ในฐานะผู้นำในตลาดนมพาสเจอร์ไรส์และโยเกิร์ต การปลูกฝังการคิดค้นนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่ “CP-Meiji” มุ่งมั่นและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด “Inspiring Innovation” ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ที่ทั้งเป็นหลักในการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ผู้บริโภค แต่ยังสามารถสร้างความแตกต่างและเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างยั่งยืน จนทำให้ CP-Meiji สามารถคว้ารางวัลพิเศษ Innovation Brand Award จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand มาครองต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

หลายๆ ผลิตภัณฑ์ของ CP-Meiji ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและการตอบรับที่ดีในกลุ่มผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นนมเมจิ ไฮโปรตีน โยเกิร์ต เมจิ บัลแกเรีย โยเกิร์ตเมจิ ดับเบิ้ลซีโร่ หรือล่าสุดอย่าง เมจิ กรีกสไตล์โยเกิร์ต ก็ล้วนพัฒนามาจากแนวคิด Inspiring Innovation ซึ่งมีความหมายว่าจะต้องเป็นนวัตกรรมสินค้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งพนักงานและผู้บริโภคได้ สินค้าบางอย่างสร้างความใหม่ให้กับตลาดให้กับผู้บริโภคและยังได้ช่วยแก้ Pain หรือเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้ได้ แต่สินค้าบางอย่างอาจไม่ได้ใหม่กับตลาดมากแต่ก็กระตุ้นให้คนในองค์กรคิดใหม่ ทำใหม่ในแง่การทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องตลาดได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีการหรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย ตัวอย่างสินค้าหนึ่งที่ชัดเจนในเรื่องนี้คือสินค้า เมจิ กรีกสไตล์โยเกิร์ต เพราะถ้าพูดถึงกรีกโยเกิร์ตอาจไม่ได้ใหม่ในตลาดมาก เพราะต่างประเทศเองก็นิยมมาก หรือมีแบรนด์ต่างประเทศเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่เมื่อ CP-Meiji เล็งเห็นโอกาสในการนำเสนอสินค้านี้สู่ผู้บริโภคก็ต้องทำให้สินค้ามีความแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ เป็นโจทย์ให้ทีมงานได้กลับมาคิดให้มากขึ้นทั้งในแง่เทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาคอนเซ็ปต์สินค้า การสื่อสารต่างๆ จนทำให้ปี 2024 เราได้วางขายเมจิ กรีกสไตล์โยเกิร์ตที่เป็นกรีกโยเกิร์ตในรูปแบบใหม่ ซึ่งให้ทั้งเนื้อสัมผัสแน่นแตกต่างและรสชาติที่ไม่เปรี้ยวเกินไป และยังมีสารอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว ซึ่ง CP-Meiji ได้มีการพัฒนาเทคโลยีการผลิตใหม่ให้เกิดเนื้อโยเกิร์ตที่แตกต่างและพัฒนาสูตรสินค้าที่แก้ Pain เรื่องความเปรี้ยวของรสชาติให้อร่อย กลมกล่อมลงตัวมากขึ้นด้วย


แต่หากพูดถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดเลยก็อยากจะยกตัวอย่าง เมจิ มิกซ์มิลค์ ซึ่งเป็นนมผสมพร้อมใช้งาน ที่มีที่มาจากการที่เราเห็นว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟหรือเครื่องดื่มมักจะต้องมีการผสมนมกับนมข้นจืดนมข้นหวานให้พร้อมใช้งาน ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมและต้องหาสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อชูรสชาติเครื่องดื่มได้ดียิ่งขึ้น CP-Meiji จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยังตอบโจทย์การทำให้เครื่องดื่มอร่อยเข้มข้นแต่สะดวกกับการใช้งานมากขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์นมข้นจืดและนมข้นหวานพร้อมใช้งานชื่อว่า เมจิ มิกซ์มิลค์ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับตลาดใหม่ๆ เช่น ธุรกิจ B2B ร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร หรือกลุ่มธุรกิจ HoReCa และล่าสุดก็สามารถขยายไปสู่การเป็นส่วนประกอบของซอฟต์เสิร์ฟที่เราได้พัฒนาร่วมกับคู่ค้าต่างๆ จนเกิดเป็นกระแสและสร้างยอดขายได้แบบถล่มทลาย
“ทุกผลิตภัณฑ์ที่ CP-Meiji พัฒนา เรามีกระบวนการการคิดค้นที่ชัดเจน ไม่หยุดที่จะต่อยอดและพัฒนาต่อไป โดยเริ่มต้นจากการศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า CP-Meiji จะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่ตอบรับเทรนด์ แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าและตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย” คุณอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าว
เราให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ทั้งในแง่การทำความเข้าใจแบบเชิงลึก และการมองเทรนด์ตลาดแบบเชิงกว้าง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาโอกาสในการเติมช่องว่างในการตลาดและมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้บริโภค และต้องมองไกลไปล่วงหน้าว่าตลาดหรือผู้บริโภคจะปรับไปในทิศทางใด ตัวอย่าง เช่น จากข้อมูลต่างๆ เราเล็งเห็นว่าทิศทางตลาดอาหารและเครื่องดื่มน่าจะไปในทางสุขภาพตั้งแต่ช่วงปี 2013 จึงได้มีการพัฒนาและวางขายผลิตภัณฑ์อย่างนมเมจิ ไฮโปรตีน หรือโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย ที่เน้นจุดขายประโยชน์เรื่องสุขภาพเป็นหลัก ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็ยอมรับว่าค่อนข้างยากในการทำให้ผู้บริโภครับรู้หรือเข้าใจความแตกต่างด้านสุขภาพ เช่น เมจิ ไฮโปรตีน นมที่มีโปรตีนสูงกว่านมทั่วไป หรือเมจิ บัลแกเรียที่มีจุลินทรีย์ดี LB81 แต่เราเองก็ทั้งทำการสื่อสารแบบใหม่ๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่องให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณประโยชน์ด้านสุขภาพที่มากขึ้น ประกอบกับเทรนด์สุขภาพก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสถานการณ์ Covid19 ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและเลือกสินค้าที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าแม้ในช่วงที่ตลาดซบเซา แต่สินค้าของเรากลับเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี จนในปัจจุบันมีสินค้าเข้ามาเล่นในเซกเมนต์นมโปรตีนสูงมากมายหลายแบรนด์ ทำให้เซกเมนต์นี้ยังโตต่อไปได้อีกมาก หรือโยเกิร์ตแบรนด์อื่นๆ ก็เริ่มมาพูดถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์กันมากขึ้น

ภารกิจต่อมาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ CP-Meiji จึงเริ่มเป็นการปรับมุมมองผู้บริโภคชาวไทยว่า ผลิตภัณฑ์จะต้องให้ได้มากกว่าแค่ความอร่อยแต่ยังต้องตอบโจทย์ด้านสุขภาพได้ด้วย โดยเรามีสินค้าที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ เช่น โยเกิร์ตเมจิ ดับเบิ้ลซีโร่ ที่พัฒนามาจากมุมมองที่ว่า โยเกิร์ตสามารถเป็นได้มากกว่าการเป็นเพียงของว่าง แต่สามารถช่วยดูแลรูปร่างได้อย่างแท้จริง เพราะโดยปกติคนอาจจะคิดไปเองว่าโยเกิร์ตสูตร 0% คือ 0 ทุกอย่าง ไม่มีอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วแม้จะเป็นสูตรไขมัน 0% แต่กลับมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูงและอาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อยากทานโยเกิร์ตเพื่อดูแลรูปร่าง ทำให้ CP-Meiji จึงคิดค้นโยเกิร์ตสูตร Double Zero ที่ไม่เพียงแต่มีไขมัน 0% แต่ยังมีน้ำตาล 0% ด้วย แต่แน่นอนว่ายังคงให้ความอร่อยพร้อมส่วนผสมของรสผลไม้ที่เหมาะกับการดูแลรูปร่าง เป็นแบรนด์โยเกิร์ตแบรนด์แรกที่ออกมาในสูตรไม่เติมน้ำตาลทรายซึ่งสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เห็นได้จากยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสินค้าเองยังได้รับรางวัลระดับโลกการันตี อย่างรางวัล World Dairy Innovation Award 2024 ที่ได้รับรางวัลเป็นขวัญใจกรรมการ

แน่นอนว่านวัตกรรมที่ CP-Meiji ได้นำเสนอในตลาดโยเกิร์ตไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงวิธีการบริโภคของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยให้ใส่ใจสุขภาพ เลือกสินค้าที่มีประโยชน์มากขึ้น อย่างในปัจจุบันผู้บริโภคก็หันมาสนใจเรื่องข้อมูลโภชนาการ อย่างปริมาณน้ำตาล ปริมาณโปรตีน หรือปริมาณแคลอรีกันมากขึ้น
จริงๆ แล้ว CP-Meiji มีการปลูกฝังด้านการสร้างนวัตกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังส่งเสริมคนในองค์กรในการหาข้อมูล ศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วโลก ชวนทุกคนมาเสนอไอเดียเกี่ยวกับสินค้าหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ว่าจะแผนกไหนก็สามารถเข้าร่วมได้ เพื่อหาแนวทางในการตอบโจทย์กับตลาดต่างๆ เพราะ CP-Meiji เชื่อว่านวัตกรรมเกิดจากมุมมองที่หลากหลาย ไม่ได้มาจากทีม R&D หรือการตลาดเท่านั้น บางทีก็มาจาก Pain Point เล็กๆ น้อยๆ ที่พบเจอในกระบวนการทำงาน

สุดท้ายนี้ คุณอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงการต่อยอดนวัตกรรมในอนาคตของ CP-Meiji ไว้ว่า “CP-Meiji ให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้าและความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้ง ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึง 2-5 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงเรายังเปิดกว้างสำหรับการคิดค้นนวัตกรรมจากทุกคนในองค์กร ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็สามารถมีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียพัฒนาหรือปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์หรือแก้ Pain ให้กับผู้บริโภคได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น”