หากมองเข้ามาที่ตลาดร้านอาหารที่เป็น Quick Service Restaurant หรือ QSR ในบ้านเราแล้วจะพบว่า ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท แน่นอนว่า ไก่ทอดยังคงกินส่วนแบ่งของตลาดนี้มากสุดคือ 2.7 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ตลาดเบอร์เกอร์มีมูลค่าประมาณ 10,900 ล้านบาท แน่นอนว่า ผู้เล่นหลักที่เป็นคนขับเคลื่อนตลาดนี้ยังคงเป็นแมคโดนัลด์ ที่เข้ามาทำตลาดครบ 40 ปีในปีนี้ ถือเป็นเบอร์เกอร์รายแรกๆ ที่เข้ามาเปิดตลาดและสร้างประสบการณ์ในการกินเบอร์เกอร์ให้กับคนไทย
สิ่งที่น่าสนใจก็คือแม้ในภาพรวมของเศรษฐกิจยังไม่ค่อยจะฟื้นตัวดีนักจนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่แมคโดนัลด์ก็สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้แบบต่อเนื่องมาตลอดในช่วง 3 ปีหลังมานี้ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา บริษัท แมคไทย จำกัด คนทำตลาดของแมคโดนัลด์ในบ้านเรา สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7,957 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในปี 2567 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่เติบโตได้อย่างมั่นคงในฐานะผู้นำอันดับ 1 ตลาดเบอร์เกอร์ในไทย

เบื้องหลังความสำเร็จ นอกจากเรื่องของแบรนด์แล้ว หากจะสรุปกลยุทธ์ให้เห็นภาพการทำตลาดให้ชัดเจนผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า “มาร์เก็ตติ้ง มิกซ์” แล้วจะพบว่า การเลือกใช้ส่วนผสมทางการตลาดทั้ง 4P มีการผสานกันได้อย่างลงตัว ไล่ตั้งแต่
P ตัวแรก หรือ Product จะพบว่า นอกจากตัว Core Product ที่เป็นเมนูหลักที่คนไทยคุ้นเคยอย่างดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์, บิ๊กแมค หรือควอเตอร์ พาวน์เดอร์ วิทชีสแล้ว แมคโดนัลด์มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในการเลือกกินเบอร์เกอร์ของคนไทย อาทิ เมนูอย่าง “มั่งมีเบอร์เกอร์” เบอร์เกอร์ทรงยาว และ “ซามูไร ดีลักซ์ เบอร์เกอร์” ที่พัฒนาต่อยอดความอร่อยจากเมนูฮิตตลอดกาลอย่าง “ซามูไรเบอร์เกอร์” ซึ่งแน่นอนว่าในปีนี้ แมคโดนัลด์จะยังคงคัดสรรเมนูใหม่ๆ และแคมเปญเด็ดๆ มาปลุกกระแสตลาดเบอร์เกอร์ให้คึกคัก พร้อมผลักดันให้ยอด ขายสามารถเติบโตได้แข็งแกร่งต่อไป
นอกจากการส่งเมนูเบอร์เกอร์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือการให้น้ำหนักกับการทำตลาดไก่ทอด โดยเมนูไก่ทอดแมคในปีที่ผ่านมาสร้างการเติบโตได้ถึง 33% จากกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกด้วยพรีเซ็นเตอร์ “ต้าห์อู๋ x ออฟโรด” แฟนไก่ทอดแมคตัวจริง เสริมทัพด้วยพลังแห่งแฟนด้อม และในปี 2568 ก็ยังคงต่อยอดความสำเร็จด้วยคอนเซ็ปต์ “กรอบ ชุ่มฉ่ำ อร่อย ใหญ่ทุกชิ้น” และพรีเซ็นเตอร์ ‘ต้าห์อู๋ x ออฟโรด’ ตัวแทนคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ที่พร้อมลองสิ่งใหม่ๆ และคุ้มค่าเสมอ ทั้งยังสร้างแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจและตรงใจ GEN Z ในทุกๆ เทศกาล เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ยังคงรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีการคาดการณ์การเติบโตของยอดขายไก่ทอดว่าน่าจะสามารถทำตัวเลขได้เพิ่มมากกว่า 15%
หากมองเข้ามาที่สัดส่วนของการขายแล้วจะพบว่ายอดขายหลักๆ ยังคงมาจากเบอร์เกอร์ในสัดส่วน 55% ขณะที่ ไก่ทอดที่มีการเติบโตค่อนข้างดีในปีที่ผ่านมา สามารถทำสัดส่วนได้ประมาณ 19 – 20% ซึ่งนั่นไม่สำคัญเท่ากับโปรดักต์ตัวนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผลักดันให้แมคโดนัลด์ เข้าไปแข่งขันในตลาดไก่ทอดที่มีขนาดของตลาดใหญ่กว่าตลาดเบอร์เกอร์ถึงกว่าเท่าตัว
P ตัวที่ 2 หรือ Price ถือเป็นส่วนผสมทางการตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดย แมคโดนัลด์ให้ความสำคัญและตอกย้ำในเรื่องนี้ผ่าน Flagship Value Platform ที่เน้นอร่อยคุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้ง่าย

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า การมี Value Platform ที่เข้มแข็งยังช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้นในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นชุด “EVM” (Everyday Value Meals) ราคาเพียง 99 บาท ทั้งเมนูเบอร์เกอร์ และไก่ทอดแมค รวมถึงชุด “McSavers 1+1” ราคาเพียง 55 บาท ให้เลือกจับคู่เมนูของว่างและของหวาน ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแอปพลิเคชันคูปองแมคโดนัลด์ มอบคูปองชุดอาหารที่หลากหลาย และราคาคุ้มค่าเหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่ม ในราคาประหยัดได้สูงสุดถึง 50% ซึ่งได้การตอบรับที่ดีอย่างมาก โดยปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอปคูปองแมคโดนัลด์มากกว่า 4.7 ล้านคน
“Value Price ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันความถี่ในการใช้บริการของลูกค้าแมคโดนัลด์มีเฉลี่ย 2 – 3 ครั้งต่อเดือน โดยกลยุทธ์นี้สามารถดึงคนรุ่นใหม่ๆ อย่างคนที่อยู่ในวัยทำงานเข้ามาใช้บริการผ่านตัวคูปองที่อยู่ในแอปของแมคโดนัลด์ ทำให้ช่วยในเรื่องของการเพิ่มโอกาสในการใช้บริการได้ค่อนข้างดี”
P ตัวที่ 3 หรือ Place การมีจำนวนสาขาอยู่ในมือ 240 สาขา และมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา รวมถึงรีโนเวทสาขาเดิมอีก 25 สาขา ในปีนี้ กลายเป็นเน็ตเวิร์กสำคัญที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แมคโดนัลด์ เลือกดีไซน์ร้านเพื่อสร้างบรรยากาศให้สามารถเชื่อมโยงกับโปรไฟล์ของลูกค้าในแต่ละโลเคชัน
โดยมีการดีไซน์ร้านผ่าน 3 คอนเซ็ปต์หลัก ได้แก่ “Geometry” ที่มีดีไซน์ร้านออกมาในรูปแบบของความโมเดิร์น ทันสมัย สีสันสดใส, “Essential Ingredients 2.0” ถ่ายทอดแบรนด์บนศิลปะป๊อปอาร์ต และคอนเซ็ปต์ “CUBE” ถ่ายทอด แบรนด์ผ่านชิ้นงานกราฟิก ซึ่งทั้ง 3 ดีไซน์ที่ทำออกมา ถือเป็นตัวช่วยในการส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการผ่านร้านของ แมคโดนัลด์ในอารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป
P ตัวที่ 4 Promotion ที่เป็นเรื่องของการสื่อสารการตลาด ซึ่งในปีนี้จะมีจัดใหญ่! แคมเปญ “40th Fanniversary” แคมเปญเซอร์ไพร์สขอบคุณลูกค้าตลอดปี แมคโดนัลด์ ประเทศไทยชวนย้อนถึงเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมายจนเกิดเป็น ความทรงจำที่อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด 40 ปีกับแคมเปญ “40th Fanniversary” พร้อมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 อีกหนึ่งขั้นแห่งความสำเร็จของแมคโดนัลด์ ที่พร้อมเติมเต็มความสุขแก่คนไทยด้วยกิจกรรมเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งปี 2568 เพื่อขอบคุณลูกค้าที่อยู่เคียงข้างแมคโดนัลด์ในทุกโมเมนต์ตลอดมา

ผู้บริหารของแมคไทยเสริมว่า หนึ่งในหัวใจหลักของงานบริการคือ “พนักงาน” ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างความรู้สึกในเชิงบวกกับลูกค้าที่จะมีต่อแบรนด์ ดังนั้น แมคโดนัลด์จึงให้ความสำคัญต่อการสร้างความสุขให้กับพนักงานในทุกมิติและความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งนับเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จในการส่งมอบ Happy Moment ระหว่างแบรนด์และลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจและความประทับใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเรา
เธอบอกอีกว่า แมคโดนัลด์เป็นผู้นำแห่งการมอบประสบการณ์การบริการที่ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ซึ่งรวมถึงบริการเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะ และพนักงานต้อนรับ ผู้ช่วยที่คอยบริการลูกค้าภายในร้าน โดยปีที่ผ่านมาได้ติดตั้งเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติครบทุกสาขาแล้ว และตั้งเป้าให้ทุกสาขาใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้จะต้องมีเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ เพื่อมอบบริการไร้รอยต่อที่แท้จริงให้แก่ลูกค้า
“ตลอด 40 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราเชื่อว่าแมคโดนัลด์เป็นมากกว่าร้านอาหาร เราได้อยู่เคียงข้างลูกค้าเพื่อส่งต่อรอยยิ้ม ความสุข ส่งมอบประสบการณ์และโมเมนต์ดีๆ จากรุ่นสู่รุ่น จากการดำเนินกลยุทธ์ข้างต้น เราเชื่อมั่นว่าจะช่วยผลักดันให้แมคโดนัลด์สามารถเติบโตทะลุเป้าได้กว่า 10% ภายในปี 2568 ทั้งยังคงเดินหน้าพัฒนาเมนูและบริการที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกค้า เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ในประเทศไทยต่อไป”