ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งที่สามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้อย่างยาวนาน แต่ “เอไอเอ” พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า หนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยที่มีอายุ 87 ปีแบรนด์นี้สามารถยืนหยัดท่ามกลางกระแสแรงลมความผันผวนต่างๆ ในแต่ละยุคได้อย่างแข็งแกร่ง
นี่เองเป็นที่มาของรางวัลพิเศษ Hall of Fame จาก 2025 Thailand’s Most Admired Brand ในฐานะแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง
ความสำเร็จที่ยั่งยืนผ่านปรัชญาธุรกิจที่แน่วแน่
คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวถึงรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนถึงปรัชญาและวิสัยทัศน์ของเอไอเอว่าดำเนินมาถูกทาง และเอไอเอจะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านี้ แน่นอนว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หากเกิดจากฟันเฟืองต่างๆ ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกันตามวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ ทำให้เอไอเอมีความโดดเด่น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จนเกิดเป็นความผูกพันอย่างยาวนาน
“แม้ว่าตลอด 50 ปีมานี้ เอไอเอเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรม แต่เอไอเอไม่ได้นิยามความเป็นผู้นำแค่ผลประกอบการ หรือจำนวนผู้ถือกรมธรรม์มากที่สุด แต่เป็นการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการจากบริษัทและตัวแทน อย่างไรก็ตาม คุณค่านั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากคำมั่นสัญญาที่ว่า ‘Healthier, Longer, Better Lives - เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญขององค์กร”

ต่อยอดคำมั่นสัญญาสู่เป้าหมายการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและการเงินเพื่อคนไทย
ในทุกๆ วันการทำงานของเอไอเอจึงเดินตาม Brand Promise ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ซึ่งการส่งมอบคุณค่าให้สอดคล้องไปตาม Brand Promise นั้น จำเป็นต้องมีนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ที่ผสานความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ร่วมด้วยโปรดักต์พอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของทุกช่วงชีวิต เพื่อนำไปสู่การวางแผนที่ดีรอบด้านทั้งด้านสุขภาพและด้านการเงิน
“จริงอยู่ที่ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดี แต่หลายคนยังอาจจะยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ประกันสุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสําคัญที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเอไอเอมีแบบประกันให้เลือกมากมายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เพื่อมอบความคุ้มครองระยะยาวและบริการด้านสุขภาพที่ดูแลถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ตลอดจนความคุ้มครองโรคร้ายแรง”
ขณะเดียวกัน เอไอเอก็มีประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ในราคาที่เหมาะสมเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองจากประกันชีวิตแล้วยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเพิ่ม/ลดทุนประกันชีวิตได้ตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละช่วงชีวิต ซึ่งบริหารกองทุนด้วยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนทั่วโลก มีเครือข่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

ปรับโฉมโซลูชันด้านสุขภาพให้ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต
ด้วยค่าใช้จ่ายในด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ผนวกกับการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่มากขึ้น เอไอเอ เข้าใจอย่างดีถึงความต้องการที่มากกว่าแค่การประกัน
ความปรารถนาที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น อันนำมาซึ่งนวัตกรรมที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือ AIA Vitality ซึ่งเข้ามาปฏิวัติวงการประกันสุขภาพเมื่อ 9 ปีก่อน ถือเป็นโปรแกรมสุขภาพที่เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและสนับสนุนให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต โดยสร้างแรงจูงใจผ่านกิจกรรมต่างๆ บนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์ของการมีสุขภาพที่ดี มอบความรู้ด้านสุขภาพและเครื่องมือการดูแลสุขภาพ พร้อมรับส่วนลดเบี้ยประกันและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากพันธมิตรของเอไอเอให้ลูกค้ามีสุขภาพและชีวิตที่ดีในระยะยาว
ในฐานะบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศไทยที่มีเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมมากที่สุดกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ เอไอเอมุ่งมั่นที่จะทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยบริการเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่าย (Cashless Claim) ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ราบรื่นยิ่งขึ้น ร่วมกับบริการพิจารณาความคุ้มครองในกรมธรรม์ก่อนการผ่าตัด (Pre-Authorization) ที่ช่วยให้ลูกค้ารับทราบค่าใช้จ่ายในการรักษาล่วงหน้า ลดความกังวล และทำให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาได้อย่างเหมาะสม ด้วยความร่วมมือกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เอไอเอกำลังสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ยั่งยืนเพื่อลูกค้าและมั่นใจได้ว่าลูกค้าเอไอเอจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด
ยกระดับความประทับใจให้ลูกค้าผ่านนวัตกรรม
เอไอเอเชื่อว่าสิ่งที่ดีในวันนี้ไม่เพียงพอสำหรับอนาคต และพยายามมองหา Pain Point ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการแก่ลูกค้า และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
“นอกเหนือจากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม แต่ละวันในการทำงานที่เอไอเอ เราคิดอยู่เสมอว่าจะสร้างความพึงพอใจ และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าตลอดเส้นทางที่อยู่กับเรา (Customer Journey) ให้ดีขึ้นได้อย่างไร เราต้องแน่ใจว่าการส่งมอบความคุ้มครองและการดูแลลูกค้าของเราในทุกวันนี้มีประสิทธิภาพเพียงพอ และต้องสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ในทุก Touchpoint”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ทั้งอุตสาหกรรมเผชิญกับความท้าทายใหม่จากจำนวนการเคลมประกันสุขภาพที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเอไอเอมีตัวเลขอยู่ที่มากกว่า 10,000 เคลมต่อวัน เราจึงมีการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ร่วมกับระบบอัตโนมัติของกระบวนการโดยหุ่นยนต์ (Robotic Process) เพื่อตอบสนองการทำงานได้อย่างราบรื่น แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เอไอเอยังคงเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีสำหรับระบบทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมผู้ให้บริการและพลังตัวแทน โดยใช้ AI มาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของการดำเนินงานให้ก้าวไปอีกขั้น
ความแข็งแกร่งของช่องทางการขายที่ไม่มีใครเทียบได้
การส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงนั้นต้องอาศัยช่องทางการขายที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ ด้วยจำนวนตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอที่มีมากกว่า 55,000 คน รวมถึงที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ ที่เอไอเอมีมากที่สุดในอุตสาหกรรม บุคลากรเหล่านี้จำเป็นต้องรักษามาตรฐานระดับสูงของตัวเอง ด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับบริการที่ยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น เอไอเอยังมีตัวแทนที่ติดคุณวุฒิ MDRT มากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย
เอไอเอยังคงเสริมความแกร่งของช่องทางการขายด้วยการขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านกลยุทธ์กับสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา การลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านช่องทางการขายตอกย้ำถึงพันธกิจที่ต้องการให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการประกันชีวิต

รากฐานแห่งความสำเร็จ เริ่มต้นจากการสร้างบุคลากรให้เติบโต
คุณนิคฮิล ทราบดีว่าความสำเร็จเกิดขึ้นไม่ได้เพียงข้ามคืนและไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เอไอเอความสำเร็จเริ่มต้นจากการเปิดรับคนที่มีคุณภาพและรักษาพนักงานคุณภาพไว้ในองค์กร โดยนอกจากสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เกิดความผูกพันและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแล้ว ยังสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพให้เติบโต พร้อมกับเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้เพื่อไม่หยุดพัฒนาศักยภาพ และผลักดันให้พนักงานสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับอุตสาหกรรม
“เราอยู่ใน People Business ดังนั้นคนในองค์กรคือทรัพยากรที่สำคัญ เอไอเอเป็นบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่ทําการสํารวจของ Gallup มานานกว่า 10 ปี จากผลสํารวจพบว่า Employee Engagement สูงถึง 98% เมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน สําหรับผมถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่โดยเป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นระหว่างบริษัทกับพนักงาน ซึ่งเราทำได้ดีแบบนี้หลายปีติดต่อกัน และอีกสถิติที่น่าสนใจ คือเราพบว่าจำนวนพนักงานที่ยังคงทำงานกับเราต่อหลังจากปีแรกมีอัตราสูงขึ้น รวมถึงอัตราการลาออกอยู่ที่เพียง 8% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ สะท้อนได้ว่า เอไอเอเป็น Employer of Choice”
เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและเทรนด์ในอนาคต
“ประกันเป็นธุรกิจที่มีความผูกพันกับผู้เอาประกันในระยะยาว เราต้องคิดและวางแผนไปข้างหน้าในระยะยาว ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดความสำเร็จ ที่สำคัญเราต้องมองเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งจากการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราได้เห็นพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในยุคของโลกเทคโนโลยี เราจึงมีการทำ Digital Transformation ปรับรูปแบบบริการให้เข้ากับลูกค้า รวมทั้งรวบรวมข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอแบบประกันใหม่ๆ ที่คุ้มค่าและคุ้มราคากว่าเดิม อีกทั้งมอบการบริการและการดูแลผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที”

สุดท้ายคือการใช้หลัก ESG (Environment, Social และ Governance) เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงาน โดยเอไอเอได้ประกาศความมุ่งมั่นในการตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Commitment) ภายในปี 2050 ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมประกันในระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ AIA Healthiest Schools - สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี และ AlA Sharing A Life - วันทำความดีร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้คนนับพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน