ในปี 2024 อัตราการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกถือว่ากระเตื้องขึ้นโดยเติบโตกว่า 7% หลังจากการหดตัวของตลาดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาด Gadget และอุปกรณ์เสริม ซึ่งมีมูลค่าโดยประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดสมาร์ตโฟนยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเติบโตของแบรนด์อาซากิ แบรนด์สินค้าอุปกรณ์ไอที ซึ่งพัฒนาสินค้ากลุ่มหูฟังอุปกรณ์เสริมมือถือ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ขายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven โดยปัจจุบันอาซากิเป็นแบรนด์สินค้า และอุปกรณ์ไอทีที่มียอดจำหน่ายสูงเป็นอันดับ 1 ใน 7- Eleven

หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์อาซากิประสบความสำเร็จ คือการมุ่งพัฒนาสินค้านวัตกรรมคุณภาพที่ตอบโจทย์เทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคในราคาจับต้องได้ และช่องทางที่ง่ายสะดวกต่อการเข้าถึงส่งผลให้สามารถครองใจผู้บริโภค และเป็นอันดับ 1 หมวด ผลิตภัณฑ์ IT และดิจิทัล กลุ่ม Gadget และอุปกรณ์เสริมจากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand
“อาซากิเกิดจากธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายชุดโฮมเธียเตอร์ในนาม ASAKI ซึ่งจัดจำหน่ายในประเทศ ผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จนเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนเรามองเห็นว่าโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตคนมากขึ้น เราจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถืออย่างอุปกรณ์เสริม โดยเริ่มจากการทำหูฟัง เพราะเราเก่งเรื่องเกี่ยวกับเสียง โดยสินค้าของเราผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพในประเทศจีน โดยผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ดังที่วางขายทั่วโลก เราสามารถคัดคุณภาพวัสดุที่ดีที่สุด เพื่อนำเสนอสินค้าแก่ผู้บริโภค” คุณวัฒนา ดำรงทรัพย์ไพศาล ประธานกรรมการ และ คุณธราญา ภัทรธิรนนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท อาซากิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นแบรนด์ “ASAKI”

จุดเด่นของอาซากิ คือการเป็นสินค้าคุณภาพ อาซากิเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าแบบ 100% ในทั้ง 3 กระบวนการ ตั้งแต่สินค้าที่ออกจากโรงงานต้นทางมาถึงการตรวจสอบก่อนเข้าประเทศ และมีการตรวจสอบอีกครั้งก่อนที่จะแพ็กลงบรรจุภัณฑ์ไปสู่ร้านค้า
สำหรับส่วนของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น พาวเวอร์แบงค์ อะแดปเตอร์ สายชาร์จ อาซากิมีโรงงานเป็นของตัวเอง จึงสามารถผลิตสินค้าตามมาตรฐานมอก. ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย ที่สำคัญสินค้าของอาซากิเป็นสินค้าคุณภาพในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

“สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากแบรนด์อื่น เรื่องแรก คือเรื่องของคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ Consumer Electronics ดูเหมือนว่าใครก็ทำได้ แข่งขันกันที่เรื่องของราคาแต่เรายึดเรื่องของคุณภาพและความคุ้มค่า หูฟังบลูทูธของเราราคา 399 บาท แต่เรามีแอปพลิเคชันที่สามารถปรับเสียงเองได้ผ่านมือถือ สินค้าพาวเวอร์แบงค์ของเรามีแบตเตอรี่พร้อมใช้ก่อนจะไปถึงมือผู้บริโภคทุกชิ้นทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจ สอง เราเป็นปลาเร็วที่กินปลาช้า เทรนด์ตลาดไปทางไหนเราสามารถเคลื่อนตามได้ทันที จากข้อได้เปรียบของการมีโรงงานเป็นของเราเองทำให้เรารู้เทรนด์โลกก่อน และตอบโจทย์ตลาดได้อย่างทันท่วงที การจับเทรนด์อย่างรวดเร็วทำให้เราสามารถเป็นเจ้าตลาดได้”
ช่องทางขาย ถือเป็นอีกข้อได้เปรียบที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าของอาซากิได้ง่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 15,000 สาขา นอกจากนี้ยังมีช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่างบิ๊กซี โลตัส โฮมโปร ร้านขายอุปกรณ์ไอทีอย่างเจมาร์ท COM7 ศูนย์บริการของทรู เอไอเอส เป็นต้น ซึ่งสินค้าที่เข้าไปขายจะเป็นสินค้าที่เหมาะกับแต่ละช่องทาง เช่น พาวเวอร์แบงค์ความจุขนาด 60,000 mAh ซึ่งขายในโฮมโปรได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มช่าง และกลุ่มแคมปิ้ง
“เราเข้า 7-Eleven เมื่อ 18 ปีที่แล้ว ใช้เวลากว่า 5 ครั้งกว่าที่เขาจะตอบรับ เนื่องจากยุคนั้นยังไม่มีสินค้ากลุ่มไอทีในร้าน ถือว่าเราเข้าไปเปิดสินค้ากลุ่มไอทีใน 7-Eleven เป็นเจ้าแรก และทำให้สินค้ากลุ่มไอทีเกิดได้ใน 7- Eleven เราขายอยู่ 6 ปีถึงมีแบรนด์อื่นเข้ามาขาย ปัจจุบันแม้จะมีแบรนด์ไอทีเข้าไปขายใน 7- Eleven กว่า 30 แบรนด์ แต่เราเป็นแบรนด์ที่ขายดีเป็นอันดับ 1 มา 18 ปี”
ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา คุณวัฒนา เผยว่า อาซากิแทบไม่ได้ทุ่มงบโฆษณามากนัก แต่สิ่งที่เป็นพลังในการสื่อสารแบรนด์ได้ดี คือคุณภาพ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และมาตรฐานความปลอดภัย ที่เป็นปัจจัยสำคัญให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย

นอกจากนั้น อาซากิยังให้บริการหลังการขายที่เกินความคาดหวังของลูกค้า โดยปัจจุบันจะมีการรับประกันคุณภาพ 1 ปี และรับเคลมโดยการเปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ทุกกรณี แม้จะเลยช่วงรับประกันไปแล้ว ถ้าสินค้ามีปัญหาทางบริษัทก็เปลี่ยนให้ผู้บริโภคเช่นกัน
แผนการทำงานในปีนี้ นอกจากจะพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว อาซากิวางกลยุทธ์ Collaboration โดยซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนคาแรกเตอร์ชื่อดัง เช่น โดราเอมอน มอนชิชิ และการ์ตูนจากดิสนีย์มาใส่ในสินค้ากลุ่ม Consumer Electronics พร้อมวางแผนเปิดร้านสินค้าลิขสิทธิ์เพื่อขยับไปจับตลาดบนด้วย
“เราเข้าใจดีว่าผู้บริโภคสมัยนี้ชื่นชอบเรื่องของแฟชั่นด้วย เราจึงพัฒนาสินค้าในระดับพรีเมียม ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนดังมาใส่ไว้ในสินค้าของเรา และมองถึงการเปิดตัวร้านซึ่งเป็นช่องทางของเราเอง เพื่อขายสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วย สินค้ากลุ่มนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างรายได้ และการเติบโตให้เราในส่วนของ OEM”
ความสำเร็จของอาซากิในวันนี้ทั้งในแง่ของการเติบโต และการเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักไว้ใจ หัวใจสำคัญ คือการปรับตัว และพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อสอดรับความต้องการของผู้บริโภค คุณวัฒนา จึงย้ำว่า “ผู้บริโภคเปรียบเหมือนเจ้านาย”
“เจ้านายเราคือผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเราจะปรับเปลี่ยน และพัฒนาสินค้ารวมถึงบริการตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงลูกค้าสามารถมั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้าเราในราคาจับต้องได้ ในช่องทางที่สะดวกสำหรับผู้บริโภค”