ผลกระทบที่เกิดจากภาพรวมของเศรษฐกิจที่ถดถอย ปัญหาเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง และหันมาให้ความสนใจกับสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น รวมถึงเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการตกแต่งบ้านและซ่อมแซมบ้านด้วยตัวเองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้านในสไตล์ Do It Yourself (DIY) เพราะตอบโจทย์ได้ทั้งในแง่สินค้าที่หลากหลายและราคาที่คุ้มค่า
จากเทรนด์ดังกล่าว ส่งผลให้ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในชื่อแบรนด์ “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” (MR. D.I.Y.) จากประเทศมาเลเซียเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคคนไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความแตกต่าง และมุ่งเน้นในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย คุณภาพดี คุ้มค่าต่อการจ่ายเงิน ภายใต้พันธสัญญา “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices) ซึ่งในช่วงเวลากว่า 9 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ได้สร้างการเติบโตทางธุรกิจมาโดยตลอด ด้วยจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และก้าวสู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับ Top of Mind Brand ในใจผู้บริโภคยุคใหม่
สอดคล้องกับผลสำรวจและวิจัย 2025 Thailand’s Most Admired Brand ครั้งล่าสุด ที่ “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” ได้รับรางวัลอันดับ 1 ของหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มร้านขายสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน ด้วยเช่นกัน

คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมการเติบโตของธุรกิจร้านขายสินค้าเฉพาะทางในกลุ่มสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ในปีที่ผ่านมามีแนวโน้มเติบโตประมาณ 2% และในปี 2568 คาดว่าเติบโต 3% เป็นผลจากการแข่งขันทั้งจากผู้เล่นเดิมและแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ การเร่งขยายช่องทางออนไลน์และออมนิแชนแนล การทำโปรโมชันและราคา การใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI การเพิ่มความสะดวกและประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ที่มุ่งหาประสบการณ์การชอปปิงที่สะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
สำหรับปี 2567 เป็นอีกหนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน รวมถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมา มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้น 195 สาขา ณ สิ้นปี 2567 มีสาขารวมทั้งสิ้น 932 สาขา ทั้งในรูปแบบสาขาในห้างสรรพสินค้า และสาขานอกห้าง (Stand Alone)
จากผลการวิจัยตลาดอิสระที่จัดทำโดย Frost & Sullivan ยังมีข้อมูลระบุว่า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย โดยในปี 2566 ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 7.4% โดยตัวเลขส่วนแบ่งตลาดนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก
“มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมผู้บริโภคมาโดยตลอด และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วงโควิด-19 จากการที่ผู้บริโภคไม่สามารถไปชอปปิงที่ร้านค้าปลีกในห้างได้ จึงเปลี่ยนมาใช้บริการช่องทางออนไลน์มากขึ้น และรู้สึกถึงความสะดวกสบายก็เริ่มคุ้นชินและปรับตัวเข้ากับการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จึงขยายช่องทางออนไลน์ จากเดิมที่มีบริการบนเว็บไซต์ MRDIY.CO.TH และแพลตฟอร์ม Shopee โดยในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มช่องทางออนไลน์อีก 2 แพลตฟอร์ม คือ Lazada และ TikTok ซึ่งการขยายช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์นี้มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกมากยิ่งขึ้น”

ปัจจุบัน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จำหน่ายสินค้าใน 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา ของเล่น และหมวดหมู่อื่นๆ อีกมากมาย โดยสาขาที่เป็นหน้าร้านจะมีสินค้าประมาณ 15,000 รายการ ส่วนช่องทางอีคอมเมิร์ซจะมีสินค้าที่เป็นกลุ่มสินค้าขายดีประมาณ 2,000 รายการ ซึ่งสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง และกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เป็น 2 กลุ่มใหญ่มีสัดส่วนการขายรวมกันมากกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด
คุณอานุภาพ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมามิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
- การตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งกลุ่มออฟไลน์และออนไลน์ เช่น การสร้างความสะดวกให้กับลูกค้าผ่านการขยายสาขา ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
- การสร้างความหลากหลายของสินค้า โดยครอบคลุมทั้งสินค้าในกลุ่มทั้ง Private Label และ Licensed Products เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม เช่น สินค้า Marvel และอีกหลากหลาย Disney Collection ตลอดทั้งปี ให้ลูกค้าได้สินค้าคุณภาพดี มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในราคาที่คุ้มค่า
- การบริหารจัดการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าด้วยตัวเอง ทำให้สามารถบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเสนอสินค้าได้ในราคาที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า
- การให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของสังคม ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการเพื่อสังคม “MR. D.I.Y. Cares” ที่จัดกิจกรรมต่อเนื่องกว่า 50 โครงการตลอดระยะเวลา 7 ปี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเดินหน้าโครงการรีไซเคิลสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้าน ESG & Sustainability

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ก้าวสู่การเป็น Top of Mind Brand ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดในแบบผสมผสานที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การใช้ TVC บิลบอร์ด รวมถึงการใช้สื่อในระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS นอกจากนี้ ยังมีการทำแคมเปญการตลาดที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
“เราให้ความสำคัญกับเรื่อง Data Driven เพื่อให้สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งจากผลสำรวจของของ Nielsen พบว่า ลูกค้ากว่า 97% มีการวางแผนการซื้อสินค้าก่อนมาที่ร้าน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่วางแผนซื้อสินค้าก่อนเข้าร้าน แต่ด้วยความหลากหลายของสินค้าลูกค้าจึงมักซื้อสินค้าเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ โดยเฉลี่ยลูกค้าจะซื้อสินค้าถึง 4 ชิ้นต่อตะกร้า เราจึงทำแคมเปญการตลาด “ช้อปเกินครบ คุ้มเกินคาด” โดยใช้เพลง “บานปลาย” ของโบกี้ไลออนมาดัดแปลงเพื่อสื่อถึงการซื้อสินค้าหลายชิ้น แต่ยังได้ราคาแบบสบายกระเป๋า รวมถึงการทำแคมเปญ “ช้อป และ โชว์” ซึ่งปีที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญกว่า 58,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 250%” สำหรับแผนงานในปีนี้ ในฐานะผู้นำตลาด มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังคงให้ความสำคัญกับการต่อยอดงานในหลายๆ ด้าน ได้แก่
- Convenience: มุ่งเน้นความสะดวกสบายของลูกค้า โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 200 สาขา ใน 77 จังหวัด พร้อมการพัฒนาความแข็งแกร่งให้กับช่องทาง E-Commerce ร่วมกับ Shopee Mall, LazMall, TikTok Shop และบนเว็บไซต์ MRDIY.CO.TH
- Product Variety: เพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าทั้งในกลุ่ม Private Label และ Licensed Products โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่หลากหลายเพื่อสร้างความน่าสนใจและตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
- Price: โดยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการบริหารต้นทุน โดยยึดหลัก Economy of Scale เพื่อส่งต่อความคุ้มค่าให้ลูกค้า พร้อมโปรโมชันทุกเทศกาล

คุณอานุภาพ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายในการทำงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันมีหลายเรื่อง อาทิ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมีการใช้ข้อมูลต่างๆ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันกับกระแสความเปลี่ยนแปลง การแข่งขันสูงในช่องทางออนไลน์ จึงเร่งขยายสาขาเพื่อให้เข้าถึงทุกชุมชน พร้อมบริการออนไลน์ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก การสร้างความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการ MR. D.I.Y. Cares เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า
“ในท้ายที่สุด สิ่งสำคัญของเรื่องความท้าทายต่างๆ คือการรักษาความภักดีของลูกค้า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การชอปปิงที่ดีให้กับลูกค้า ผ่านการนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพและความคุ้มค่าในเรื่องของราคา ควบคู่ไปกับการทำแคมเปญการตลาดที่หลากหลายและโดนใจเพื่อรักษาอันดับ 1 ในการเป็น Top of Mind Brand ไว้ให้ได้อย่างยั่งยืน” คุณอานุภาพ กล่าว