ปัจจุบัน ศูนย์การค้ามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นหัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงไปสู่หลากหลายภาคธุรกิจ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว ภาคบริการ และยังเป็นพื้นที่ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคบริการ ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์
สยามพารากอน หนึ่งในศูนย์การค้าของกลุ่มสยามพิวรรธน์ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับ Top of Mind ที่อยู่ในใจของคนไทยมาโดยตลอด ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างประสบการณ์เหนือกว่าการช้อปปิ้ง สยามพารากอนยังเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์และความบันเทิง มีร้านอาหารชื่อดังที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน และด้วยภาพลักษณ์ของการเป็น “World-Class Shopping Destination” สยามพารากอนจึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเยือนจำนวนกว่า 100 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ความเป็น Top of Mind Brand ยังสะท้อนภาพผ่านผลสำรวจวิจัย 2025 Thailand’s Most Admired Brand ครั้งล่าสุด โดย “สยามพารากอน” อยู่ในอันดับ 1 ในหมวด “ช่องทางขายสมัยใหม่” กลุ่ม “ศูนย์การค้า” ที่คนไทยชื่นชอบและนึกถึงเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งความสำเร็จของสยามพารากอนไม่ได้มาจากการเป็นเพียงศูนย์การค้า แต่คือการมุ่งสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในยุคปัจจุบัน

คุณธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวถึงแนวทางการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงเกิดขึ้นในมิติต่างๆ โดย สยามพารากอน มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและภาคค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง โดยการนำ Big Data มาพัฒนาและปรับปรุงการทำ CRM ควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการทำงาน เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์การตลาด และการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่ผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ในช่วงปี 2566 สยามพารากอน ทำการรีโนเวทครั้งใหญ่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำจุดหมายปลายทางระดับโลก หรือ Global Destination ใจกลางกรุงเทพฯ เริ่มตั้งแต่การขยายพื้นที่ Luxury Zone ด้วยการเปิด Luxe Hall และมีร้านที่เป็น Luxury Brand มาร่วมเปิด Flagship Store หรือ Boutique Shop ในโซนนี้ด้วย
“ปีนี้สยามพารากอนยังเดินหน้าขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับโฉมศูนย์ประชุมและนิทรรศการ พารากอน ฮอลล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Extraordinary Eventainment ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากกับการดึงดูดทราฟฟิกในศูนย์การค้า เราได้วางกลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงโดยการสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับ และการร่วมมือกับแบรนด์หรูระดับโลกเปิดร้านใหม่ และจัดกิจกรรมพิเศษมากมาย มีการสร้างสรรค์อีเวนต์ระดับโลก พร้อมทั้ง เนรมิตพื้นที่นำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินไทยและต่างชาติภายในศูนย์ฯ ตอบโจทย์ผู้คนครบทุกมิติ”
คุณธณพร กล่าวเสริมว่า สิ่งที่ผลักดันให้สยามพารากอน ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในการเป็น Global Destination ของประเทศไทย เกิดจากแนวคิดและมุมมองที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังนี้
สยามพารากอน ให้ความสำคัญต่อการบุกเบิกเพื่อสร้าง Prototype ใหม่ๆ ในการนำเสนอความแตกต่าง และความเป็นเลิศในทุกมิติ ทั้งการออกแบบสถาปัตยกรรมล้ำสมัย การบูรณาการประสบการณ์ที่ผสมผสาน เทคโนโลยี วัฒนธรรม ผนวกกับความหรูหราระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน
ตอกย้ำการเป็น Luxury Destination การสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย สยามพารากอนเป็นผู้นำด้านการส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ได้ยกระดับสู่การเป็น Grand Stage of the World เวทีระดับโลกที่รวบรวมไลฟ์สไตล์และศิลปะไว้ในพื้นที่เดียว
Luxury for All คอนเซ็ปต์นิยามใหม่ของความลักซ์ชัวรีที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ หลังจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ สยามพารากอนกลับมาอีกครั้งด้วยความอลังการที่พร้อมสร้างประสบการณ์ลักซ์ชัวรีระดับโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตรขึ้นไป ตั้งแต่ชั้น G ถึงชั้น 4 นำเสนอ ICONIC Stores จากแบรนด์ Luxury จากทั่วโลกและแบรนด์ไทยที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งในเดือนมกราคม 2568 ได้เปิดตัว Siam Paragon’s Arena of Arts แลนด์มาร์กที่เป็นพื้นที่รวมแรงบันดาลใจ ศิลปะ และประสบการณ์ระดับโลกสำหรับทุกคน

ทางด้านการวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด และการทำแคมเปญส่งเสริมการขายที่จัดขึ้นอย่างเนื่องตลอดทั้งปี ยังส่งผลต่อการ Remind Brand ให้ชื่อของสยามพารากอนถูกกล่าวถึงตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำแคมเปญส่งเสริมการตลาด ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยถ่ายทอดนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นครั้งแรก (The First) ทั้งการสร้างความตื่นตาตื่นใจ (Be Amazed) และสร้างปรากฏการณ์ในทุกมิติ
“ในทุกๆ เทศกาลสำคัญของไทย สยามพารากอนจะเป็นท็อปลิสต์ที่คนไทยไม่อยากพลาด เช่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา สยามพารากอนจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในธีม “Siam Paragon Ultrasonic Water Festival” ดึงดูดสายตาจากคนทั่วโลกด้วยการผนึกกำลังของ Global Artist, Music & Entertainment, และ Thai Cultural โดยร่วม Co-create & Collaborate กับศิลปินชื่อดังระดับโลก Philip Colbert ศิลปินชาวอังกฤษที่โด่งดังในการสร้างสรรค์ผลงาน Pop Art รูปแบบใหม่ นำเสนอผลงานการออกแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทย เป็นงานที่ประสบความสำเร็จสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานช่วงเทศกาลกว่า 200,000-250,000 คนต่อวัน”

ความสำเร็จจากการจัดงาน Siam Paragon Ultrasonic Water Festival ยังสามารถสร้าง PR Values ได้มากกว่า 100 ล้านบาท เป็นหนึ่งในแคมเปญที่ตอกย้ำการเป็น Global Destination ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างแรงผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งสยามพารากอนได้สร้างปรากฏการณ์มหกรรมอีเวนต์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ ในด้านการสื่อสารการตลาด สยามพารากอน ได้สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยใช้ Integrated Marketing Communication ครอบคลุมในทุกมิติ มีการสื่อสารอย่างรวดเร็วและกระจายสู่วงกว้างในโซเชียลมีเดีย ทั้งผ่าน ONESIAM SuperApp, สื่อหลัก, และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ระดับประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญในการสื่อสารโดยตรงถึงลูกค้าที่มีอยู่ในทุกระดับอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าประจำ ได้แก่ เหล่าสมาชิก ONESIAM Member
สำหรับเป้าหมายการทำงานในปีนี้ คุณธณพร มองว่า ยังมีเรื่องความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายเรื่อง อาทิ ปี 2568 เป็นปีที่สยามพารากอนครบรอบ 20 ปี จึงมีการเตรียมงานฉลองครบรอบอย่างยิ่งใหญ่ มีการเปิดโซนใหม่ๆ ที่ยกระดับสู่การเป็นสถานที่นำเสนอประสบการณ์ที่สุดอันเหนือความคาดหมายในมิติต่างๆ ทั้งแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
รวมถึงการเปิดร้านแบรนด์ใหม่ในระดับ Luxury Brand และแบรนด์ชั้นนำ ทั้งในรูปแบบ Flagship Store ร้านแบบ Duplex และ Triplex ที่จะสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย
“แม้จะมีความท้าทายจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค และภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ สยามพารากอนยังคงเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมืองที่ผสานเทรนด์ที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การช้อปปิ้งแบรนด์หรู แฟชั่นระดับโลก ไปจนถึงความบันเทิงใหม่ๆ ที่หลากหลายครบทุกมิติให้กับผู้คนทั่วโลกเช่นเคย” คุณธณพร กล่าว