1 นาทีมี 60 วินาที ในทุกๆ วินาทีจะมีผู้บริโภคชาวไทยดื่มเนสกาแฟกว่า 250 แก้ว โดยแบรนด์กาแฟพร้อมชงที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 50 ปี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมกาแฟใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ
หากมองลึกลงไปในมูลค่าตลาดกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทยปี 2567 นีลเส็น ไอคิว ระบุว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่ามากถึง 16,300 ล้านบาท นับว่ามีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น 3% เทียบจากปีก่อนหน้า โดยเนสกาแฟสามารถครองตำแหน่งผู้นำของตลาดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และยังครองตำแหน่งแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาเป็นอันดับ 1 จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand หมวดสินค้าบริโภค กลุ่มกาแฟพร้อมชง มาไว้ได้สำเร็จอีกด้วย
คุณโจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยถึงปัจจัยที่ผลักดันให้เนสกาแฟสามารถครองความสำเร็จดังกล่าวไว้ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ว่ามาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม การสร้างแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์สร้างแรงบันดาลใจ และการมุ่งเน้นความยั่งยืนในการปลูกกาแฟและการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ทางแบรนด์เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคในตลาดกาแฟพร้อมชงที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่คำนึงถึงความสะดวกสบายและประสบการณ์การดื่มกาแฟที่มีคุณภาพสูงขึ้น รวมทั้งต้องการสัมผัสประสบการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร และต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ สำหรับการดำเนินชีวิตแต่ละวัน มากกว่าการเป็นแบรนด์กาแฟที่ทำให้ตื่นเพียงอย่างเดียว

ปีที่ผ่านมาจึงมีการส่งมอบแคมเปญที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจอย่าง “NESCAFÉ Make Your World” โลกของคุณ…สร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน เป็นแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเนสกาแฟในรอบ 10 ปี เพื่อพัฒนาจุดยืนของแบรนด์เนสกาแฟให้เป็นเครื่องดื่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน
“เราพลิกโฉมแบรนด์จากการเป็นเครื่องดื่มประจำวันที่ทำให้ผู้คนตื่น มาเป็นเครื่องดื่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า ด้วยกาแฟแก้วเล็กๆ ที่มีรสชาติดีเยี่ยม โดยแคมเปญนี้สามารถเข้าถึงผู้คน 59 ล้านคนทั่วประเทศ และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค”
มากไปกว่านั้น ได้มีการเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาดสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก อาทิ The World of Perfect Mix สำหรับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู และ The World of Authenticity สำหรับเนสกาแฟ เรดคัพ ซึ่งทั้ง 2 แคมเปญสามารถเข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ และสร้างความตื่นเต้นและสร้างการมีส่วนร่วมให้กับคอกาแฟไทยในวงกว้าง

ช่วงปลายปีเดียวกัน ได้ร่วมมือกับ Partner หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นโก๋แก๋ ลงทุนแมน น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง ร่วมมือกันจัดแคมเปญ “เนสกาแฟ อร่อยทำถึง” ชวนกันมาจุดกระแสยืนยันรสชาติของเนสกาแฟที่รสชาติอร่อยแบบทำถึงทั่วไทย
ในแง่ของความท้าทายที่แบรนด์ต้องเผชิญอย่างเรื่องของปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศที่ลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เนสกาแฟไม่รอช้าดำเนินการออกแนวทางรับมือด้วยการพัฒนาการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture และการสนับสนุนเกษตรกรในการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน โดยผ่านการดำเนินการฝึกอบรมด้านการเกษตรเชิงฟื้นฟูให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไปแล้วกว่า 2,000 ราย และกระจายต้นกล้ากาแฟพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟแล้วกว่า 4.7 ล้านต้น
สนับสนุนการวิเคราะห์ดินอย่างต่อเนื่องแก่เกษตรกรจำนวน 3,800 ราย ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อแนะนำการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องตามค่าของดิน รวมถึงยังได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในสวนกาแฟกับเกษตรกรไปแล้วกว่า 300 ราย เพื่อเสริมรายได้แก่เกษตรกร ซึ่งการเลี้ยงผึ้งในสวนเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าสวนนั้นไม่มีการใช้สารเคมี และผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ทางชีวภาพ
นอกจากนี้ เนสท์เล่ได้จัดหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตร (Farmer Business School) เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการเรื่องต้นทุนและกำไร และมีการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
“จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเหล่านี้ ทำให้ปัจจุบันเนสกาแฟสามารถใช้เมล็ดกาแฟที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ 100% ตามมาตรฐานสากล 4C (Common Code for the Coffee Community) นอกจากนี้ 20% ของเมล็ดกาแฟสดที่ใช้มาจากการเพาะปลูกด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟู ซึ่งการดำเนินงานของเนสกาแฟดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ ประเทศไทย สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเหลือศูนย์ภายในปี 2050” คุณโจโจ้ อธิบายเพิ่มเติม
สำหรับในปี 2568 เนสกาแฟมุ่งตอกย้ำการเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหนียวแน่น ภายใต้การสานต่อกลยุทธ์ “NES” ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่
กลยุทธ์ที่ 1 N: NESCAFÉ Brand มุ่งพัฒนาเนสกาแฟให้เป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคและบทบาทของกาแฟก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เนสกาแฟจึงพัฒนาจุดยืนของแบรนด์ใหม่ พลิกโฉมแบรนด์จากการเป็นเครื่องดื่มประจำวันที่ทำให้ผู้คนตื่นมาเป็นแบรนด์ที่สร้างแรง บันดาลใจให้ทุกคนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า
กลยุทธ์ที่ 2 E: Experience มอบประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสุดพิเศษผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูตรใหม่ เนสกาแฟมุ่งมั่นมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟชั้นเลิศด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูตรใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งลงทุนและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟของไทยให้เติบโตไปอีกขั้น
กลยุทธ์ที่ 3 S: Sustainability ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ เนสกาแฟมุ่งมั่นพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ภายใต้โครงการ “เนสกาแฟ แพลน 2030” ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกของเนสกาแฟการเกษตรเชิงฟื้นฟูจะช่วยให้เกษตรกรพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมทั้งปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ
แผนงานถัดไป เนสกาแฟจะมุ่งขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าสู่จังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดตากและจังหวัดเลย โดยมุ่งส่งเสริมการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำเสนอกาแฟที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทย
ส่วนสุดท้าย ในด้านบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟได้มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (Designed for Recycling) ในหลายบรรจุภัณฑ์ เช่น ซองบรรจุภัณฑ์แบบ Mono Structure ที่ผลิตจากพลาสติกประเภทเดียวกัน หรือกระป๋องอะลูมิเนียม สำหรับเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม รีไซเคิลได้ 100% เป็นต้น
คุณโจโจ้ กล่าวทิ้งท้ายถึงวิธีการรักษา Top of Mind ไว้ว่า “เนสกาแฟจะมุ่งเน้นสร้างแคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์ โดดเด่น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ควบคู่กับการมุ่งเน้นการดำเนินงานในเรื่องของความยั่งยืน เพื่อตอกย้ำว่าแบรนด์เนสกาแฟเป็น Thailand’s Most Admired Brand สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยไว้ได้อย่างแท้จริง”