80 ปีของแบรนด์ชาตรามือในปีนี้ นอกจากจะมีแคมเปญต่างๆแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่น่าติดตามคือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจสะท้อนบทบาทใหม่ของแบรนด์ชาไทยที่หลายคนคุ้นเคย เพราะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเสนอนวัตกรรมชา โดยไม่ยึดติดกับภาพจำเดิมให้กับลูกค้าได้ลิ้มลองด้วย

1. ชาไทยไม่มีสี ผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับตามากที่สุด ซึ่งจะเริ่มวางขายในหน้าร้านชาตรามือช่วงกรกฎาคมนี้ แม้ใช้สูตรชาเดิม แต่เลือกตัดสีสังเคราะห์ออกทั้งหมด เพื่อรักษารสชาติดั้งเดิมควบคู่กับความใส่ใจต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะจากประเด็นเรื่องการใช้สีในชาไทยที่ถูกพูดถึงในวงกว้างช่วงต้นปีที่ผ่านมา
“ชาไทยไม่มีสี เรามีขายสูตรนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้ขายที่ไทย เพราะเราส่งออกไปในประเทศที่เค้าไม่ให้ใส่สีในใบชา แต่สามารถใส่สีประเภทนี้ในเครื่องดื่มได้ เราเห็นว่ามีผู้บริโภคกังวลในเรื่องนี้ เรารับฟังและขยับตาม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ดื่มและผู้ขายจึงนำชาไทยไม่ใส่มาวางขายด้วย” พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหาร แบรนด์ชาตรามือ กล่าว
สำหรับราคาชาไทยไม่มีสี จะมีราคาเท่ากับชาไทยสูตรเดิมสีส้มที่วางขายอยู่แล้ว
2. ชาไทยสีธรรมชาติ ต่อจากแนวคิดเรื่องสุขภาพและธรรมชาติ ซึ่งมีแผนเปิดตัวช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 โดยใช้สีจากพืชธรรมชาติแทนสีสังเคราะห์ แม้ราคาจะสูงขึ้นจากสูตรเดิมราว 20-30% แต่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคสาย conscious consumer ได้ชัดเจน

3. ชาไทยคอมบูฉะ Kombucha หรือเครื่องดื่มหมักเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ถูกนำมาผสมกับรสชาติของชาไทยจนกลายเป็น Sparkling Thai Tea Kombucha เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
นี่คือความพยายามของชาตรามือในการขยับเข้าสู่ตลาด Functional Beverage โดยไม่ต้องสร้างแบรนด์ใหม่ แต่ใช้ชื่อ “ชาตรามือ” เป็นสะพานเชื่อมจากชาแบบดั้งเดิมไปสู่สินค้าแบบทันสมัย