ์ ย้ำว่า ปัจจุบันเฌอร่าไม่หยุดพัฒนาผลิตสินค้าเพื่อรองรับและตอบโจทย์ความต้องการในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงมุ่งทำความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งต้องทำวิจัยศึกษาอย่างละเอียดให้เข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและโซลูชันให้มีดีไซน์ทันสมัยควบคู่กับการรักษามาตรฐานการผลิตที่คำนึงถึงคุณภาพของสินค้าและบริการ
นอกจากนี้ เฌอร่ายังมีแผนขยายฐานตลาดและตั้งเป้าหมายยกระดับไปสู่ความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในระดับสากล โดยเน้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งเฌอร่าได้ไปลงทุนตั้งฐานการผลิต โดยกลุ่มลูกค้าจะมีความต้องการที่แตกต่างและหลากหลายมากยิ่งขึ้น
“เรายังคงความเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด การรักษามาตรฐานคุณภาพ และกลยุทธ์การสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เฌอร่าไม่เพียงแค่เป็นแบรนด์วัสดุก่อสร้างที่ได้รับความไว้วางใจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวงการก่อสร้างและการออกแบบที่สอดคล้องกับยุคสมัย ในขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เฌอร่ายังให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้ใช้วัสดุที่มีความปลอดภัย คงทน และช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย”
แนวทางการทำงานทั้งหมดนี้ทำให้แบรนด์เฌอร่า ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากลว่าเป็นแบรนด์ที่มีมาตรฐานสูง และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพและความยั่งยืน จนได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มวัสดุทดแทนไม้ในหมวดวัสดุก่อสร้าง จากผลสำรวจ 2025 Thailand's Most Admired Brand ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง