BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,443
VIEWS

ไปรษณีย์ไทย ยกระดับสู่ Lifestyle Brand จากความแข็งแกร่งของเครือข่ายที่เป็นมากกว่าบริการขนส่ง

มี.ค. 31, 2568
ในยุคที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด “ธุรกิจขนส่งพัสดุภัณฑ์ชิ้นเล็ก (B2C)” กลายเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่สามารถเข้าถึงการสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีธุรกิจขนส่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ขาย ไปสู่ผู้รับได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย และยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
 
“ไปรษณีย์ไทย” คือหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งรายสำคัญ ซึ่งมีบริการส่งพัสดุขนาดเล็กด้วย และมีบทบาทในการผลักดันให้อุตสาหกรรมที่กำลังเป็น Red Ocean แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ให้บริการที่มีจุดแข็งในด้าน Brand Image ที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ มีค่าบริการสมเหตุสมผล และมีการปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทั้งในด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลให้วันนี้ไปรษณีย์ไทยยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป
 
ซึ่งสอดคล้องกับ ผลสำรวจวิจัย 2025 Thailand's Most Admired Brand ครั้งล่าสุดที่แบรนด์ “ไปรษณีย์ไทย” ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจขนส่งพัสดุภัณฑ์ชิ้นเล็ก (B2C) หมวดบริการขนส่ง ในฐานะ Top of Mind Brand ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับและนึกถึงมากที่สุด
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจขนส่งพัสดุชิ้นเล็กในช่วงปีที่ผ่านมา มีการเติบโตประมาณ 2-3% สอดคล้องตามการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันช่องทางการซื้อขายบนอีคอมเมิร์ซ มีความหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งต้องปรับตัว เพื่อเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มและช่องทางต่างๆ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
 
ภายใต้วิสัยทัศน์ “ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์” (Delivering Sustainable Growth through Postal Network) ไปรษณีย์ไทยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายไปรษณีย์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ด้วยมุมมองที่ว่าไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ให้บริการขนส่งเท่านั้น แต่ไปรษณีย์ไทยคือเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศและเชื่อมโยง ไปยังต่างประเทศ ซึ่งบริการขนส่งเป็นเพียงหนึ่งใน Value Chain ที่ใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายไปรษณีย์ไทยเท่านั้น
 
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความพยายามเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วยการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อยกระดับธุรกิจไปสู่การเป็น Lifestyle Brand เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง และได้รับบริการที่รวดเร็วที่สุด อีกทั้งยังทำให้ผู้บริโภคนึกถึงไปรษณีย์ไทยได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะต้องการส่งของหรือไม่ก็ตาม และการที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้นนำไปสู่การขยายธุรกิจในรูปแบบค้าปลีก โดยใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายที่มีอยู่ในการนำสินค้าคุณภาพดีจากพื้นที่ต่างๆ มาจำหน่าย เช่น กาแฟคุณภาพสูงจากเชียงรายที่มีบริการใน POST Café ของไปรษณีย์ไทยที่จะเป็น Cups of Connection สำหรับลูกค้าให้สามารถมานั่งชิล นั่งทำงาน หรือใช้เป็นสถานที่นัดหมายต่างๆ
“เราให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการพัฒนาโลโก้ หรือแค่การสร้างภาพลักษณ์ภายนอก แต่เราให้ความสำคัญในเรื่องพฤติกรรมและการให้บริการที่ดี โดยปรับปรุงจากภายในองค์กร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพราะธุรกิจขนส่งการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ทำได้ยาก เราจึงไม่เน้นการแข่งขันด้านราคา แต่มุ่งเน้นการส่งมอบคุณค่าที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า เพื่อให้เราเป็นมากกว่าบริษัทขนส่งทั่วไป”
 
ก่อนหน้านี้ ไปรษณีย์ไทยได้เริ่มนโยบาย Zero Complain โดยเน้นการแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว การจัดตั้งหน่วยดูแลลูกค้าในทุกไปรษณีย์ เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาเชิงรุก เพื่อลดการร้องเรียนของลูกค้า รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อรองรับกับสินค้าและบริการที่หลากหลาย โดยเน้นให้เกิดคุณภาพสูงสุดทั้งในด้านความรวดเร็ว การป้องกันความเสียหาย และการแก้ไขปัญหาทันที ส่งผลให้ปัจจุบันแบรนด์ไปรษณีย์ไทยได้รับความเชื่อมั่นถึง 92% และความไว้วางใจสูงถึง 96%
 
“สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายของธุรกิจขนส่งในการปรับตัว เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ คือเรื่องการบริหารบุคลากรให้สามารถทำงานตามกระบวนการที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหัวใจสำคัญของเราคือ ‘คน’ เนื่องจากเป็นงานบริการ การสื่อสารและการให้บริการลูกค้า จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เราจึงมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ใน 2 ด้าน คือ 1) เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้สะดวกขึ้นและใช้เวลาน้อยลง และ 2) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า”
 
ดร.ดนันท์ กล่าวเสริมว่า ไปรษณีย์ไทยมีแนวทางการทำตลาดด้วยแผนงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพของเครือข่ายไปรษณีย์ไทยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในรูปแบบ Physical ควบคู่ไปกับ Digital เช่น บริการ Postman Cloud, ThailandPostMart, Prompt Post, Digital Post ID(D/ID), NFT Stamp เป็นต้น
ปีนี้ ไปรษณีย์ไทยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การใช้บริการ โดยเน้นการสร้างความแข็งแรงให้กับ Digital Touch มากขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของช่องทางการขายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่มากกว่าเรื่องการรับส่งของ เช่น การพัฒนาระบบงานหลังบ้าน และเดินหน้าพัฒนา Digital Post ID ซึ่งเป็นรหัสไปรษณีย์รูปแบบใหม่ 6 หลัก เพื่อเชื่อมโยงกับตู้ไปรษณีย์ดิจิทัลที่สามารถใช้งานได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชันของไปรษณีย์ไทย ในการอำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้บริการ
แม้ว่าไปรษณีย์ไทยจะมีจุดแข็งที่บุรุษไปรษณีย์รู้จักทุกบ้านและทุกพื้นที่ แต่ปัจจัยในการเลือกใช้บริการขนส่งของลูกค้าส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความสะดวกและราคาเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ส่งสินค้าจำนวนมากจะให้ความสำคัญกับราคาเป็นอันดับแรก
 
“เราจึงได้นำจุดแข็งด้านความสัมพันธ์กับชุมชนมาพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจ เช่น การให้บริการกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ (Silver Gen) ที่อยู่บ้านเป็นประจำ และคุ้นเคยกับบุรุษไปรษณีย์ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผ่านโบรชัวร์/แคตตาล็อก ทำให้สามารถต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากเครือข่ายที่มีอยู่ และยังเป็นวิธีการสร้าง Organic Traffic จากการที่สินค้าจะถูกส่งผ่านระบบของไปรษณีย์ไทย ถือเป็นความได้เปรียบที่มากกว่าระบบฐานข้อมูลลูกค้า (CRM) ทั่วไป เรายังขยายบริการไปสู่การสำรวจสินทรัพย์ให้กับบริษัท ซึ่งต้องมีการตรวจสอบสินทรัพย์ทุก 3 เดือน บุรุษไปรษณีย์ของเราสามารถทำงานนี้ได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันเรามีบุรุษไปรษณีย์จำนวนกว่า 25,000 คน ที่สามารถเข้าถึงบ้านเรือนได้ไม่ต่ำกว่า 6 ล้านครัวเรือนต่อวัน ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าแค่การส่งพัสดุ”
 
ไปรษณีย์ไทยยังสร้างการเติบโตให้กับภาคธุรกิจผ่านช่องทางการค้าระหว่างประเทศ นอกจากการใช้เครือข่ายขนส่งสินค้าไปยังปลายทางต่างๆ ทั่วโลก ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์อย่างอเมซอน (Amazon) และอีเบย์ (eBAY) ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายสินค้าออนไลน์กระจายสินค้าไปยังปลายทางได้ง่ายมากขึ้น ผ่านบริการขนส่งสินค้าเข้าคลัง Amazon FBA (Fulfillment by Amazon) ซึ่งเป็นบริการสำหรับผู้ขายสินค้าบนเว็บไซต์ Amazon.com ที่ต้องการส่งสินค้าเข้าคลังก่อนส่งไปปลายทางสหรัฐอเมริกา โดยที่ไปรษณีย์ไทยทำหน้าที่เป็นผู้รับรวบรวมสินค้า ที่ผู้ขายสินค้าของ Amazon พร้อมขนส่งสินค้าจากประเทศไทย ดำเนินพิธีการศุลกากร และนำส่งสินค้า เข้าคลัง Amazon FBA ของสหรัฐอเมริกา เพื่อกระจายสินค้าของผู้ค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีไทย ไปยังตลาดดังกล่าว
 
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ไปรษณีย์ไทยได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมมาโดยตลอด เนื่องจากภารกิจหลักประการหนึ่ง คือการให้บริการเชิงสังคม โดยเฉพาะในยาม ที่ประเทศและประชาชนตกอยู่ในภาวะวิกฤต ไปรษณีย์ไทยพร้อมจะให้ความช่วยเหลือด้านการจัดส่งสิ่งของจำเป็นอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ที่มุ่งสู่การเป็น Green Logistics มากขึ้นด้วย
 
ปัจจุบัน Brand Image ของไปรษณีย์ไทยมีการปรับเปลี่ยนไปสู่ความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนไม่ได้มีเพียงการปรับภาพลักษณ์ภายนอก แต่รวมถึงการปรับระบบการทำงานภายในองค์กรด้วย เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของการเป็นองค์กรร่วมสมัย สิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขันคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง จนทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้บริการจากความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์ไปรษณีย์ไทย
ดร.ดนันท์ ย้ำว่า ในฐานะผู้นำในธุรกิจบริการขนส่ง การรักษาความเป็นที่ 1 ไว้ได้นั้นมีความท้าทาย ซึ่ง ดร.ดนันท์ มองว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยแข่งขันอยู่คือพฤติกรรมผู้บริโภค จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา 2 เรื่องหลัก คือการปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า หากสามารถตอบสนองและชนะการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคได้ สิ่งอื่นๆ ก็จะตามมาเอง
 
“แม้ว่าไปรษณีย์ไทยจะเป็นองค์กรที่มีอายุ 141 ปี หลายคนอาจมองว่าเป็นองค์กรเก่าแก่ ไม่ทันสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เป็น Tech Company แต่เราก็มีจุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สั่งสมมานาน ซึ่งเป้าหมายสำคัญของไปรษณีย์ไทย คือการรักษาและพัฒนาความเชื่อมั่นให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการก้าวไปเป็นมากกว่าบริษัทขนส่ง ด้วยการใช้ทรัพยากรและจุดแข็งที่มีอยู่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น” ดร.ดนันท์ กล่าว

เชื่อมต่อทุกการดูแล ด้วยนวัตกรรมและหัวใจบริการจากโตโยต้า

สิงห์ฯ ตอกย้ำความแข็งแกร่งแบรนด์ไทย กวาดรางวัลครองใจผู้บริโภค สะท้อนแบรนด์ที่เข้าใจและเติบโตไปกับสังคมอย่างยั่งยืน

ห้างเซ็นทรัล เบอร์ 1 ค้าปลีกไทย สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับ แบบมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

รถยนต์มิตซูบิชิ XPANDER ทุกรุ่น สร้างประสบการณ์เหนือระดับที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

M-150 ผู้นำอันดับ 1 ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เติบโตพร้อมผู้บริโภค พลิกเกมด้วยนวัตกรรม พร้อมสู้ทุกการเปลี่ยนแปลง

YouTrip ยกระดับประสบการณ์นักเดินทางไทย ด้วยแนวคิด “เรทดี มั่นใจ ใช้ง่ายทั่วโลก” และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ให้ท่องโลกอย่างไร้กังวล

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact