“ความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อเราไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้า แต่คือประสบการณ์ทั้งหมดที่ลูกค้าได้รับ ตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงบริการหลังการขาย” คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของ Epson ประเทศไทย จนสามารถคว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand
คำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนของธุรกิจ แต่ยังเผยให้เห็นถึงจุดยืนของแบรนด์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ท่ามกลางบริบทของตลาดสินค้าไอทีในปัจจุบันที่ยังอยู่ในภาวะหดตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แม้จะต้องเผชิญความท้าทายเหล่านี้ แต่ภาพรวมของตลาดพรินเตอร์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรและอุตสาหกรรมเฉพาะทางถึงแม้ว่าหลายหน่วยงานจะหันมาลดการใช้กระดาษ แต่ในบางงานกระดาษยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถตัดออกได้
ปีที่ผ่านมา Epson ประเทศไทยได้พิสูจน์ว่า การเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง กลายเป็นแต้มต่อสำคัญของการสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ซึ่งนั่นคือเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้ Epson ครองอันดับ 1 จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand ในกลุ่มพรินเตอร์
แน่นอนว่า “ความเข้าใจ” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่หมายถึงการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า และออกแบบนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ในทุกมิติ ตั้งแต่คุณภาพ ความคุ้มค่า ความทนทาน ไปจนถึงความยั่งยืน พร้อมสื่อสารแบรนด์อย่างสม่ำเสมอผ่านคอนเทนต์ที่ Shared Value สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าองค์กร

คุณยรรยง ยกตัวอย่างการออกแบบนวัตกรรมให้กลายเป็นคำตอบของชีวิตจริง เช่น เครื่องพิมพ์ EcoTank หรือเทคโนโลยี Heat-Free ที่ถูกพัฒนาออกมา ไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน หรือลดต้นทุน แต่ยังช่วยให้ลูกค้าใช้งานได้ยาวนาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน Epson ขยายแนวรบสู่ตลาด B2B อย่างจริงจัง พร้อมโซลูชันครบวงจรที่ตอบโจทย์ส่งผลให้ Epson มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในกลุ่ม B2B อยู่ที่ 5% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตมากที่สุด ได้แก่ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กร กลุ่ม WorkForce Enterprise เครื่องพิมพ์ EcoTank เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลุ่ม T-Series และโปรเจ็กเตอร์
“ผู้บริโภคยุคนี้ต้องการแบรนด์ที่เข้าใจพวกเขาจริงๆ ทั้งก่อนและหลังการขาย พร้อมต้องเข้าถึงง่าย และมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องความยั่งยืนและนวัตกรรม ซึ่งเราต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น สื่อสารให้ชัดขึ้น และทำให้บริการเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการบอกต่อและซื้อซ้ำในอนาคต สร้างให้เกิด Trust หรือความเชื่อใจระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค” คุณยรรยง เผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อความมั่นใจ
Epson ได้เปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้งานให้กลายเป็นจุดแข็งของแบรนด์ เพราะปัจจุบันลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์จากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ Customer Experience มากขึ้น เช่น ความง่ายในการซื้อ การติดตั้งที่สะดวก การตอบสนองอย่างทันท่วงทีเมื่อมีปัญหา หรือการได้ทดลองใช้งานก่อนการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น ทำให้ Epson ได้เปิด Solution Center พื้นที่จัดแสดงและสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์โดยรวม มีครบทั้งโปรเจ็กเตอร์ เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม หุ่นยนต์แขนกล และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถมาทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ

นอกจากนี้ Epson ยังขยายศูนย์บริการแบบ On-site Service ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตกว่า 174 แห่งในทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับประสบการณ์บริการให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า
แผนการทำงานปีนี้ของ Epson จะมุ่งเน้นการเดินด้วย Adaptability & Stay Ahead ที่ไม่ใช่แค่การรับมือ แต่คือการรุกตลาดด้วยความเข้าใจและลงมือทำจริง ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
- Innovation Offering นำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
- Agility in Channel เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย
- Enhanced Customer Service ยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้า
- Value Creation สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ Epson สามารถขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์ โปรเจ็กเตอร์ และโซลูชันทางธุรกิจ
นอกจากแผนรุกตลาดแล้ว ปีนี้ Epson ยังเดินหน้าให้ความรู้กับผู้บริโภคเรื่องความสำคัญของการใช้หมึกแท้ ผ่าน
แคมเปญ “Go Live Genuine Hologram”โดยจะมีการเปิดตัวโฮโลแกรมรุ่นใหม่ในไตรมาสที่ 2 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคแยกแยะของแท้จากของปลอมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ในระยะยาว
แน่นอนว่า การรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดคือสิ่งที่ต้องทำ แต่สำหรับ Epson เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการตลาดใหม่ๆ เพื่อโอกาสทางธุรกิจ แม้ว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีสูตรสำเร็จ นี่จึงนับว่าเป็นเกมของความกล้า และขณะเดียวกัน โลกเผชิญกับความท้าทายทางด้านสิ่งแวดล้อม คำว่า Sustainability ไม่ใช่เพียงคำพูดอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเห็นจริงๆ และเป็นแกนหลักของแบรนด์ที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

Epson เลือกที่จะหยิบความยั่งยืนมาเป็นหัวใจสำคัญ ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย นำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงสื่อสารเรื่องคุณค่าดังกล่าวไปยังคู่ค้าและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง คุณยรรยง เผยว่า “เรามั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมรอบด้าน และคุณค่าด้านความยั่งยืนที่ Epson ยึดมั่นมาอย่างต่อเนื่อง จะไม่เพียงช่วยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ Epson ระยะยาว”
สุดท้ายจะเห็นได้ว่า ในโลกยุคใหม่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่แบรนด์ที่มีสินค้าดี แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่เข้าใจเขาจริงๆ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้มากกว่าเดิม Epson คือหนึ่งในตัวอย่างของแบรนด์ที่ปรับตัวได้ไว ผ่านกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจลูกค้าในทุกมิติและทำได้จริง ตั้งแต่การคิดค้นนวัตกรรม ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ไปจนถึงการสื่อสารที่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Epson ยังคงเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค...