“แด่คุณผู้เป็นยอดชีวัน ขอบคุณที่ฝ่าฟันด้วยกันมา”
ส่วนหนึ่งของกลอนที่ยังกวานชิกแต่งให้โอแอซุน สองสามีภรรยาจาก When Life Gives You Tangerines ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน ซีรีส์รวมบทกวีแห่งชีวิต ร้อยเรียงโดยหญิงสาวหัวขบถและชายหนุ่มผู้หนักแน่น แม้โชคชะตาไม่ยอมให้พวกเขามีความสุขได้นาน แต่ทั้งคู่ก็จับมือกันฝ่าฟันมาได้ทุกฤดูกาล ทั้งยังประคบประหงมต้นกล้าที่ทั้งสองร่วมกันปลูกให้เติบโตอย่างสุดกำลัง
ในขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดมุมมองของกึมมยอง ลูกสาวคนโตที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งจากทุกสารทิศ ทุกคนต่างโดนผูกมัดกับเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ชีวิตก้าวต่อไปได้ยาก โจทย์ของชีวิตคือทำอย่างไรให้มีความสุขภายใต้เงื่อนไขนั้น
นอกจาก When Life Gives You Tangerines จะเล่าถึงความหวานนิดขมหน่อยของชีวิต สายใยที่ตัดไม่ขาดของแต่ละความสัมพันธ์ บทบาททางเพศในสังคมชายเป็นใหญ่ และความสำคัญของการรักตนเองแล้ว ยังฉายให้เห็นถึงค่านิยมและวัฒนธรรมของเกาหลีออกมาเป็นซีรีส์ 16 ตอน 4 บทได้อย่างกลมกล่อม สร้างความรู้สึกให้ผู้ชมอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศนั้นด้วยตนเอง อย่าง When Life Gives You Tangerines ที่ใช้เซตติ้งเป็น “เกาะเชจู” มรดกโลกชิ้นยักษ์แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นที่มาของการตั้งชื่อซีรีส์เรื่องนี้

When Life Gives You Tangerines มาจากประโยค When life gives you lemons, make lemonade ที่แปลว่า เมื่อชีวิตเจอกับความยากลำบาก ให้มองในแง่บวกเข้าไว้ เช่นเดียวกับถ้าได้มะนาวมาแล้ว ก็เอามาคั้นให้เป็นน้ำมะนาวซะ ซึ่งผู้เขียนบทได้เปลี่ยนคำว่า “มะนาว” เป็นคำว่า “ส้ม” (Tangerine) นั่นเป็นเพราะว่าส้มเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเกาะเชจู ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของเกาะเชจูที่เหมาะกับการปลูกส้ม ทำให้ส้มจากเชจูมีรสชาติอร่อยโดดเด่นจากแหล่งปลูกอื่น ๆ

มากไปกว่านั้น ชื่อบนโปสเตอร์ที่โปรโมทในเกาหลี “폭싹 속았수다” ยังเป็นภาษาถิ่นเชจูที่แปลว่า “ขอบคุณที่ทำงานหนัก” (โปสเตอร์เวอร์ชันญี่ปุ่นก็ใช้ Otsukare แปลว่าขอบคุณที่ทำงานหนักเหมือนกัน) สื่อถึงการแสดงความขอบคุณคนรุ่นก่อน ทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ที่ยินดีทำงานหนัก ยอมแลกทุกสิ่งเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของลูกหลาน
แต่ฝั่งทีม Netflix ไทยขอตั้งว่า “ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน” ส่วนทีมไต้หวันใช้สำนวนจีน “หลังจากลิ้มรสขม ก็จะได้เชยชมรสหวาน” เพราะคำว่า “ส้ม” และ “หวาน” เป็นคำพ้องเสียงกันในภาษาจีน จึงจะเห็นได้ว่าทั้งไทยและไต้หวันยังคงใส่ความหวานของส้มลงในชื่อเรื่อง โดย Netflix ให้เหตุผลว่า “เราตั้งใจจะแปลชื่อเรื่องให้เข้ากับภาษาและวัฒนธรรมของผู้ชมแต่ละที่ให้มากที่สุด” ที่น่าสนใจคือการทิ้งปมให้ผู้ชมสงสัยว่าทำไมต้องเป็นส้ม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ส้มที่ชาวเชจูภาคภูมิใจเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นนั่นเอง

นอกจากจะโปรโมทส้มเชจูหวาน ๆ (ที่ในเรื่องไม่ค่อยหวานเท่าไร) แล้ว ซีรีส์ยังเชิญชวนทุกคนมาพบกับความสวยงามของหาดกิมนยอง ซองเซกิ (Gimnyeong Seongsegi) จุดเริ่มต้นบทกวีแห่งชีวิตของโอแอซุน ที่มองไปจะเห็นน้ำทะเลสีน้ำเงิน ทรายขาวบริสุทธิ์ และแนวหินที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟบนชายฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเชจู เป็นสถานที่ที่แอซุนวัย 10 ขวบนั่งรอกวังรเยผู้เป็นแม่ ที่มักจะกลับมาช้ากว่าแฮนยอ*คนอื่น ๆ หลังจากการไปเก็บหอยเป๋าฮื้อนอกชายฝั่งของเชจู ครบองค์ประกอบดังคำกล่าวที่ว่า “เกาะเชจูอุดมไปด้วย 3 สิ่ง คือ สายลม ก้อนหิน และผู้หญิง”
*คำว่าแฮนยอ เกิดจากคำว่าแฮ จาก 해변 (แฮ-บยอน) แปลว่าทะเลหรือชายหาด มารวมกับคำว่านยอ จาก 숙녀 (ซุก-นยอ) แปลว่าผู้หญิง กลายเป็นคำว่า 해녀 ที่หมายความว่าผู้หญิงแห่งท้องทะเล ในอดีตแฮนยอเป็นชื่อเรียกอาชีพนักดำน้ำหญิงแห่งเชจู ที่ต้องแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเลนานหลายชั่วโมงเพื่อหาหอยปูปลาไปขาย หากสงสัยว่าทำไมไม่ให้ผู้ชายไปทำ? จากเหตุการณ์สังหารหมู่บนเกาะเชจูในช่วง 1948 ทำให้สูญเสียประชากรเพศชายล้มตายในสงคราม ผู้หญิงบนเกาะเชจูจึงเป็นเสาหลักครอบครัวโดยปริยาย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สามารถลบล้างความชายเป็นใหญ่ออกไปได้ แม้นางเงือกเกาหลีจะดำน้ำจนได้หอยเป๋าฮื้อมามากเพียงใด ผู้ชายก็ยังถูกยกย่องให้เป็นผู้นำในสังคมต่าง ๆ อยู่ดี ชีวิตของกวังรเยเป็นเช่นนั้น

สีน้ำเงินจากน้ำทะเลตัดกับสีเหลืองทองอร่ามของทุ่งดอกคาโนลาได้ลงตัว ดอกคาโนลาสามารถเติบโตได้ดีเมื่อปลูกในดินภูเขาไฟ เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิก็บานสะพรั่งเป็นทุ่งใหญ่ สวยงามจนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะถ่ายรูปเมื่อมาเที่ยวเชจู ทางการจึงจัดกิจกรรมชมทุ่งดอกคาโนลาเมื่อปี 1980 จนตอนนี้กลายเป็นเทศกาลชมดอกไม้ที่โด่งดังของเกาหลี ซึ่งทุ่งคาโนลาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ความรักของกวานชิกและแอซุนเริ่มผลิบาน แม้จะโรยราไปตามฤดูกาล แต่ก็ประทับอยู่ในใจของแอซุนนานไม่มีวันลืมเลือน
และยังมียอดเขาซองซาน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) หรือที่เรียกกันว่ายอดเขาซันไรซ์ หนึ่งในภูเขาไฟ 360 ลูกทางตะวันออกของเกาะเชจู ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งใต้ปล่องภูเขาไฟนี้มีวัดที่แอซุนถูกแม่กวานชิกบังคับให้โค้งคำนับ 3,000 ครั้ง เพราะคนเกาหลีมีความเชื่อว่าหากทำเช่นนั้นจะทำให้มีลูกง่ายขึ้น (กี่โมง)

จากสถิติของสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเชจู เผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่เดินทางมายังเกาะเชจูลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 12.66 ล้านคนในปี 2023 เหลือ 11.86 ล้านคนในปี 2024 เนื่องจากชาวเกาหลีนิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นหรือจีนมากขึ้น รวมถึงเที่ยวบินที่มีให้บริการลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2023 สนามบินนานาชาติเชจูรองรับเที่ยวบินภายในประเทศ 161,632 เที่ยวบิน และลดลงเหลือ 156,533 เที่ยวบินในปี 2024
ไม่เพียงเท่านั้น นักท่องเที่ยวตำหนิว่าบริการย่ำแย่ เอาเปรียบด้วยการเรียกเก็บเงินเกิน และยังมีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ความสนใจในการเดินทางมายังเกาะเชจูลดลงอีกด้วย แต่เมื่อ When Life Gives You Tangerines เริ่มฉาย รัฐบาลพิเศษประจำจังหวัดเชจูก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเกาะเชจูให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลพิเศษประจำจังหวัดเชจูประกาศว่า จะเปิดตัวแคมเปญท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมถึง 6 เมษายน จะส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมบนเกาะ ประดับประดาด้วยดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ เช่น ดอกคาโนลาและดอกซากุระ และเน้นกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยร่วมมือกับแคมเปญ “Visit Jeju Heritage Year 2025” ของ Korea Heritage Service อีกทั้งยังมีโปรแกรมยังเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวสำรวจไร่ส้มอันเลื่องชื่อของเกาะเชจู ดูโลมาปากขวดอินโด-แปซิฟิก และชมดอกคาโนลาในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ When Life Gives You Tangerines พร้อมลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปเชจูผ่านลอตเตอรี
“นับตั้งแต่ซีรีส์ออกฉาย มีการสอบถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเกาะเชจูเพิ่มขึ้นมาก ยังต้องรอดูว่าจะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะนี้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการชะลอตัวของการเดินทางในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์” เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กล่าว “ความนิยมของซีรีส์เกาหลีดูเหมือนจะส่งผลดีต่อการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเกาะเชจู คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยมของซีรีส์เกาหลีที่ยังคงดำเนินอยู่”
“เราหวังว่าทรัพยากรทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของเชจูจะได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก ผ่านความสำเร็จระดับโลกของซีรีส์ที่ถ่ายทอดความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ของเชจู” คิม ยังโบ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการศึกษาของรัฐบาลเชจูกล่าว
อ้างอิงข้อมูลจาก The Korea Times และ The Korea Herald