ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 6.5% สะท้อนถึงโอกาสในการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดข้าวตังและขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อหมู (Pork Snack) ที่เติบโตโดดเด่นเป็นพิเศษด้วย CAGR สูงถึง 14% ซึ่งเป็นหมวดที่ “เจ้าสัว” มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งของข้าวตัง 79.1% และหมูแท่งกรอบ 62.1%
ปัจจุบันเจ้าสัวมีสินค้าเรือธงอย่างข้าวตัง ด้วยจุดเด่นที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารสูง และหมูแท่งกรอบ ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ด้วยการผลิตแบบอบแทนการทอด ช่วยลดปริมาณไขมัน แต่ยังคงรสชาติความอร่อย กรอบ และพกพาสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในปัจจุบัน

คุณณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยยังคงแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่บริษัทมั่นใจในศักยภาพของแบรนด์เจ้าสัวที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์ Better for You Snack และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ครอบคลุมทุกมิติ สิ่งเหล่านี้ทำให้เจ้าสัวแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน
โดยปีที่ผ่านมา เจ้าสัวออกสินค้าใหม่ อาทิ ข้าวอบกรอบ ขนมทานเล่นรองท้องเวลาหิว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยขนาดพอดีคำ ทานง่าย และพกพาสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการบริโภคในทุกโอกาส รวมไปถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์หมูแท่งกรอบ โดยเพิ่มความหลากหลายในรสชาติและรูปแบบของสินค้าพร้อมชูจุดเด่นในฐานะ “โปรตีนสแน็ค” ขนมขบเคี้ยวที่มีโภชนาการด้านโปรตีนสูง กินง่าย กรอบ อร่อย ลีน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดที่กว้างขึ้น เพิ่ม Product Penetration ในกลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เจ้าสัว ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและสร้างโอกาสเติบโตให้กับแบรนด์ในช่วงที่ผ่านมา
ในเวลาเดียวกันเจ้าสัวยังคงเดินหน้าขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายใน Modern Trade มากกว่า 23,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มความสำคัญกับช่องทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อให้เข้าถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนรุ่นใหม่
จากความทุ่มเทดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าสัวรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดข้าวตังและ Meat Snack ได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงรางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

รางวัลแห่งความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากสินค้าที่อร่อยและมีคุณภาพสูงเท่านั้น แต่เจ้าสัวยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้บริโภคผ่านประสบการณ์ที่ดีของแบรนด์ผ่านแคมเปญการตลาดที่โดดเด่นอย่างแคมเปญ Taste The Truth ข้าวตังเจ้าสัว ท้าชิมก่อนเชื่อ มุ่งเน้นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของข้าวตังเจ้าสัว ให้เป็นของว่างที่สามารถบริโภคได้ในทุกวัน โดยใช้ Key Message “รู้งี้กินนานแล้ว” เพื่อสื่อสารถึงคุณภาพและความอร่อยของข้าวตัง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมสินค้าและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดอีเวนต์เปิดตัวแคมเปญ การแจกสินค้าตัวอย่างกว่า 300,000 ชิ้น รวมถึงการสื่อสารผ่านสื่อ Out of Home, โซเชียลมีเดีย และการใช้ Influencer ช่วยขยายการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น Gen Z และผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งผลลัพธ์ของแคมเปญนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อข้าวตังเจ้าสัว ให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย
และอีกหนึ่งไฮไลต์ คือแคมเปญ มู หมู่ มู่ มู้ หมู หมูแท่งกรอบเจ้าสัว ซึ่งใช้กลยุทธ์การตลาดสายมู เชื่อมโยงความเชื่อเรื่องโชคลางของคนไทยเข้ากับผลิตภัณฑ์หมูแท่งกรอบเจ้าสัว ซึ่งสื่อถึงความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ความสะดวกในการบริโภค โดยมีข้อความหลักในการสื่อสาร “มูให้ชีวิตเป็นเรื่องง่าย ด้วยหมูแท่งกรอบเจ้าสัว” ถ่ายทอดผ่านกิจกรรม On Ground ที่สนุกสนานและดึงดูดผู้บริโภค เช่น การสแกน QR Code ดูดวง การเขย่า (ห)มูแท่งเซียมซี และการถ่ายภาพ (ห)มูแชะ แชร์ ตลอดจนการใช้ Influencer ในการสร้างกระแส โดยกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำให้กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสายมูเตลูและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ
“2 แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคสายสุขภาพ แต่ยังช่วยยกระดับการรับรู้ของแบรนด์ในระดับสากลผ่านการทำการตลาดแบบผสมผสานทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเจ้าสัวในฐานะผู้นำตลาด Modern Thai Snacks ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และเทรนด์การบริโภคของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง”
เพื่อต่อยอดความสำเร็จ ปีนี้ คุณณภัทร วางแผนการทำงานในส่วนของข้าวตัง มุ่งเติบโตขึ้นผ่านแนวคิด Own Good Energy & Gap-Fill Occasion Proposition เน้นสื่อสารถึงความเป็นขนมขบเคี้ยวที่อร่อยเติมพลังบวก และให้พลังงานดี ตอบโจทย์การบริโภคในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการของว่างที่มีประโยชน์ อิ่มท้อง และไม่รู้สึกผิด ขณะที่ขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อหมู ให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าด้วยการดึงดูด New User ผ่านแนวคิด Lean & Protein Proposition นำเสนอจุดขายเรื่องโภชนาการที่ดี โปรตีนสูง และเป็นขนมที่อร่อย กรอบ แต่ยังคงความลีน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสุขภาพ

พร้อมสร้าง Brand Perception ให้ผลิตภัณฑ์เจ้าสัวเหมาะสำหรับการบริโภคได้ทุกวัน (Everyday Consumption) โดยเน้นความสะดวกสบายและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ่านกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ซึ่งครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใช้ Social Media และ Influencer เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น
สุดท้ายนี้ คุณณภัทร ให้ความเห็นว่า ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน เจ้าสัวเชื่อว่าการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนั้นต้องมาจากการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนในสายตาผู้บริโภค เจ้าสัวจึงไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น โปรตีนสแน็คที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านรสชาติ คุณค่าโภชนาการ และเทรนด์สุขภาพ รวมถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตและกระจายความเสี่ยง
“ในยุคที่ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เจ้าสัวมุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนกับผู้บริโภคและคู่ค้าของเรา โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและจริงใจ เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความไว้วางใจในทุกมิติของการดำเนินงาน พร้อมทั้งยืนหยัดในการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ส่งมอบถึงมือผู้บริโภคมีมาตรฐานสูงสุด และการให้บริการที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีในทุกขั้นตอน”
นอกจากนั้น เจ้าสัวยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เรามุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม รวมถึงแหล่งวัตถุดิบในการผลิต โดยให้ความใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น และการพัฒนากระบวนการผลิตที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“เราเชื่อว่าความสำเร็จในการรักษาความเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคไม่ได้มาจากการหยุดนิ่ง แต่เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การสื่อสารและการขยายช่องทางการเข้าถึง เราจะยังคงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกยุคสมัย เพื่อให้เจ้าสัวคงความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคต่อไป”