ที่บ้านเดี่ยวยังคงครองตำแหน่งพระเอกในวงการอสังหาฯ ด้วยยอดขายและจำนวนโครงการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ผู้ซื้อที่มีความต้องการพื้นที่กว้างขึ้นและฟังก์ชันที่รองรับการทำงานและชีวิตในรูปแบบใหม่ ทำให้เซกเมนต์นี้กลายเป็นพื้นที่ที่ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจับตามอง โดยเฉพาะโครงการบ้านระดับพรีเมียมและลักชัวรี่ ซึ่งตอบสนองกลุ่มที่มีกำลังซื้อและไม่ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
SC Asset ในฐานะผู้นำตลาดบ้านเดี่ยวมาเนิ่นนาน ปีนี้ ก็ยังครองตำแหน่งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือยอดขายที่เติบโตมากกว่าตลาด สะท้อนให้เห็นว่า ท่ามกลางตัวเลือกที่มากมายในตลาด ผู้บริโภคก็ยังยกให้แบรนด์ SC Asset เป็นที่ 1 ในใจเสมอ สอดคล้องกับผลวิจัย 2025 Thailand’s Most Admired Brand ที่ SC Asset ยังคงเป็นที่ 1 ในกลุ่มบ้านเดี่ยว
คุณโฉมชฎา กุลดิลก Senior Executive Vice President - Corporate Brand กล่าวว่า ฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นของ SC Asset ล้วนเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่คำโฆษณาสวยหรู แต่สัมผัสได้จริงผ่านโปรดักต์ นวัตกรรม และบริการหลังการขาย ซึ่ง 3 ปัจจัยนี้นอกจากเป็นจุดแข็งของแบรนด์ ยังสร้างความแตกต่างให้กับตลาดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เจอกับสถานการณ์แบบใด SC Asset ก็ยังรักษาจุดแข็งด้วยการพัฒนามาตรฐานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
สิ่งนี้พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนในปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่ใช่ปีที่ง่ายในทุกๆ วงการ ไม่เฉพาะแค่อสังหาฯ เห็นได้จากการแข่งขันราคาที่รุนแรงเพิ่มขึ้น สิ่งที่จะเอาชนะใจลูกค้าก็คือความไว้วางใจที่มีต่อแบรนด์เท่านั้น
“ท่ามกลางความท้าทาย การมีแบรนด์ที่แข็งแรงยิ่งช่วยให้ชนะใจลูกค้า โดยเฉพาะสนามการแข่งขันที่สู้กันด้วยราคา และลดราคาจนเข้าใกล้กันไปหมด ดังนั้นสิ่งที่ทำให้คนเชื่อมั่นพร้อมที่จะจ่ายให้กับสิ่งที่ดีที่สุดได้ แบรนด์จะมาเป็นอันดับแรก ทำให้ลูกค้ามองข้ามสนามการแข่งขันด้านราคา และทำให้เราไม่จำเป็นต้องลงไปแข่งกันในแนวทางนั้น”

คุณโฉมชฎา ยังเชื่อว่าตราบใดถ้าลูกค้ายังไม่ซื้อ เขาก็จะไม่ซื้อ แต่ถ้าคิดจะซื้อ จะซื้อ SC Asset เป็นแบรนด์แรก เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจและมั่นใจได้ว่า SC Asset จะส่งมอบ Sense of Security และความจริงใจให้เขา ทั้งในมุมของโปรดักต์กับวัสดุทุกชิ้นที่ส่งมอบต้องมีคุณภาพดีจริงๆ ทำถึง ประกอบกับบริการหลังการขายที่ดูแลใส่ใจ และนวัตกรรมต่างๆ ตามดีเอ็นเอขององค์กร
“ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน ทีมของเรายังคงเดิม ทั้งซีอีโอและทีมงานยังขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเชื่อเดิม คือ มุ่งมั่นส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่า เมื่อเลือกเราแล้ว เราจะไม่ทอดทิ้งคุณอย่างแน่นอน”

นี่เป็นที่มาของแคมเปญ #ScisQuality ของ SC Asset ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่ผ่านมา เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่าน 10 ภาพถ่ายความใส่ใจในทุกรายละเอียด การพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อส่งต่อความสุขด้วยคุณภาพที่เป็นดั่งของขวัญให้ลูกค้าทุกคน เพื่อประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สบายใจ ปลอดภัย ไร้กังวล
“ที่มาของแคมเปญนี้เริ่มจากสถานการณ์ปีที่แล้วมีความยากของตลาดด้วยกำลังซื้อที่ลดลง แน่นอนทุกบริษัทต้องกลับมาวินิจฉัยความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่ใส่ลงไปวัดผลแล้วได้เท่าไหร่ สำหรับการสร้างแบรนด์ แน่นอนว่า ROI ไม่ได้กลับมาที่ตัวยอดขายหรือผลกำไร จึงมีความเป็นไปได้ที่หลายองค์กรจะลดงบการตลาดลงแต่เรื่องนี้ซีอีโอ SC Asset กลับคิดต่าง เพราะมองว่ายิ่งช่วงเวลาท้าทายมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสื่อสารให้แบรนด์โดดเด่นยิ่งขึ้นมากเท่านั้น”

แคมเปญ #SCisQuality ทำหน้าที่เล่าเรื่องจากอินไซต์ลูกค้าถึงสาเหตุที่เลือก SC Asset ซึ่งเป็นภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวภายใต้คอนเซ็ปต์หนึ่งภาพเล่าล้านเรื่อง อันเป็นลายเซ็นที่ SC Asset ถนัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
“เราถนัดเล่าเรื่องของคน เพราะเชื่อว่าคุณภาพของแบรนด์มาจากคุณภาพของคน คนเหล่านี้คือทีมงานที่ดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ด้วย Mindset ที่ใส่ใจจริงๆ ยกตัวอย่างภาพถ่ายที่ ภาพพนักงานกำลังปีนขึ้นไปช่วยแมวบนหลังคาให้ลูกบ้าน พร้อมแคปชั่น ‘ทุกปัญหามีทางลงเสมอ’ นี่คือเรื่องจริง เพราะคนของเราเป็นแบบนี้ หรือ ทีม SC Contact Center ก็เช่นกัน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โทรมาเมื่อไรก็รับ เราหยิบเรื่องเหล่านี้มาเล่า เพื่อย้ำว่า คุณภาพบริการหลังการขายของเรายังคงดีที่สุด และเป็นไปได้เพราะทีมงานที่มีคุณภาพ”
สำหรับการต่อยอดการสื่อสารในปีนี้ คุณโฉมชฎา กล่าวว่าจะเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ SC Asset อีกครั้งหนึ่งที่จะสื่อสารให้เห็นถึงแบรนด์ในช่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 3
“ปีนี้เป็นปีที่ 22 ของเราถือว่าได้เวลาที่แบรนด์จะ Evolve ไปอีกยุคหนึ่ง พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือทศวรรษที่ 1 เป็นยุคแห่งการสร้างเนื้อสร้างตัว ในฐานะหน้าใหม่ที่เข้ามาในวงการอสังหาฯ ที่ต้องสร้างตัวตน ต่อมาในทศวรรษที่ 2 เป็นยุคเริ่มผลิดอกออกผล หลังจากสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาด ด้วยการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ และปรับประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงรีแบรนด์ ทำให้แบรนด์ขึ้นมาอยู่ใน Top 5”
SC Asset ในทศวรรษที่ 3 เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้าน ให้ร่มเงา และสร้างคุณค่าให้กับอีโคซิสเต็ม ผ่านการเติบโตของธุรกิจที่หลากหลาย นอกจากที่อยู่อาศัย เรายังมีรายได้ประจำจากโรงแรม คลังสินค้า และขาที่ 3 อย่างธุรกิจบริการและโซลูชัน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ซึ่งการรีแบรนด์ครั้งนี้จะเริ่มชัดเจนตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป และจะไม่เหมือนที่เคยเห็นมาก่อน นี่จะเป็นอีกช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นของ SC Asset เพราะเต็มไปด้วยความหวังและอนาคตที่กำลังเดินหน้าขององค์กร
คุณโฉมชฎา ย้ำว่าปีนี้จะเป็นปีที่ตื่นเต้นอีกปีหนึ่งของ SC Asset รับกับสถานการณ์ที่ยังคงท้าทายไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องปรับการทำงานให้เข้ากับความท้าทายต่างๆ ด้วย แต่โชคดีที่ทีมการตลาด SC Asset มีความลงตัวเลยไม่มีเลเยอร์ทับซ้อนในการทำงาน และรันทีมกันแบบ Agile ทำให้ทันสมัยตลอดเวลา
“เราต้อง Make Sure ว่า ทุกปีทีมต้องเสริมทักษะใหม่ๆ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือแนวทาง Work-Life Integrated ที่หลอมรวมการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล จนเกิดไอเดียใหม่ๆ ตลอดทาง นั่นทำให้เราปรับตัวได้เร็วเสมอ ไม่ว่าอะไรมาจะมาใหม่ เราก้าวไปก่อนแล้ว”