ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของค้าปลีกไทย ซึ่งมีผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและใหม่ที่ต่างงัดกลยุทธ์ต่างๆ หวังสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือกว่าเพื่อดึงดูดใจลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม Luxury ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวมากนัก “พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์” ยังคงเป็นแบรนด์ที่ยืนหนึ่งในใจลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยการตอบโจทย์ All-in-One นำเสนอสินค้าที่หลากหลายสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งบริการเหนือระดับและสิทธิพิเศษที่โดนใจ เมื่อผนวกกับกิจกรรมที่ตอบไลฟ์สไตล์ลูกค้า จึงทำให้พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์เป็น World Class Shopping Destination ผู้พลิกโฉมค้าปลีกไทยสู่มาตรฐานระดับโลก ส่งผลให้ได้รับรางวัล Brand Impact Award จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand ไปครองในฐานะห้างสรรพสินค้าที่สร้างปรากฏการณ์ช้อปปิ้งมาตรฐานระดับโลก

ความโดดเด่นที่ทำให้พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ครองใจลูกค้าและกลายเป็น World Class Shopping Destination ใจกลางกรุงเทพฯ คือการรวบรวมความเพลิดเพลินในการใช้ชีวิตและความบันเทิงแบบ Luxury ไว้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่ง คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด อธิบายว่า นอกจากศักยภาพในแง่ของโลเคชันที่ทำให้ลูกค้าทั้งไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย การคัดสรรสินค้าที่มีความหลากหลายถือเป็นโจทย์แรกที่สร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ดีสำหรับลูกค้า
“เรามีสินค้าที่หลากหลาย แบรนด์ที่ครบครันเพื่อต้อนรับลูกค้าทุกระดับเนื่องจากความได้เปรียบในแง่ของโลเคชันทำให้เรามีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายตั้งแต่ระดับแมสไปจนถึงไฮเอนด์ นั่นทำให้เราต้องพยายามคัดเลือกสินค้าที่สามารถตอบความต้องการของคนทุกกลุ่มได้ ตัวอย่าง เช่น กูร์เมต์ มาร์เก็ต เรามีสินค้าที่ครบตามความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสด นอกจากนั้นเรายังมีสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าตอบเทรนด์ผู้บริโภค สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แม้กระทั่งฟู้ดคอร์ทเราสามารถนำเสนออาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดชื่อดังที่หาทานยากไปจนถึงร้านระดับมิชลิน”

อีกเอกลักษณ์ที่ทำให้พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์แตกต่างจากคู่แข่ง คือการนำเสนอ The Best of Thailand สินค้าแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นจากดีไซเนอร์ไทย อาหาร ของที่ระลึก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเลือกซื้อได้ครบจบในที่เดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาไปที่อื่น ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่อาจมีเวลาไม่มากนัก
เช่นเดียวกับสินค้าในกลุ่ม Luxury ซึ่งพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์พยายามคัดสรรแบรนด์ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้า ที่โดดเด่นคือแผนก Beauty Hall ซึ่งนำเสนอแบรนด์ความงามที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำหอม Beauty Brand ชั้นนำระดับโลกหลายแบรนด์เลือกมาเปิดตัวที่พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์แห่งแรก เช่น Charlotte Tilbury, Hermes Beauty, Hourglass, Gucci Beauty, Aesop รวมไปถึง Exclusive Brand อย่าง Dolce & Gabbana Beauty, Creed, Byredo, Maison Francis Kurkdjian และ Loewe สะท้อนความเป็น No.1 World-Class Beauty Destination
คุณวรลักษณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้าที่ครบครันและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย แต่พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ยังให้ความสำคัญกับ Customer Journey ของลูกค้า เพราะเข้าใจดีว่าพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การมาห้างสรรพสินค้าจึงไม่ใช่สถานที่เพื่อการช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาใช้ชีวิต พบปะสังสรรค์ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสะดวกสบายที่สุดแก่ลูกค้า
“สิ่งที่เราแตกต่างจากคนอื่นที่เห็นได้ชัด คือการวางเลย์เอาท์ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ดคอร์ทอยู่ชั้นล่างสุด เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการเลือกซื้อของ เนื่องจากบางคนต้องการมาซื้อของกินของใช้หลังเลิกงาน หรือทานข้าวแบบเร็วๆ ช่วงกลางวัน ถ้าเขาไม่สะดวกที่จะมาเพราะต้องเดินขึ้นเดินลง หรือหาที่จอดรถ เขาก็ไม่เลือกมาที่ห้างของเรา เราเชื่อเรื่องของการวาง Customer Journey ที่ดีที่สุด สะดวกที่สุดเพื่อลูกค้า”
M CARD คือระบบ CRM ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลาย สามารถคาดเดาการใช้จ่ายหรือความสนใจในอนาคตของลูกค้าเพื่อนำเสนอสิทธิพิเศษที่ดีที่สุด โดยปัจจุบัน M CARD มีฐานสมาชิกอยู่ที่ 6.4 ล้านราย มีคะแนนหมุนเวียนมากกว่า 1 หมื่นล้านคะแนนต่อปี อย่างไรก็ตาม คุณวรลักษณ์ มองว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่าจำนวนสมาชิก คือจำนวนการใช้งานจริงของผู้บริโภคมากกว่า

ดังนั้นจึงเดินหน้ากลยุทธ์ M Card Ecosystem Expansion ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรทั้ง Global และ Local เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าสมาชิก M Card ทั้งภายในและนอกห้างฯ พร้อมสำหรับการตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบทุกมิติไลฟ์สไตล์ทั้งการสะสมและแลกคะแนน M Point ที่ไม่ใช่เพียงแต่ในห้างสรรพสินค้า แต่ได้ขยายสิทธิประโยชน์ไปยังร้านค้าทั้งภายในและนอกศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป และการให้สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในหมวดต่างๆ นอกเหนือจากการช้อปปิ้ง เช่น อาหาร สุขภาพ และท่องเที่ยว เป็นต้น
รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจเพื่อเสริมศักยภาพในระดับโลก ในรูปแบบของการทำ Market Expansion ภายใต้แคมเปญ “Cross Border Promotion with International Department Store” โดยใช้บัตรสมาชิก M Card และบัตร Co-Brand เครดิตการ์ด Bangkok Bank M Visa เป็นเครื่องมือสำคัญในการปั้นโมเดลธุรกิจในต่างประเทศของเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์เมื่อเดินทางท่องเที่ยวและช้อปปิ้งภายในช้อปปิ้งมอลล์ชั้นนำทั่วโลก เช่น แพรงตองค์ (Printemps) ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของฝรั่งเศส, เอล คอร์เต้ อิงเลส เอสเอ (El Corte Ingles) ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในสเปน, แหล่งช้อปปิ้ง Village Outlet ในเครือเดอะบิสเตอร์คอลเลกชัน (The Bicester Collection) กว่า 9 สาขาในยุโรป, ดอง กิโฮเต้ (Don Quijote) หรือดองกี้ในประเทศญี่ปุ่น, ซันเวย์ซิตี้ (Sunway City) ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น
“เราพยายามขยายอีโคซิสเต็มของ M Card ให้ได้มากที่สุด ลูกค้าสามารถนำบัตรของเราไปใช้กับพันธมิตรในต่างประเทศได้ทันที ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าแม้ว่าเราจะไม่ได้มีห้างอยู่ในต่างประเทศก็ตาม” แน่นอนว่า ในอนาคตธุรกิจต้องเผชิญกับรูปแบบต่างๆ แต่ คุณวรลักษณ์ ย้ำว่า พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ต้องเดินหน้าทำงานโดยยึด 5 ข้อที่สำคัญ คือ
- Adaptive ติดตามพฤติกรรมของลูกค้าและปรับตัวให้ทันกับความต้องการนั้นอย่างทันท่วงที
- Predictive ต้องคาดการณ์ให้ได้ว่าเทรนด์อะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วเข้าไปจับให้ทันเพื่อนำเสนอแก่ลูกค้า
- Engagement ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแบบที่เงินหาซื้อไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง Relationship Management
- Commitment ให้คำสัญญาแล้วทำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือแม้กระทั่งพนักงาน
- Globality เชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ เพื่อความได้เปรียบในแง่ของธุรกิจและความเป็นสากล
“เราต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องทำให้คนเห็นความกระตือรืนร้นของแบรนด์ตลอดเวลา เพื่อสร้างความน่าตื่นเต้นความสุข ความสนุกสนานด้วยบริการที่เหนือความคาดหวัง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับลูกค้า รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ”ความมุ่งมั่นทั้งหมดที่พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์พยายามสร้าง นอกจากส่งผลให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญระดับโลก เป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนต่างชาติจากทุกมุมโลก อีกทั้งยังเป็น Showcase ที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี สร้างอิมแพ็คและยกระดับค้าปลีกไทยไปสู่มาตรฐานระดับโลก