หลังจากที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่งตั้งซิกเว่ เบรกเก้ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล เครือเจริญโภคภัณฑ์ รับผิดชอบการดำเนินธุรกิจกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัลในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนมกราคม และมีการแต่งตั้งให้เป็น Group CEO ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ควบอีกหนึ่งตำแหน่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ซิกเว่ แถลงนโยบายในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่นจากบริษัทโทรคมนาคมไปสู่ Tech Company เป็นครั้งแรก
คนในแวดวงโทรคมนาคมรู้กันดีว่า ซิกเว่เคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของ dtac ที่เทเลนอร์กรุ๊ปมีหุ้นอยู่ก่อนจะ กลับไปนั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเลนอร์กรุ๊ปอีก 9 ปี ซิกเว่จึงมีความผูกพันและเข้าใจตลาดในเมืองไทยเป็นอย่างดี
ซิกเว่ เล่าว่าช่วงที่กลับไปบริหารเทเลนอร์ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูก Disruption อย่างมาก
"การเปลี่ยนแปลงที่เห็นในยุโรปในหลายอุตสาหกรรมกำลังเกิดในเอเชีย ที่ผ่านมาเราเรียนรู้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างไร ซึ่งคล้ายกับเหมือนยุโรป ผมดีใจที่ได้รับโอกาสในการกลับมาทำงานที่ประเทศไทย เพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของไทย”
ซิกเว่ ย้ำกว่าช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีนี้ การบริหารคือการวิ่งมาราธอน แต่เราต้อง Sprint ไปด้วยกัน ซึ่งความมุ่งหวังหลังทรูและดีแทคมีการควบรวม ทำให้ประเทศไทยไทยสามารถเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีได้ แต่ต้องเริ่มจากทำให้บริษัทแข็งแกร่งก่อน ซึ่งภารกิจที่จะทำต่อไป คือการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซิกเว่ อธิบายว่ากลุ่มทรู จะเน้น 3 ภารกิจหลัก เพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต เริ่มจาก
1. ลูกค้า (Customer)
กลุ่มทรูวางเป้าหมายให้เป็นแบรนด์ที่รับความเชื่อใจ (Trusted Brand) และสร้างองค์กรเป็นที่เชื่อถือและเชื่อใจของทุกคน พร้อมก้าวสู่การเป็น Brand Love โดยดำเนินการตามคำมั่นสัญญาและพันธกิจที่มีต่อลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมุ่งเน้นปัจจัยสำคัญของทุกฝ่ายร่วมกัน
“การเป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อใจ, ไม่หลอกลูกค้า, เป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเป็นเรื่องที่ทำไม่ง่าย ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเร่งรวมระบบให้เป็นหนึ่งเดียวระหว่างลูกค้าทรูและดีแทค โดยมุ่งเน้นให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Touchpoint เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งรวมแอปพลิเคชันทรู-ดีแทคเข้าด้วยกัน และนำ AI มาใช้กับการบริการลูกค้าเพื่อความพึงพอใจสูงสุด และสร้างประสบการณ์ลูกค้าเป็นหนึ่งเดียว การส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า ต้องมีการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณที่ดีที่สุด”
ซิกเว่ กล่าวว่า ตอนนี้ทรูกำลังพัฒนาเครือข่ายของทั้ง 2 ค่ายหลังควบรวมให้ทันสมัย (Network Modernization) ซึ่งเริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ต และมีความคืบหน้าไปแล้ว 87% โดยคาดว่าการรวมเน็ตเวิร์คจะเสร็จสมบูรณ์ทั่วประเทศในเดือนกันยายนปีนี้
“หลังควบรวม พบว่าความเร็วในการใช้งาน 5G มีเพิ่มขึ้นถึง 300% และพื้นที่ใช้งานหนาแน่นลดลง 70% นี่คือเน็ตเวิร์คใหม่ที่เอาจุดแข็งของ 2 บริษัทมารวมกัน”

2. เทคโนโลยี (Technology)
ซิกเว่ กล่าวว่า ทรูเริ่มมีการนำ AI มาใช้งานได้พักใหญ่แล้ว โดยมีเคสตัวอย่างมากกว่า 200 เคส เป้าหมายของทรู คือ AI for all Thais หรือพัฒนา AI เพื่อคนไทยไทยทุกคน โดยบริษัทมุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) แก่ภาคธุรกิจและประชาชนถึงศักยภาพอันทรงพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งานจริงในวงกว้าง (User & Business Demand) ซึ่งความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาโซลูชัน แพลตฟอร์ม และบริการด้าน AI ภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
“AI ของทรู เราพยายามพัฒนาให้ SMEs และและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ AI สามารถช่วงแบ่ง กลุ่มลูกค้าเป็นเซกเมนต์ เพื่อทำให้ทรูส่งมอบบริการส่วนบุคคลได้”
3. ทีม (Team)
ซิกเว่ ย้ำว่า วัฒนธรรมที่มีหัวใจคือลูกค้า คือวิสัยทัศน์ของทรูที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียว โดยทรูจะสร้างผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในองค์กรที่เหมาะกับการขับเคลื่อนในช่วงการเปลี่ยนผ่าน
“เราต้องเร่งสร้างผู้นำขับเคลื่อนในช่วงการเปลี่ยนผ่านในองค์กร การเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของการออกคำสั่งอย่างเดียว การเป็นผู้นำคือต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และทำเป็นตัวอย่าง การทำให้ดูและตรวจสอบได้ นอกจากนี้การจะไปสู่ Tech Company จะต้องเน้นสร้างพันธมิตรเพื่อความสำเร็จร่วมกัน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก กลุ่มทรูต้องมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ความเป็นพันธมิตรจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้”
ซิกเว่ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการควบรวมทำให้กลุ่มทรูมีกำไรในไตรมาสแรกของปี 2568 เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และถือเป็น Milestone ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งตัวเองคาดหวังว่าอยากให้บริษัทมีตัวเลขเติบโต 8-10%
“เป้าหมายความสำเร็จที่จับต้องได้ใน 100 วัน ผมหวังว่าจะสามารถเพิ่มกำไรสุทธิได้ และหวังว่ามีรายได้จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีนี้ และหวังว่าจะได้เห็นเรามีการปรับองค์กรภายใน รวมถึงคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าจะต้องเพิ่มขึ้น”
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลของการพยายามเปลี่ยนบริษัทจากโทรคมนาคมเป็น Tech Company ซิกเว่อธิบาย ว่า จริงๆ กลุ่มทรูสามารถทำธุรกิจแบบเดิม คือเน้นเรื่องดาต้า ทราฟิกก็ได้ แต่การคิดแบบเดิมๆ เราจะไม่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
“เราอยากเปลี่ยนองค์กรไปสู่ ซิกเว่ ถ้าจะเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตั้งแต่วิธีการคิด เราต้องหาทักษะใหม่ๆ ให้พนักงาน เราต้องส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค ซึ่งเทเลนอร์ก็ทำสำเร็จมาแล้ว ถ้าเราทำสำเร็จเราจะสามารถสร้างกำไรที่สูงกว่าได้”
