BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,156
VIEWS

จากบุฟเฟต์คำตอบเดียว สู่ Hybrid Model หลาย Occasion ถอดบทเรียนการปรับตัวของ OISHI EATERIUM ในปีที่ 10

ก.พ. 05, 2569 N.Rotchana
ถ้าวันหนึ่งบุฟเฟต์ไม่ใช่คำตอบของทุกมื้ออีกต่อไป ร้านอาหารควรเปลี่ยนตัวเองอย่างไร…
 
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ OISHI EATERIUM ต้องเผชิญในวันนี้ ท่ามกลางการแข่งขันร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดุเดือด กำลังซื้อที่ลดลง ต้นทุนทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา โออิชิเติบโตมาพร้อมกับวัฒนธรรมการกินของคนไทย การอยู่มานานไม่ได้แปลว่าจะหยุดนิ่งได้ ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนไม่ได้อยากกิน “จัดเต็ม” ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน บุฟเฟต์ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความคุ้มค่า จึงเริ่มกลายเป็นโมเดลที่แบกต้นทุนหนักและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้น้อยลง
 
คำถามจึงไม่ใช่ “บุฟเฟต์ดีหรือไม่” แต่เป็นเรื่องของจะทำอย่างไรให้บุฟเฟต์ยังมีความหมายในโลกการกินยุคใหม่ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Oishi Eaterium Journey ที่ 4
OISHI EATERIUM กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เรียกว่าเป็นการรีเซ็ตโครงสร้างร้านใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่วิธีคิด ไปจนถึงบทบาทของร้านในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
 
ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด อธิบายถึงจุดตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไว้ชัดเจนว่า “วันนี้โจทย์ไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้าอิ่มหรือคุ้มค่า คือการทำให้ร้านตอบโจทย์พฤติกรรมที่หลากหลายมากขึ้น บางวันลูกค้าอยากกินเยอะ บางวันอยากกินเบา ๆ เราจึงต้องออกแบบโมเดลที่ให้ลูกค้าเลือกได้ตามโมเมนต์ของตัวเอง”
 
OISHI EATERIUM Journey ที่ 4 คือการผสานบุฟเฟต์เข้ากับอะลาคาร์ต กลายเป็น Hybrid Model ภายใต้คอนเซปต์ EATZAKAYA” ในแบบของโออิชิที่ยังยึดแกนหลักคืออาหาร เปิดพื้นที่ให้การกินเชื่อมโยงกับการสังสรรค์และการใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น
 
โมเดลใหม่นี้ช่วยเปิดโอกาสให้ร้านเข้าถึงลูกค้าในช่วงเวลาใหม่ ๆ โดยเฉพาะมื้อกลางวันและวันธรรมดา จากเดิมที่ไม่ใช่ช่วงเวลาหลักของบุฟเฟต์ ขณะเดียวกันยังรักษาฐานลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าแบบจัดเต็มไว้ได้ 
 
วันนี้ OISHI EATERIUM มีทั้งหมด 6 สาขา การปรับโมเดลจึงเริ่มต้นที่สามย่านมิตรทาวน์ในฐานะสาขานำร่อง เพราะเป็นทำเลที่รวมผู้บริโภคหลายกลุ่มไว้ในที่เดียว ทั้งนักศึกษา คนทำงานออฟฟิศ และคนเมืองที่กินนอกบ้านบ่อย รวมถึงพื้นที่ยังเอื้อต่อบรรยากาศกิน ดื่ม สังสรรค์หลังเลิกงาน 
 
การทดลองที่นี่จึงเป็นการทดสอบทั้งพฤติกรรม เวลาเข้าร้าน ความถี่การกลับมา และรูปแบบการใช้จ่ายจริงในแต่ละช่วงของวัน ผลลัพธ์เดือนแรกชัดเจนว่าสาขานี้เติบโตราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบุฟเฟต์ Tier “Full Selection” ราคา 699 บาท++ กลายเป็นตัวเลือกหลัก ขณะเดียวกันสัดส่วนอะลาคาร์ตก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวันธรรมดาทั้งช่วงกลางวันและเย็น
 
ร้านเริ่มดึงลูกค้าใหม่ที่เดิมไม่ได้มาบ่อย เช่น คนทำงานที่แวะหลังเลิกงานเพื่อกินกับแกล้มและดื่มเล็กน้อย รวมถึงกลุ่มที่ต้องการมื้อสั้น ๆ ตอนกลางวัน ขณะที่เมนูถูกยกเครื่องครั้งใหญ่ รวมกว่า 160 เมนู โดยรายการใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 50% หน้าตาเมนูเปลี่ยนแทบทั้งเล่ม มีทั้งอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม เมนูฟิวชันอย่างส้มตำ กับแกล้มสไตล์อิซากายะ และเครื่องดื่มที่ครบขึ้น เพื่อรองรับหลายโมเมนต์ของการกินในร้านเดียว
 
รูปแบบการเสิร์ฟเปลี่ยนเป็นจานเล็กผ่าน QR order ทำสดจานต่อจาน ลดการเตรียมล่วงหน้า และลด food waste เมื่อเทียบกับสายพานเดิม ลูกค้าสามารถลองหลายเมนูได้มากขึ้น ประสบการณ์ดีขึ้น ขณะที่วันธรรมดาช่วงกลางวันมีทราฟฟิกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าบางส่วนเลือกอะลาคาร์ตหรือเซตหลักร้อยแทนบุฟเฟต์
 
ศสัย อธิบายว่า “เราเปิดมาได้ประมาณเดือนกว่า Performance ถือว่าค่อนข้างดี ลูกค้าหลายคนบอกว่ารู้สึกว่าเมนูมีความหลากหลายมากขึ้น มีทางเลือกเพิ่มขึ้น และทำให้พวกเขามีความสุขที่จะกลับมาใช้บริการขณะเดียวกันเราก็สามารถดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศและนักศึกษาให้เข้ามาใช้บริการ ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน บางคนก็มากินเลี้ยงสังสรรค์หลังเลิกงาน ซึ่งบรรยากาศร้านเอื้อต่อการสร้างโมเมนต์สนุก ๆ ร่วมกัน เรายังมีองค์ประกอบของความบันเทิงในร้าน เช่น กิจกรรมเล็ก ๆ หรือโมเมนต์พิเศษที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป นี่คือทิศทางที่เราพยายามปรับ Store Format ให้สอดคล้องกับการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”
 
“สำหรับเราหลักคิดในการทำธุรกิจคือ ‘ลูกค้าต้องมาก่อน’ เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรในวันนี้ เทรนด์เปลี่ยนไปอย่างไร และออกแบบคอนเซปต์ให้สอดรับกับความต้องการเหล่านั้น ดังนั้น สาขานี้จึงถูกใช้เป็นสาขาหลักสำหรับการทดสอบโมเดลใหม่ ส่วนสาขาอื่น ๆ จะปรับหรือไม่อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้บริโภคและความเหมาะสมของโลเคชัน”
 
ศสัย กล่าวย้ำว่า “เราไม่ต้องการนำ ‘คอนเซปต์ที่ไม่ใช่’ ไปใช้กับกลุ่ม ‘ลูกค้าที่ใช่’ เพราะจะทำให้ลูกค้าสับสน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราไม่อยากเสียลูกค้าเดิมไป ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษา DNA ของแบรนด์เอาไว้”
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการ “รีเฟรชแบรนด์” ให้หลุดพ้นจากภาพจำของบุฟเฟต์แบบเดิม OISHI EATERIUM ไม่ได้พยายามหนีความเป็นบุฟเฟต์ เพียงทำให้บุฟเฟต์ดูสอดคล้องกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่มากขึ้น การมีอะลาคาร์ต จานเล็ก QR order เครื่องดื่ม และบรรยากาศอิซากายะ ทำให้แบรนด์กลับมาน่าสนใจในสายตาผู้บริโภครุ่นใหม่
 
ร้านจึงเป็นพื้นที่ที่คนสามารถแวะได้หลายรูปแบบ หลายโมเมนต์ และหลายช่วงเวลา ประเด็นเรื่อง occasion จึงสำคัญมากกว่าที่เห็น เพราะไม่ใช่แค่การทำให้ลูกค้าเดิมมาบ่อยขึ้น เป็นการขยายเหตุผลในการมาให้กับกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้าร้านบ่อย ๆ คนที่เคยมองว่า OISHI EATERIUM เหมาะเฉพาะวันที่อยากกินบุฟเฟต์ ตอนนี้มีเหตุผลใหม่ ๆ ในการแวะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันสั้น ๆ หลังเลิกงานเพื่อกินกับแกล้ม ดื่มเล็กน้อย หรือมานั่งคุยงานแบบสบาย ๆ 
 
ศสัย สรุปมุมมองของแบรนด์ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “ความสำเร็จของเราต่อจากนี้ไม่ได้วัดแค่ยอดขายต่อเดือน หรือวัดจากความถี่ที่ลูกค้าเลือกเราในชีวิตจริง ถ้าเขานึกถึงโออิชิได้ในหลายโมเมนต์ แสดงว่า Journey นี้เดินมาถูกทาง เราอยากเป็นร้านที่คนรู้สึกว่าแวะได้เสมอ ไม่ว่าจะแบบรีบ ๆ แบบสบาย ๆ หรือแบบฉลอง”
 
โจทย์ใหญ่หลังจากนี้คือทำให้การมา OISHI EATERIUM เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องพิเศษ สร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้คนที่ไม่เคยมา หรือมานาน ๆ ครั้ง กลับเข้ามาอยู่ในระบบของแบรนด์อีกครั้ง ยิ่งมีเหตุผลในการแวะได้หลากหลายเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการกลับมาซ้ำมากขึ้นเท่านั้น เกมใหม่ของโออิชิจึงเป็นการแข่งกับตัวเอง และทำให้แบรนด์ยังคงสดใหม่ในสายตาผู้บริโภค Journey ที่ 4 จึงเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยน OISHI EATERIUM จากร้านบุฟเฟต์ ให้กลายเป็นพื้นที่กิน ดื่ม สังสรรค์ที่คนเลือกได้ในทุก occasion

โออิชิ ถอดรหัสความสำเร็จ จากความเข้าใจผู้บริโภค สร้างความผูกพันกับแบรนด์ เปลี่ยนลูกค้าเป็นแฟนพันธุ์แท้

จากบุฟเฟต์คำตอบเดียว สู่ Hybrid Model หลาย Occasion ถอดบทเรียนการปรับตัวของ OISHI EATERIUM ในปีที่ 10

ชาบูชิ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เปิดตัว สกาย-นานิ พรีเซนเตอร์คู่แรก เจาะกลุ่มยังเจน

เบอร์หนึ่งไม่ใช่แค่เร็ว แต่ต้องเข้าใจ โออิชิ ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม สร้าง Engagement ครอบคลุมทุก Touchpoint

โออิชิ อีทโตะ เอาใจสายสุขภาพ เปิดตัว “แซนด์วิชโฮลวีตสลัดอกไก่นุ่ม” อร่อยเต็มคำ สะดวก...ได้ประโยชน์

โออิชิ บิซโทโระ ชวนลิ้มลองเมนูใหม่ ข้าวหน้า – ราเมนหน้าล้น รสจัดจ้าน เต็มคำ เริ่มเพียง 69 บาท วันนี้ถึง 30 เม.ย.นี้

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact