ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา “ชาบูชิ” ได้สร้างการรับรู้ในฐานะร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำตลาดบุฟเฟต์ชาบู – ชาบู และซูชิ ด้วยคอนเซ็ปต์การเสิร์ฟอาหารบนสายพานเป็นรายแรกๆ และจำนวนสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือกว่า 200 แห่ง จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
แต่ในวันที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยังเจนเนอเรชั่น การ “ยกเครื่องแบรนด์” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ “ชาบูชิ” สามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน จนนำไปสู่การรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในครั้งนี้

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ คือ การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่แรกของแบรนด์ ได้แก่ คู่มิตรภาพ(สุดฮอต)แห่งปี #สกายนานิ “สกาย” วงศ์รวี นทีธร และ “นานิ” หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ เป็นตัวแทนของความสดใส มิตรภาพ และพลังบวก ในแบบที่ผู้บริโภครุ่นใหม่สามารถเชื่อมโยงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่รวมความแตกต่างแต่ลงตัว ทั้งชาบู – ชาบู และซูชิ สองรสชาติที่ขาดกันไม่ได้ และช่วยยกระดับแบรนด์ให้ดูเข้าถึงง่ายแต่มีเสน่ห์ เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มแฟนคลับที่มีอิทธิพลต่อเทรนด์ในโซเชียล
แซม ไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องปรับตัวให้เร็วกว่า ด้วยกลยุทธ์ที่ไม่ใช่แค่การตอบสนอง แต่ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าให้ได้ ผ่านแบรนด์ที่มีบุคลิก มีอารมณ์ร่วม และมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ภายใต้ PASSION 2030 ‘ไทยเบฟ’ มุ่งเสริมศักยภาพให้แบรนด์ในเครือเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะแบรนด์ยุทธศาสตร์อย่าง ‘ชาบูชิ’ ซึ่งเรามองว่า เป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพสูงในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใหม่ สนุก และพร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราไม่ได้เพียงส่งเสริมให้แบรนด์เติบโตทางธุรกิจ แต่ยังสนับสนุนให้เติบโตในใจผู้บริโภค ด้วยวิธีคิดใหม่ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง”
รีเฟรชแบรนด์ “ชาบูชิ” เพื่อคนรุ่นใหม่: ไม่ใช่แค่กิน แต่ต้องกรี๊ด
การรีเฟรชแบรนด์ “ชาบูชิ” ในครั้งนี้ คือการเดินหน้าทำความเข้าใจและเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ระดับของการตลาด แต่ลึกถึงระดับอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถมอบให้ได้ โดยยึดหลักว่า ร้านอาหารในวันนี้ไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่คือพื้นที่ของความสัมพันธ์และการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ที่อยู่มานานไม่จำเป็นต้องแก่ แต่ต้องกล้าพอที่จะเปลี่ยนไปพร้อมผู้บริโภค ในฐานะแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่อยู่กับคนไทยมานานกว่า 20 ปี วันนี้ ‘ชาบูชิ’ ต้องการเป็นมากกว่าความอร่อย เราอยากเข้าไปอยู่ในอารมณ์ ความรู้สึก และความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านประสบการณ์ที่เขาอยากเล่า แชร์ และกลับมาอีก การรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับวิธีคิดจากข้างใน พร้อมออกแบบประสบการณ์ใหม่ให้เชื่อมโยงกับพฤติกรรมจริงของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อว่า ร้านอาหารยุคนี้ไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่คือแพลตฟอร์มที่สร้างความรู้สึกร่วม และสร้างคุณค่าให้กับทุกโมเมนต์ของลูกค้าได้จริง ๆ”
ทั้งหมดนี้มุ่งสื่อสารว่า แบรนด์ “ชาบูชิ” ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงร้านอาหารญี่ปุ่น แต่คือจุดหมายปลายทางแห่งความรู้สึก ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความสัมพันธ์ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าปัจจุบันที่คุ้นเคย หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งรู้จักแบรนด์เป็นครั้งแรก “ชาบูชิ” พร้อมมอบประสบการณ์และรสชาติความสุขไม่สิ้นสุด ผ่านแคมเปญที่หลากหลายและโปรโมชันพิเศษที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าจะสามารถปลุกกระแสและสร้างสีสันให้ตลาดร้านอาหารกลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมวางเป้าหมายสู่การเป็นแบรนด์ “ท็อป ออฟ มายด์” ในใจผู้บริโภค เมื่อนึกถึงชาบู – ชาบู และซูชิ ต้องนึกถึง “ชาบูชิ” เป็นชื่อแรกเสมอ