ในปีที่ 80 ของแบรนด์ “ชาตรามือ” การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอาจไม่ได้อยู่แค่ที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่กลยุทธ์ที่แบรนด์เลือกขับเคลื่อนภายใต้บริบทใหม่ของตลาดเครื่องดื่มในไทย
หากดูตลาดชาไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการแข่งขันตลอดทั้งจากแบรนด์จีน แบรนด์โลคอล รวมถึงสตรีทคาเฟ่ ที่ใช้กลยุทธ์ Price War ลด แลก แจก แถม เพื่อแย่งชิงลูกค้า แต่ชาตรามือเลือกเดินเกมอีกทาง ด้วยการยืนยันในสิ่งที่แบรนด์เชี่ยวชาญที่สุด นั่นคือรสชาติ และราคาที่เข้าถึงได้
พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหาร แบรนด์ชาตรามือ กล่าวว่า “เรามองว่าการมีคู่แข่งเข้ามามันทำให้ตลาดชาโตขึ้น เหมือนเป็นการกระพือให้เกิดความต้องการในตลาดชาโดยรวมมากขึ้น แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมของเราเอง ชาตรามือก็มีเอกลักษณ์ค่อนข้างชัดเจน เราเป็นผู้ผลิตชาที่เน้นชาไทยเป็นหลัก ซึ่งถ้าคู่แข่งรายเล็กๆ เข้ามา ก็อาจจะไม่ได้กระทบเราตรงๆ มากนัก ที่บางวันลูกค้าอาจจะไปลองร้านใหม่บ้าง เราเลยพยายามหาจุดแข็งและเอกลักษณ์ของตัวเองให้ชัด และเรื่องราคาต้องเข้าถึงได้ง่าย”
ความสำเร็จของ ชาตรามือ ไม่ได้อยู่แค่เครื่องดื่มชาเท่านั้น แต่รวมถึงการบริหารธุรกิจที่มีรากฐานแข็งแรงและครบวงจร ทั้งยังมีส่วนสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกร และผู้ประกอบการ ตั้งแต่
- ต้นน้ำ ด้วยการดูแล ให้ความรู้ และพัฒนาทักษะ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรไร่ชาบนดอยเขตภาคเหนือของไทย – กลางน้ำ มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ตั้งอยู่ที่ อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย สำหรับผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ชาตรามือ และผลิตวัตถุดิบชาสำหรับชงเครื่องดื่มและของหวาน ถือว่าเป็นหลังบ้านให้กับหลากหลายแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศ
- ปลายน้ำ มีสินค้าภายใต้แบรนด์ชาตรามือมากถึง 50 SKU จำหน่ายในช่องทาง Modern trade และ Traditional trade ทั้งในประเทศและส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงช่องทาง E-Commerce และ ร้านขายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ชาตรามือ โดยปัจจุบันมี 220 สาขาในประเทศไทย ตั้งเป้าขยายถึง 250 สาขาภายในปีนี้ และ 114 สาขาในต่างประเทศ ตั้งเป้าขยายถึง 130 สาขาภายในปีนี้เช่นกัน
ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทางชาตรามือเลือกการใช้พลังงานธรรมชาติ ใช้แก๊สธรรมชาติและพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ในร้านชาตรามือยังได้นำหลอดชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ และภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (แก้วซิกเนเจอร์ขนาด 22 ออนซ์) เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนบริเวณร้านชาตรามือ

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่ง สิ่งที่ชาตรามือทำอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คือการสร้างแบรนด์ให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์ อย่างไอศกรีมชาไทย, ชาแบบขวด Ready to Drink (RTD) หรือขนมจากชา สะท้อนความพยายามที่จะทำให้ชาไทยไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มในแก้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต
ชาตรามือได้มีการ Collaboration ร่วมกับหลายแบรนด์ เพื่อต่อยอดแบรนด์เครื่องในรูปแบบต่างๆ ตัวอย่างเช่น ปีที่ผ่านมา HOLIDAY PASTRY x ChaTraMue ออกมาเป็น “ชีสทาร์ต โมจิ ชาไทย” ในปีนี้ก็จะเป็นชาตรามือ x แบรนด์รังนก
ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับ “ชาอู่หลงหอมหมื่นลี้รังนกแท้” หรือ Cremo ไอศกรีมแท่งรสชาไทยครีมชีสSushiro แบรนด์ซูชิสายพานกับเมนูของหวาน พานาคอตต้าชาไทย x ชาตรามือ และ Sculptor แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติเกาหลี ออกแบบสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า และเครื่องประดับคอลเล็กชั่นพิเศษ ซึ่งจะมีในเดือนกรกฎาคมนี้

“80 ปีของชาตรามือ ตอนนี้เราคิดว่ามันอยู่ในยุคของการต่อยอด เพราะถ้าย้อนกลับไป เราเริ่มจากการเป็นผู้นำเข้าชา แล้วก็เริ่มผลิตชาเอง ก่อนจะเปิดร้าน และพัฒนามาเรื่อยๆ สิ่งที่เรามองไปข้างหน้าคือ ชาไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในรูปแบบเครื่องดื่ม แต่สามารถต่อยอดไปอยู่ในรูปแบบอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม ขนม หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ รวมถึงสิ่งที่อยากเห็นคือ อยากให้ต่างชาติหรือคนที่ไม่ใช่คนไทย ได้เข้าใจวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านชาเช่นกัน” พราวนรินทร์ กล่าว
ทั้งหมดนี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไมชาตรามือถึงยังคงอยู่ในใจคนไทยตลอด 80 ปี